โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไร้ปาฏิหาริย์! 'น้องน้ำตาล'เสียชีวิตที่แม่น้ำเจ้าพระยา ญาติเชื่อถูกลวงฆาตกรรม

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

จ.อุดรธานี ช็อคทั้งบ้านรู้ข่าว 'น้องน้ำตาล' นักศึกษาฝึกงานวัย 17 ปี ไร้ปาฏิหาริย์พบเสียชีวิตแม่น้ำเจ้าพระยา แม่-ยายร่ำไห้แทบขาดใจ เชื่อลูกถูกลวงฆาตกรรม ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยพิสูจน์ความจริง

10 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวอุดรธานี รายงานว่า จากกรณี น.ส.นภัสสร หรือ น้องน้ำตาล อายุ 17 ปี ไปฝึกงานที่ จ.ปทุมธานี แต่จู่ๆ ช่วงเที่ยงคืนวันที่ 1 พ.ค.68 น้องน้ำตาลได้เรียกรถแท็กซี่จากแอปพลิเคชันหนึ่ง รับจากหน้าหอพักฯไปส่งย่านพระราม 3 โดยไม่รู้ว่าไปเจอใคร หลังจากลูกสาวหายตัวไป นายบุญเลิศ พ่อของน้องน้ำตาลได้เดินทางจาก จ.อุดรธานี ขึ้นไปที่ จ.ปทุมธานี ทันที ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว ซึ่งการเดินทางมาฝึกงานต่างจังหวัดฯ ถือเป็นครั้งแรกของลูกสาว เพราะปกติลูกสาวจะอยู่ใกล้ชิดพ่อแม่และยายที่บ้านนายม อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ขนาดไปวิทยาลัยฯ พ่อต้องขับรถไปส่งและรับทั้งเช้าและเย็น ระยะทางไปกลับเกือบ 30 กม. จนถึงวันนี้ก็ 9 วันแล้วยังไม่พบน้องน้ำตาลแต่อย่างใด สุดท้ายน้องน้ำตาลก็ไร้ปาฏิหาริย์ เมื่อพบศพน้องน้ำตาลที่แม่น้ำเจ้าพระยา แถวพระราม 3

โดยก่อนหน้าจะพบศพ หลังจากน้องน้ำตาลหายไปถึง 9 วัน มีเพื่อนของน้องน้ำตาลได้แจ้งข่าวว่า “น้องเสียแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันตามหาน้องคอยตามข่าวมาตลอด ตอนนี้ทางครอบครัวมีข้อสงสัยเต็มไปหมดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของน้อง อยากจะให้ความเป็นธรรมกับน้องมาก แต่แค่ครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งคงหาความเป็นธรรมให้น้องยาก ไม่ว่าจะเป็นการที่บอกว่าน้องคุยโทรศัพท์แต่น้องกลับปิดเครื่องตั้งแต่วันแรกที่หายตัวไป ถ้าจะเปิดซิมใหม่ น้องก็ไม่ได้เอาบัตรประชาชนไป น้องนั่งรถ 2 ต่อ ไปพัทยา รถคันที่ 2 ยกเลิกงานไม่รู้ว่าน้องเหมารถรึป่าว แล้วพอน้องไปถึงพัทยาก็ไปดูแค่ทะเลแล้วก็กลับเลย กลับมากับรถคันที่ 2 เดินอยู่ตรงพระราม 3 คนเดียวแล้วกล้องก็ไม่มีอะไรต่อ แล้วหลังจากนั้นไม่รู้เป็นยังไง รู้แต่ว่าน้องกระโดดน้ำที่พระราม 3 เจอศพน้องตั้งแต่วันที่ 3 แล้ว

บ่ายวันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 10 บ้านนายม ต.ดอนกลอย อ.พิบูลย์รักษ์ อีกครั้ง ปรากฏว่าบรรยากาศที่บ้านเป็นไปด้วยความโศกเศร้า หลังทางบ้านรู้ข่าวน้องน้ำตาลเสียชีวิตแล้ว มีบรรดาเพื่อนบ้านเดินทางมาให้กำลังใจนางเย็นฤดี แม่ของน้องน้ำตาลและนางทองสา ผู้เป็นยาย ส่วนแม่ของน้ำตาลกำลังเก็บเสื้อผ้าของน้องน้ำตาลออกมาเตรียมไว้เพื่อในงานพิธีบำเพ็ญกุศลของลูกสาว ซึ่งท่าทีของแม่มีแต่ความโศกเศร้าเสียใจไม่มีเรี่ยวแรง ระหว่างที่แม่กำลังเก็บเสื้อผ้าของลูกสาวแม่ได้พูดกับเสื้อลูกสาวว่า “เห็นเสื้อผ้าแล้วใจหายก่อนจะจับมาดมและพูดอีกว่าเสื้อผ้ายังหอมๆ อยู่เลย” ก่อนจะร้องไห้เสียใจตลอดเวลา ญาติๆคอยปลอบใจและเอายาดมให้ตลอดเวลา

นางเย็นฤดี ขุมทอง แม่น้องน้ำตาล บอกว่า หลังจากน้องหายตัวติดต่อไม่ได้ ตอนนี้รู้ข่าวแล้วว่าน้องเสียชีวิต ในฐานะแม่ก็เสียใจที่ลูกเสียชีวิตแบบกะทันหันแบบนี้ แม่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาแล้ว น้ำตาแม่จะเป็นสายเลือด ก่อนวันที่น้องจะหายตัวไป น้องก็ยังโทรศัพท์มาหาแม่พูดคุยเล่นสนุกสนานกันอยู่ และเล่าให้แม่ฟังอีกว่าพี่สาวจะช่วยเหลือเรื่องเรียน อนาคตลูกสาววาดฝันไว้ว่าหากเรียนจบก็จะทำงานหาเงินมาให้แม่ใช้ อยากให้แม่มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไม่ต้องทำงานหนัก ส่วนศพของน้อง พ่อเขากำลังเดินทางไปรับที่กรุงเทพฯ และคาดว่าจะมาถึงวันพรุ่งนี้ เมื่อศพมาถึงจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้เพียง 1 วัน 1 คืนเท่านั้นและก็ฌาปนกิจเลย “การเสียชีวิตของลูกสาวส่วนตัวแม่ก็ยังไม่เชื่อว่าน้องจะกระโดดน้ำเสียชีวิตเอง แต่เกรงว่าอาจจะมีคนร้ายมาล่อลวงน้องทำไม่ดีไม่ร้าย เรื่องนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามสืบสวนสอบสวนให้ได้หายสงสัยให้แม่ด้วยที

นางทองสา พุทธจันทร์ ยายของน้องน้ำตาล บอกว่า รู้ข่าวว่าหลานสาวเสียชีวิต หลังจากพ่อของน้ำตาลโทรมาบอก ยายร้องไห้จนเข่าอ่อน ทุกคนในบ้านวิ่งร้องไห้กอดกัน ไม่คิดว่าหลานจะฆ่าตัวตาย หลานยายเป็นคนดี ไม่เกเร ไม่เคยไปไหนคนเดียว ยายรักหลานคนนี้มาก ยายไม่เชื่อว่าหลานจะกระโดดน้ำตายเอง เชื่อว่าจะมีคนพาน้องไปแล้วหรือจะพยายามทำมิดีมิร้ายน้องน้ำตาล น้องพยายามวิ่งหนีจนต้องกระโดดน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาหนีก็ได้ ตอนนี้น้องจากพวกเราไปแล้ว หากน้องน้ำตาลรับรู้ยายได้ ขอให้ไปเปิดหูเปิดตาเจ้าหน้าที่ฯดูกล้องให้เห็นใครพาน้องน้ำตาล อย่าให้ยายคิดห่วง ขอให้น้องน้ำตาลขึ้นสวรรค์ หากตายแทนได้อยากตายแทนหลาน ผู้เป็นยายพูดไปก็ร้องไห้แทบใจจะขาด จนลูกๆ ต้องคอยปลอบใจตลอดเวลา

นางบุญเกตุ พรมวงษา อายุ 46 ปีป้าของน้องน้ำตาล บอกว่า ทุกคนเป็นห่วงหลานสาวหลังจากไปฝึกงานที่ปทุมธานีได้เพียง 1 เดือนก็มาเสียชีวิต ตอนแรกทุกคนมีความหวังเจอน้องที่พัทยา พอรู้ข่าวไร้ปาฏิหาร์ทุกคนช็อคทั้งบ้าน วิ่งร้องไห้กอดกัน ตนคิดว่าอาจจะมีคนลวงน้องออกไป พอออกไปแล้วมีคนพยายามตามน้องคิดมิดีมิร้าย แล้วน้องก็วิ่งหนี หรืออาจจะมีคนลวงน้องออกจากหอพักเพื่อไปหา คงต้องให้เจ้าหน้าที่ฯ พิสูจน์เรื่องนี้

ขณะเดียวกัน น.ส.อนินทิตา รุจิประภา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ได้เดินทางมาเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพื่อให้กำลังใจและสอบถามข้อมูลหาแนวทางช่วยเหลือเยี่ยวตามระเบียบทางราชการ โดย นายนรเศรษฐ์ กุดแถลง นักสังคมสงเคราะห์ พมจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับทางแม่ของน้องผู้เสียชีวิต เบื้องต้นทางครอบครัวของเขาต้องการให้ช่วยเหลือใน 3 ข้อ คือ ด้านกระบวนการยุติธรรม เพราะตอนนี้ครอบครัวยังสงสัยกับเหตุการณ์เสียชีวิตของลูกสาวอยากได้ความกระจ่าง 2 คือสภาพจิตใจทางครอบครัวก็อยากได้รับการเยียวยาโดยเบื้องต้นทางพมจ. ก็ลงพื้นที่มาให้กำลังใจแล้ว จากนี้ซึ่งก็จะมีการประสานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ลงมาเยี่ยมครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายคือเรื่องด้านชีวิตความเป็นอยู่หรือฐานะครอบครัว เราประชุมหาเพื่อทางช่วยเหลือด้านการเงินที่จะเยียวยาให้ครอบครัวนี้อีกครั้งหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...