พาวเวล ส่งสัญญาณยังไม่ลดดอกเบี้ย จนกว่านโยบายการค้าทรัมป์ชัดเจน
พาวเวล ส่งสัญญาณยังไม่ลดดอกเบี้ย จนกว่านโยบายการค้าทรัมป์ชัดเจน พร้อมเตือนความไม่แน่นอนในตลาดยังสูง ด้านนักลงทุนคาดโอกาสลดดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 85%
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 05.51 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงจุดยืนชัดว่ายังไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลสหรัฐ ไม่ใช่ของเฟด
ในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค.68 คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบ 4.25–4.50% เช่นเดิม โดยถือเป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาษีนำเข้าชุดใหญ่เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและสร้างความไม่แน่นอนในวงกว้าง
พาวเวลยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจตอนนี้เผชิญความเสี่ยงทั้งเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้นและอัตราว่างงานที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เฟดต้องเผชิญกับทางเลือกที่ลำบากระหว่างการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงตลาดแรงงาน หรือคงดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
เขากล่าวเพิ่มเติมว่าความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับขอบเขตและระยะเวลาของมาตรการภาษี รวมถึงผลลัพธ์ของการเจรจาการค้าในอนาคต ทำให้เฟดยังต้องชะลอการตัดสินใจไปก่อน
เจมส์ เอกเกลฮอฟ (James Egelhof) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ BNP Paribas กล่าวว่า “หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ FOMC ก็ดูจะสบายใจกับการคงอัตราดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ”
เมื่อวันที่ 2 เมษายน ทรัมป์ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการจากจีน รวมมูลค่าถึง 145% โดยบางรายการได้รับการชะลอการจัดเก็บ 90 วัน ความไม่แน่นอนจากภาษีที่ประกาศแล้วหยุดแล้วประกาศอีก รวมถึงการขาดแนวทางที่ชัดเจนด้านนโยบายการค้ากลางระยะ ยิ่งส่งผลให้ตลาดอยู่ในภาวะผันผวน
แม้การเจรจาภาษียังดำเนินอยู่ แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่ามาตรการภาษีชุดใหม่นี้จะเร่งเงินเฟ้อและกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
พาวเวล ซึ่งเคยโดนทรัมป์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่ยอมลดดอกเบี้ยเร็วพอ กล่าวต่อสื่อว่า รัฐบาลคือฝ่ายที่สามารถแก้ไขความเสี่ยงเหล่านี้ได้โดยตรง และปัจจุบันก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลเริ่มเคลื่อนไหว โดยมีการเตรียมเจรจาการค้ากับจีนในสัปดาห์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์
พาวเวลกล่าวว่า “สุดท้ายแล้ว นี่เป็นภารกิจของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ของเรา …ดูเหมือนเรากำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ที่รัฐบาลเริ่มต้นการเจรจากับพันธมิตรการค้ารายสำคัญ ซึ่งอาจเปลี่ยนภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ”
ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐเริ่มเพิ่มขึ้น และบางบริษัทได้ชะลอการตัดสินใจลงทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า อย่างไรก็ตามตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง โดยเดือนเมษายนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่ง ซึ่งเฟดยังมองว่าเป็นสัญญาณแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน
แม้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจะเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจจากประกาศภาษีแบบไม่แน่นอน แต่พาวเวลกล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงปริมาณยังคงสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่มีพื้นฐานแข็งแรง
นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่าผลกระทบเต็มรูปแบบของภาษีชุดใหม่ยังต้องใช้เวลา ปัจจุบันผลที่เห็นได้ชัดคือ ความเชื่อมั่นที่ลดลง และการนำเข้าสินค้าที่เร่งตัวขึ้น แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวในช่วงต้นปี 2568 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 แต่ตัวชี้วัดความต้องการพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง
ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่านักลงทุนยังคาดว่ามีโอกาสสูงที่จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ประมาณ 85% อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน
อ้างอิง : bloomberg.com