โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากหลักสูตรเก่าสู่ 'บัณฑิตอนาคต' ถึงเวลาปรับโฉมการศึกษาไทย?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 01.42 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.59 น.

ผมมีโอกาสเข้าร่วมประชุมเพื่ออนุมัติหลักสูตรต่างๆ ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัย บ่อยครั้งได้เห็นหลักสูตรเดิมๆ นำมาปรับปรุงใหม่ตามรอบของการปรับหลักสูตรที่ถูกบังคับไว้ น้อยครั้งที่จะเห็นหลักสูตรใหม่ๆ ที่จะสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม แต่หนักไปกว่านั้นคือมีหลักสูตรน้อยมากที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นจากทั้งทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งก็ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัยที่ผมมีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับแทบทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

หลักสูตรในมหาวิทยาลัย โดยมากมักพัฒนามาจากสาขาวิชา คณะหรือจากความถนัดของอาจารย์ผู้สอน หรือบางครั้งอาจมีการปรับปรุงหลักสูตรโดยการสอบถามความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมที่สาขาวิชาหรือคณะมีการทำงานร่วมกัน แม้จะเป็นการสะท้อนความต้องการบ้างแต่ก็อาจไม่ใช่การพัฒนาหลักสูตรใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

ซึ่งจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ทิศทางของอุตสาหกรรมใน 10-20 ปีข้างหน้า และการจะพัฒนาหลักสูตรเหล่านั้นเป็นเรื่องยากที่จะถูกผลักดันมาจากระดับสาขาวิชา หรือคณะ แต่ต้องมีนโยบายที่ชัดเจนมาจากมหาวิทยาลัยหรือจากรัฐบาล ที่จะต้องมีนโยบายส่งเสริมอย่างชัดเจนและจัดหางบประมาณมาสนับสนุน ทั้งการพัฒนาผู้สอนและการลงทุนในการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งบางหลักสูตรจำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงมาก

การพัฒนาคนในระดับอุดมศึกษาควรแบ่งกลุ่มตามหลักสูตรเป็นสองกลุ่ม กลุ่มระยะสั้น ที่จะสร้างคนสำหรับ 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้อาจเป็นหลักสูตรเดิมๆ ที่มีการปรับปรุงใหม่ แต่ก็ต้องเน้นให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และที่สำคัญหลักสูตรก็จะต้องเน้นสอนเพื่อให้ผู้เรียนปรับตัวอยู่ตลอดเวลาและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะความรู้ที่ได้ในการเรียนจากมหาวิทยาลัยในช่วง 4 ปีก็อาจล้าสมัยไปแล้วทันทีที่จบออกมา และไม่สามารถที่จะใช้ในการทำงานต่อไปได้ แต่บัณฑิตก็จะสามารถใช้ทักษะอื่นๆ ที่เรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเพื่อปรับตัวให้ทำงานด้านอื่นๆ ได้

นอกจากนี้กลุ่มนี้อาจรวมไปถึงการทำหลักสูตรระยะสั้นเพื่อยกระดับและปรับเปลี่ยนทักษะ (Upskill/Reskill) กลุ่มคนที่อยู่ในตลาดแรงงานปัจจุบัน

กลุ่มหลักสูตรระยะยาว คือหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยจะต้องชี้นำสังคมและพัฒนาคนสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอีก 10-20 ปี ต้องเอาแนวโน้มของโลกมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรว่าเราควรจะสร้างบัณฑิตอย่างไรที่จะให้ประเทศมีศักยภาพต่อการแข่งขันในอนาคต เหล่านี้เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า เพื่อสร้างคนให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

ทางสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เพิ่งประกาศผลการสำรวจความต้องการบุคลากรทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2568 – 2572 โดยมี 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและในแต่ละอุตสาหกรรมมีความต้องการตำแหน่งงานสำคัญใดบ้าง และทักษะที่จำเป็นในแต่ละตำแหน่งงาน โดยพบว่า มีต้องการบุคลากรทักษะสูงในตำแหน่งงานสำคัญรวม 1,087,448 ตำแหน่ง ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่มีความต้องการบุคลากรมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 440,573 ตำแหน่ง ตามมาด้วยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 226,423 ตำแหน่ง และ อุตสาหกรรมดิจิทัล 87,568 ตำแหน่ง

หากมองเจาะลึกในตำแหน่งก็จะพบว่า หลายตำแหน่งอาจไม่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูงมาก เช่น มีการระบุถึงตำแหน่งพนักงานบริการลูกค้าในสนามบิน 146,970 ตำแหน่ง คนขับรถบรรทุก 72,826 ตำแหน่ง และพนักงานส่งสินค้า 72,372 ตำแหน่ง ดังนั้นการมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตตามความต้องการของอุตสาหกรรม อาจตอบสนองความต้องการในระยะ 5-10 ปี แต่ถ้าเราจะมุ่งเน้นการแข่งขันของประเทศในระยะยาว อาจต้องพิจารณาถึงแนวโน้มของโลกในอนาคต

มีตัวอย่างการวิเคราะห์ของบริษัทวิจัย McKinsey ที่กล่าวถึง 18 กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Arenas of Competition) ซึ่งมีคุณลักษณะโดดเด่น 2 ประการ คือ การเติบโตสูง (High Growth) และพลวัตสูง (High Dynamism) อุตสาหกรรมเหล่านี้มีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงถึง 10% ซึ่งมากกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปที่มีอัตราการเติบโตเพียง 4% นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของบริษัทขนาดยักษ์ระดับโลกรายใหม่ๆ และสร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจในสัดส่วนที่สูงกว่าอุตสาหกรรมอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

McKinsey คาดการณ์ว่า 18 กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้จะขยายตัวจากสัดส่วนเพียง 4% ของ GDP โลกในปัจจุบัน ไปเป็น 10-16% ภายในปี 2040 โดยจะสร้างรายได้รวมทั่วโลกสูงถึง 29-48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างผลกำไรได้ถึง 2-6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกครั้งสำคัญ ซึ่งทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยไม่สามารถมองข้ามได้

McKinsey ได้จัดกลุ่ม 18 อุตสาหกรรมเหล่านี้ เป็น 3 กลุ่มคือ

1) Continuing Arenas (กลุ่มอุตสาหกรรมต่อเนื่อง): เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตสูงอยู่แล้วและจะยังคงเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง เช่น อีคอมเมิร์ซ ยานยนต์ไฟฟ้า คลาวด์ และเซมิคอนดักเตอร์ สำหรับประเทศไทย นี่คือสมรภูมิที่ต้องแข่งขันอย่างเข้มข้นเพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่เดิม

2) Spin-off Arenas (กลุ่มอุตสาหกรรมแตกแขนง): เป็นกลุ่มที่แตกย่อยออกมาจากอุตสาหกรรมเดิม แต่เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ทรงพลังด้วยตัวเอง เช่น ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โฆษณาดิจิทัล และบริการสตรีมมิง กลุ่มนี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่ที่คล่องตัวและบริษัทเดิมสามารถปรับตัวเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ได้

และ 3) Emergent Arenas (กลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่): เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตและพลวัตสูง แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ ยานยนต์อัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ และพลังงานนิวเคลียร์ฟิชชัน สำหรับประเทศไทย กลุ่มนี้ต้องการวิสัยทัศน์ระยะยาว การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาขั้นพื้นฐาน และความพร้อมที่จะรับมือกับความไม่แน่นอนสูง

ซึ่งการนำพาประเทศไปสู่ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดภายในปี 2040 บทบาทหนึ่งที่สถาบันอุดมศึกษาควรทำคือ เร่งรัดการพัฒนาบุคลากร (Talent Acceleration) ภาครัฐบาลอาจต้องจัดทำโครงการระดับชาติเพื่อยกระดับและปรับเปลี่ยนทักษะครั้งใหญ่ โดยขับเคลื่อนจากความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างแท้จริง เพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมสำหรับอนาคต

นอกจากนี้รัฐบาลเองอาจต้องเร่งสร้างระบบนิเวศเชิงลึก ปรับเปลี่ยนนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากการมุ่งเน้นดึงดูดโครงการขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว ไปสู่การบ่มเพาะและสนับสนุนผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานระดับ และการนำผลงานวิจัยและพัฒนาไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์

สุดท้ายควรมีการจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมที่จะเป็นผู้นำได้อย่างแท้จริง ในขณะที่ใช้วิทยาการ “ผู้ตามที่รวดเร็ว” (Fast Follower) หรือการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Player) ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องอาศัยเงินทุนและเทคโนโลยีขั้นสูง

ดังนั้นมหาวิทยาลัยต่างๆ ควรเร่งปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น 5-10 ปีข้างหน้า และระยะยาวมากกว่า 10 ปี ซึ่งคงต้องทำมากกว่าการปรับปรุงหลักสูตรเก่าเพื่อให้ทันกรอบเวลาของการปรับปรุง ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ชี้นำสังคม และผลักดันให้ประเทศมีศักยภาพต่อการแข่งขันอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...