โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมช.พณ.ป้ายแดง ลั่น ศก.ไทยครึ่งปีหลังจะไม่ติดลบ เชื่อ 'พิชัย' นำเจรจาภาษีสหรัฐฯได้ดีลดี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 04.11 น.

รมช.พณ.ป้ายแดง ‘ฉันทวิชญ์’ เครื่องร้อน เตรียมลุยด้านต่างประเทศ ชู 3 ภารกิจเร่งด่วน

เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. วันที่ 4 กรกฎาคมนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ได้เดินทางเข้ากระทรวงพาณิชย์เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการวันแรก โดยเริ่มจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงพาณิชย์ให้การต้อนรับ จากนั้นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแนวทางการทำงานและภารกิจสำคัญในช่วงเริ่มต้นของการดำรงตำแหน่ง

นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า การหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการแบ่งงานภายในกระทรวง ซึ่งความชัดเจนจะรอการลงนามเพื่อมอบหมายงานอย่างเป็นทางการจาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่จะชัดเจนในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านต่างประเทศเป็นหลัก

“ภารกิจด้านต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีข้อจำกัดด้านเวลา โดยเฉพาะในประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐ แม้จะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผมพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ โดยการเจรจาที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ทราบว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก ทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ต่างมีแผนที่ชัดเจน ผมมั่นใจว่าเราจะเจรจาเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ ส่วนอัตราภาษีจะเป็นเท่าไหร่ต้องรอผลจากทีมเจรจาและการตัดสินใจของทรัมป์” นายฉันทวิชญ์ กล่าว

นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า ในส่วนการทำงานด้านต่างประเทศ ตนได้เตรียมผลักดันใน 3 ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที ได้แก่ 1.การเจรจาการค้า ทั้งในระยะสั้น เช่น การขอลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงการเจรจาในระยะกลาง โดยเฉพาะความตกลงเปิดเสรีการค้า(เอฟทีเอ) กับสหภาพยุโรปและเกาหลีใต้ ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างมาก และจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจไทยในระยะยาวกลาง และยาว

2.การวางรากฐานให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ พร้อมร่วมทีมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำพาธุรกิจไทยสู่การแข่งขันอย่างยั่งยืน

3.ดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพด้านราคา และการสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร

นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า ประเด็นการเจรจาภาษีสหรัฐฯ ที่มี นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นประธานทีมเจรจา อยู่ระหว่างการดำเนินการและติดตามผล เชื่อว่าไทยจะได้ดีลที่ดี อยากให้ไทยได้อัตราภาษีที่แข่งขันกับคู่แข่งได้ ส่วนระดับไหนยังคาดเดาได้ยาก อาจจะเท่าหรือน้อยกว่า และจะต้องมาพิจารณาว่าจะตั้งรับกับภาษีอย่างไร แต่หากอัตราภาษีไทยอยู่ในอัตรามากกว่าคู่แข่งเวียดนามที่ 20 % เชื่อว่าไทยจะแก้ไขได้ โดยรัฐบาลจะต้อง หามาตรการช่วยเอกชน ลดต้นทุน เช่น การให้สิทธิพิเศษภายใต้บีโอไอ หรือ มาตรการลดภาษีในด้านต่างๆ เป็นต้น

นายฉันทวิชญ์ กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังว่ายอมรับว่า ขึ้นอยู่การเจรจาภาษีสหรัฐฯจะเป็นตัวกำหนด โดยเชื่อว่าจีดีพีไทยปี 2568 นี้ จะไม่ติดลบ ไม่วิกฤต หากภาครัฐ เร่งเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้องเร่งการเจรจาการค้าเอฟทีเอ เพื่อผลักดันการค้า การส่งออก หาตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการ ผลิตสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รวมทั้งผลักดันการท่องเที่ยว

ส่วนปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่า อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกนั้น ตนเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศ ไทยจะดูแลดีที่สุดสอดคล้องกับเศรษฐกิจในระยะยาว โดยต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ตนให้ความเคารพความเป็นอิสระและมีความมั่นใจในนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 5 กรกฎาคม นายฉันทวิชญ์ จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย ร่วมคณะกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประชุมและติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ ด่านศุลกากรหนองคาย โรงแรมรอยัลนาคาราและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ พร้อมร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมการค้าชายแดน จังหวัดหนองคายด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รมช.พณ.ป้ายแดง ลั่น ศก.ไทยครึ่งปีหลังจะไม่ติดลบ เชื่อ ‘พิชัย’ นำเจรจาภาษีสหรัฐฯได้ดีลดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...