โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กรดไหลย้อน… ระวังก่อนย้อนทำร้ายตัวเอง | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 04.58 น.

กรดไหลย้อนพบได้ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่ เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรือเกิดอาการพะอืดพะอม จนรบกวนชีวิตประจำวันได้

โรคกรดไหลย้อน (GERD) คือ ภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการที่พบบ่อยเช่น แสบร้อนบริเวณหน้าอก เรอเปรี้ยว หรืออาการอื่นๆ เช่น หอบหืด ไอเรื้อรัง กล่องเสียงอักเสบ เสียงแหบ จนรบกวนต่อคุณภาพชีวิต หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบของหลอดอาหาร
หลอดอาหารอักเสบ หมายถึง ภาวะที่กรด หรือนํ้าย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารจนเกิดเป็นภาวะแทรกซ้อนขึ้น

  • หลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง จนฉีกขาดเป็นแผลเกิดพังผืดตามมาทําให้หูรูดหลอดอาหารตีบได้
  • การเปลี่ยนแปลงของ เยื่อบุหลอดอาหาร (Barrett's esophagus) จนกลายเป็นเยื่อบุกระเพาะอาหาร เกิดขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิด มะเร็งหลอดอาหาร

การตรวจเพิ่มเติม

  • การตรวจวัดการทํางานของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร (Esophageal manometry)
  • การตรวจวัดการไหลย้อนของกรดที่หลอดอาหาร (Esophageal pH monitoring)
  • การส่องกล้องตรวจในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร (Gastroscopy)
  • การกลืนแป้ง ตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น เพื่อดูความผิดปกติของหลอดอาหารการตรวจวัดการทำงานของหลอดอาหาร (Esophageal manometry) คือ การตรวจเพื่อวัดการทำงานของหูรูดหลอดอาหาร หูรูดหลอดอาหารมีหน้าที่ ใช้ป้องกันไม่ให้กรดใน กระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหาร และสำลักเข้าปอดรวมทั้งการทำงานของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร การทดสอบจะทำให้แพทย์ทราบได้ว่า หลอดอาหารของท่านสามารถส่งอาหารลงสู่ กระเพาะอาหารได้อย่างปกติหรือไม่ การทราบ สาเหตุที่ทำให้ทางเดินอาหารของท่านมีปัญหา จะช่วยให้เข้าใจถึงกระบวนการการกลืน และการไหลย้อนได้ดียิ่งขึ้น

การรักษากรดไหลย้อน

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต

  • หลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน รสจัด อาหารรสเปรี้ยว
  • งดสูบบุหรี่ และดื่มสุรา
  • ออกกาลังกาย
  • การนอนเตียงที่ยกเตียง ด้านศีรษะให้สูงขึ้น 15 ซม. หรือ 6-8 นิ้ว
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารอิ่มเกินไป
  • ใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ไม่รัดแน่น
  • ควรเข้านอนหลัง จากรับประทานอาหาร เสร็จแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชม.2. การใช้ยา
    3. การผ่าตัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...