กรดไหลย้อน… ระวังก่อนย้อนทำร้ายตัวเอง | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
กรดไหลย้อนพบได้ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่ เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรือเกิดอาการพะอืดพะอม จนรบกวนชีวิตประจำวันได้
โรคกรดไหลย้อน (GERD) คือ ภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการที่พบบ่อยเช่น แสบร้อนบริเวณหน้าอก เรอเปรี้ยว หรืออาการอื่นๆ เช่น หอบหืด ไอเรื้อรัง กล่องเสียงอักเสบ เสียงแหบ จนรบกวนต่อคุณภาพชีวิต หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบของหลอดอาหาร
หลอดอาหารอักเสบ หมายถึง ภาวะที่กรด หรือนํ้าย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารจนเกิดเป็นภาวะแทรกซ้อนขึ้น
- หลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง จนฉีกขาดเป็นแผลเกิดพังผืดตามมาทําให้หูรูดหลอดอาหารตีบได้
- การเปลี่ยนแปลงของ เยื่อบุหลอดอาหาร (Barrett's esophagus) จนกลายเป็นเยื่อบุกระเพาะอาหาร เกิดขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิด มะเร็งหลอดอาหาร
การตรวจเพิ่มเติม
- การตรวจวัดการทํางานของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร (Esophageal manometry)
- การตรวจวัดการไหลย้อนของกรดที่หลอดอาหาร (Esophageal pH monitoring)
- การส่องกล้องตรวจในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร (Gastroscopy)
- การกลืนแป้ง ตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น เพื่อดูความผิดปกติของหลอดอาหารการตรวจวัดการทำงานของหลอดอาหาร (Esophageal manometry) คือ การตรวจเพื่อวัดการทำงานของหูรูดหลอดอาหาร หูรูดหลอดอาหารมีหน้าที่ ใช้ป้องกันไม่ให้กรดใน กระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหาร และสำลักเข้าปอดรวมทั้งการทำงานของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร การทดสอบจะทำให้แพทย์ทราบได้ว่า หลอดอาหารของท่านสามารถส่งอาหารลงสู่ กระเพาะอาหารได้อย่างปกติหรือไม่ การทราบ สาเหตุที่ทำให้ทางเดินอาหารของท่านมีปัญหา จะช่วยให้เข้าใจถึงกระบวนการการกลืน และการไหลย้อนได้ดียิ่งขึ้น
การรักษากรดไหลย้อน
1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต
- หลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน รสจัด อาหารรสเปรี้ยว
- งดสูบบุหรี่ และดื่มสุรา
- ออกกาลังกาย
- การนอนเตียงที่ยกเตียง ด้านศีรษะให้สูงขึ้น 15 ซม. หรือ 6-8 นิ้ว
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารอิ่มเกินไป
- ใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ไม่รัดแน่น
- ควรเข้านอนหลัง จากรับประทานอาหาร เสร็จแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชม.2. การใช้ยา
3. การผ่าตัด