โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เดินหน้าหยุด 'พยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี' ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 09.30 น.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์มะเร็งท่อน้ำดี โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) และภาคีเครือข่าย คิกออฟกิจกรรมครั้งสำคัญของประเทศ "มหกรรมการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี" ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานมหกรรมฯ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 ณ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. และกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การสนับสนุนงบประมาณวิจัยภายใต้งบประมาณของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เน้นการสนับสนุนทุนวิจัยแบบมุ่งเป้า โดยหยิบยกประเด็นที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ และมีแนวโน้มที่จะแก้ไขได้มาเร่งดำเนินการ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องมาร่วมมือกันในการแก้ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยจุดคานงัดสำคัญของปัญหาดังกล่าว คือพฤติกรรมการบริโภคและการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงให้เข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

สวรส. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานบริหารและจัดการทุนวิจัย (Program Management Unit: PMU) หลัก ในการขับเคลื่อนเพื่อให้ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับและลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดี

ตั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การลดความชุกของการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ภายใน 2 ปี ให้ได้น้อยกว่า 10% และภายใน 10 ปี น้อยกว่า 1% และสามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ตั้งแต่ระยะต้น ภายใน 2 ปี ได้มากกว่า 50% ภายใน 10 ปี ได้มากกว่า 80% โดยจะลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี ภายใน 2 ปี ได้มากกว่า 30% ภายใน 10 ปี ได้ 50%

สำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้ เราจะช่วยกันผลักดันให้เกิดความปลอดภัย ตั้งแต่เรื่องสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้อง เพื่อลดการบริโภคปลาดิบที่มีพยาธิใบไม้ตับ การคัดกรองเพื่อให้คนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี สามารถถูกค้นพบได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจอัลตร้าซาวด์ การตรวจ CT Scan การเพิ่มขีดความสามารถในการผ่าตัดให้ได้มากขึ้น ไม่ต้องรอคิวนาน การพัฒนาระบบฐานข้อมูลติดตามและเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี รวมถึงการขยายการผลิตชุดตรวจคัดกรองให้สามารถเข้าถึงและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งเราจะทุ่มเทกันทุกภาคส่วน เพื่อดำเนินการให้เห็นผลและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในเวลา 2 ปีต่อจากนี้

รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การดำเนินงานตามแผนวิจัยมุ่งเป้าที่เป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่และเป็นปัญหาของประเทศด้วยนั้น นับเป็นมิติใหม่ของการดำเนินงานที่จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อยกระดับให้เกิดการแก้ปัญหาที่สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน ซึ่งมหกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี นับเป็นกิจกรรมตามแผนมุ่งเป้า "ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี"

โดยภายในงานฯ มีการให้บริการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับ โดยใช้ชุดตรวจปัสสาวะสำเร็จรูปชนิดเร็ว OV ATK ให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยงอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ราย และให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีโดยการตรวจอัลตร้าซาวด์ กับประชากรกลุ่มเสี่ยงอายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 600 ราย

ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เป็นกลุ่มที่มีประวัติเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ 1) เคยติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 2) เคยกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับ 3) เคยกินปลาน้ำจืดแบบสุก ๆ ดิบๆ ซึ่งในงานฯ หากมีการพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับหรือตรวจเจอมะเร็งท่อน้ำดี จะมีการแนะนำและส่งผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ภายในงานฯ ยังมีนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี อาทิ อาหารปลอดภัย ปลาปลอดพยาธิ หลักสูตรพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดีในสถานศึกษา อำเภอต้นแบบ การจัดสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การนำหมอลำมาเป็นเครื่องมือสร้างความตระหนักรู้เรื่องพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ตลอดจนบูธนิทรรศการของหน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อน เรื่องดังกล่าว

นายจารึก ไชยรักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) และผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สช.อ.) กล่าวถึงบทบาทและการสนับสนุนของ สช. ต่อการการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีไว้ว่า สช. ทำหน้าที่ในการประสานเชิงนโยบาย

โดยในปี 2557 ศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ได้ผลักดันเรื่องนี้เป็นมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคีเครือข่ายต่างตระหนักดีว่าปัญหานี้สามารถป้องกันและรักษาได้ หากค้นพบอาการเริ่มต้นได้เร็ว และต้องดำเนินการแบบบูรณาการครอบคลุมทั้งปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ต่อมาจึงเสนอเป็นระเบียบวาระในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 หลังจากที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มีฉันทมติร่วมกันแล้ว ที่ประชุม คสช. มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ต่อมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 มีมติรับทราบและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามมติสมัชชาสุขภาพฯ ดังกล่าว ตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ทำให้เรื่องพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี เป็นปัญหาที่ทุกคนในสังคมรับรู้และร่วมมือกันแก้ไขปัญหา การขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ของ สช. มีการดำเนินงานโดยคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน และเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานมาอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...