โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ASEANรวมพลัง! “อันวาร์” ชูธงเจรจา “ทรัมป์” สกัดสงครามการค้า – ย้ำแนวคิดความเป็นศูนย์กลาง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 07.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วันนี้ (26 พ.ค. 2568) เว็บไซต์JakartaGlobe.id รายงานว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 46 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่าได้ส่งจดหมายถึง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อเสนอให้จัดการประชุมร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการ “ภาษีตอบโต้” (Reciprocal Tariffs) ที่รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมนำมาใช้กับสินค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การประชุมครั้งนี้มีผู้นำจากประเทศสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งเข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือท่าทีร่วมของภูมิภาคต่อประเด็นเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคง

บรรยากาศในที่ประชุมสะท้อนความกังวลของผู้นำต่อท่าทีล่าสุดของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงจุดยืนชัดเจนว่าพร้อมจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมจากประเทศคู่ค้ารายสำคัญทั่วโลก รวมถึงกลุ่มอาเซียน เพื่อแก้ไขปัญหาดุลการค้าของสหรัฐฯ

ภาษีดังกล่าวอาจสูงถึงกว่า 40% ในบางประเทศ ทำให้หลายประเทศในภูมิภาคกลายเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากมาตรการนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม

นายอันวาร์กล่าวต่อที่ประชุมว่า แนวคิด “อาเซียนเป็นศูนย์กลาง” (ASEAN Centrality) มีบทบาทสำคัญในการรวมพลังของภูมิภาค เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ผมได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อขอให้จัดการประชุมระหว่างสหรัฐฯ กับอาเซียน เราจริงจังกับหลักการความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค” นายอันวาร์ กล่าวซึ่งมีการถ่ายทอดผ่านช่องข่าวของมาเลเซีย Berita RTM

แม้ว่าส่วนใหญ่ของการประชุมจะไม่เปิดเผยต่อสื่อมวลชน แต่คาดว่าผู้นำทั้ง 10 ประเทศสมาชิกจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับท่าทีต่อสงครามการค้า ในแถลงการณ์ร่วมที่คาดว่าจะเผยแพร่เร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ หลายประเทศได้เริ่มเจรจาแบบทวิภาคีกับรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว เช่น กัมพูชา ซึ่งถูกกำหนดอัตราภาษีสูงถึง 49% และอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งเป้าสรุปข้อตกลงกับสหรัฐฯ ให้ได้ภายใน 60 วัน

อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อประเทศอาเซียน (ตามรายงาน Jakarta Globe) มีดังนี้

  • กัมพูชา 49%
  • ลาว 48%
  • เวียดนาม 46%
  • เมียนมา 44%
  • ไทย 36%
  • อินโดนีเซีย 32%
  • มาเลเซีย, บรูไน 24%
  • ฟิลิปปินส์ 17%
  • สิงคโปร์ 10% (ภาษีพื้นฐาน)

ในปี 2567 สหรัฐฯ มีมูลค่าการค้ารวมกับอาเซียนอยู่ที่ 476.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากภูมิภาคนี้ 352.3 พันล้านดอลลาร์ และเกิดดุลการค้าขาดดุลสูงถึง 277.7 พันล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ในถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ กลุ่มอาเซียนได้เรียกร้องให้มีการเจรจาภาษีอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ กับสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าอาเซียนจะไม่ดำเนินมาตรการตอบโต้ใด ๆ เพื่อคงไว้ซึ่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...