โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปภ. ร่วมถกศูนย์เฉพาะกิจชายแดนชายแดนไทย-กัมพูชา ประกาศเขตช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 5 จังหวัด

สยามรัฐ

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

ปภ. ร่วมประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระทรวงมหาดไทย เผย ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแล้ว 5 จังหวัด 19 อำเภอ 119 ตำบล 1,438 หมู่บ้าน

วันที่ 28 ก.ค.68 นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา กระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 2/2568 ซึ่งมีนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านกิจการความมั่นคง เป็นประธานการประชุม ส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้อง War Room อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย และผ่านระบบการประชุมทางไกล

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ภายใต้การบูรณาการของกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้มีประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายใต้ มท. ในการดูแลพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ซึ่งขณะนี้ ปภ. ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 โดยมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัย (ภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากต่างประเทศ) 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี และตราด รวม 19 อำเภอ 119 ตำบล 1,438 หมู่บ้าน เพื่อให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนดอย่างเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ก็ได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการมีอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าว เพิ่มเป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นไปด้วยความคล่องตัวและทันต่อสถานการณ์

ขณะที่นายชัยรัตน์ รองอธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า ปภ. ได้วางแผนสนับสนุนการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ภายใต้นโยบายของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.68) เครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ที่ ปภ. ส่งไปสนับสนุนเพิ่มเติม ได้เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษแล้ว จำนวน 7 รายการ รวม 14 คัน ได้แก่ รถเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด 200 kVA. รถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ ขนาด 12,000 ลิตร รถตรวจการณ์ รถบรรทุกขนาดเล็ก รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยพร้อมอุปกรณ์ รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหารพร้อมอุปกรณ์ ขณะที่เครื่องจักรกลจากสาธารณภัยของศูนย์ ปภ. เขต อื่นๆ ที่ ปภ. ส่งเข้าไปสนับสนุนก่อนหน้านี้ ก็ให้ตรึงกำลังปฏิบัติงานตามนโยบายของจังหวัดอย่างเต็มกำลัง และที่สำคัญ ปภ.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ได้ทันที จึงขอฝากให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการและหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

”ขอเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่าปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากหาก ปภ. ได้รับการแจ้งความเสี่ยงอันตรายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบและพื้นที่ จะทำการส่งแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Boardcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทันที เพื่อแจ้งเตือนประชาชนทราบข้อมูลอย่างรวดเร็วอีกทางหนึ่ง“ นายชัยรัตน์ รองอธิบดี ปภ. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...