‘ปานเทพ’ จวกรัฐบาลอ่อนปกป้องอธิปไตย ปมชายแดนไทย-กัมพูชา
The Bangkok Insight
อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 11.12 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 11.12 น. • The Bangkok Insight"ปานเทพ" จวกรัฐบาลอ่อนการปกป้องอธิปไตย ปมชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐมนตรีกลาโหม ต้องติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก ชี้ไทยถูกรุกแผ่นดิน ไม่ใช่ No man’s land แต่คือ Thailand จี้ยกเลิก MOU 2543 ก่อนซ้ำรอยเขาพระวิหาร รัฐบาลต้องกล้าประท้วงกัมพูชาอย่างเป็นทางการ
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึง การยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ว่า ในฐานะประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินไปพร้อมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล และนักวิชาการรวมถึงประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
แม้ตอนนี้จะมีคำแถลงจากกระทรวงกลาโหมหลายครั้ง แต่สิ่งที่ยังกังวลอยู่มาก คือสิ่งที่รัฐบาลไทยยังไม่ยืนยันผืนแผ่นดินไทยว่าอยู่ที่ไหน ในขณะที่ฝ่ายกองทัพยืนยันว่าแผ่นดินไทยอยู่ที่ไหนแต่อำนาจ การประท้วงอย่างเป็นทางการเพื่อไม่ให้เข้าข่ายกฎหมายปิดปาก ว่าแผ่นดินนั้นเป็นของประเทศไทย ต้องมาจากรัฐบาล ต้องมาจากกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่แค่กองทัพ
พร้อมย้ำว่า วันนี้เรายังไม่ได้ยินว่ามีการรุกล้ำแผ่นดินไทย ไม่ใช่ รุกล้ำ No man's land รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องแก้ไขคำนี้ ให้ถูกต้องก่อน ซึ่งเป็นกระดุมเม็ดแรก ว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังถูกรุกราน อธิปไตยของแผ่นดินไทย ถ้ามายืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เราจะกลับกระดุมเม็ดต่อไปผิดพลาดทั้งหมดในเวลาต่อมา ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ จะไปยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล จะยื่นเรื่องอะไรรอดูสถานการณ์เพราะยังมีเวลาเหลืออีก 2-3 วัน หวังว่ารัฐบาลจะได้ฟังแล้วจะหนัก และทำในสิ่งที่เราได้พูดตั้งแต่วันนี้ให้เป็นรูปธรรม
ไทยถูกรุกแผ่นดิน ไม่ใช่ No man’s land
"ณ ขณะนี้มีการรุกรานแผ่นดินไทยแล้วไม่ใช่ No man's land แต่เป็น Thailand ต้องมีมาตรการ ในการประท้วงอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงการต่างประเทศ ต้องมีมาตรการในการผลักดันออก หรือจับกุมผู้กระทำความผิด ประหนึ่งกรณี นายวีระ สมความคิด ที่เคยถูกจับกุม บริเวณจังหวัดสระแก้ว และถูกดำเนินคดีความในกัมพูชา ถูกจำคุกอยู่ 3 ปี ประเทศไทยก็ต้องปฏิบัติในมาตรการแบบเดียวกัน ไม่ใช่มีแต่ข้อสงสัยว่าพื้นที่ แผ่นดินไทยเป็น No man's land แต่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร
ขอย้ำว่าการพูดว่าเป็น No man's land เป็นผลเสียหายต่อประเทศไทย เพราะเท่ากับไม่ยืนยันว่านั่นคือแผ่นดินไทย เพราะ No man's land ในข้อตกลงเกิดขึ้นได้ เนื่องมาจากการขีดเส้น 2 เส้น คือทางฝั่งกัมพูชาที่คิดรุกล้ำเข้ามาในประเทศไทย กับการขีดของประเทศไทยที่ต้องยืนหยัดในแผ่นดินตัวเอง การลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่อ้างว่าเป็น No man's land จึงเท่ากับเป็นการรุกรานแผ่นดินไทย ต้องมีมาตรการชัดเจนและเป็นรูปธรรมซึ่งเราต้องดูปฏิกิริยารัฐบาล จากนี้จนถึงวันอังคาร" นายปานเทพ กล่าว
พร้อมย้ำว่าต้องตระหนักว่าขณะนี้กัมพูชาต้องการอะไร คือต้องการไปศาลโลก และไม่ต้องการเจรจาใน JBC แต่กัมพูชายังกอด MOU 2543 ทำไมยังกอดอยู่ทั้งที่ไม่เจรจา เพราะเขากำลังอ้าง มาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน ซึ่งประเทศไทยไม่เคยยอมรับ และปรากฏอยู่ใน MOU 2543 ในกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิด
ไทยควรใช้โอกาสนี้ยกเลิก MOU2543 และกลับมาประชุม JBC ตามที่ควรจะเป็น ตามลักษณะลองติจูดละติจูดที่มองเห็นได้แล้วในดาวเทียม ถ้าเรายังปะปนกันอยู่ โดยยึดเอาแผนที่ฝรั่งเศส อยู่ใน MOU 2543 กัมพูชาจะคิดเสมอว่าประเทศไทยกำลังยอมรับ แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน อันเป็นเหตุทำให้ไทยสูญเสียเขาพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบ และจะลุกลามไปไกลกว่านี้
ดังนั้น มาตรการของตอนนี้คือทิ้งการประชุม JBC แต่จะกอดแผนที่ใน MOU 2543 ถ้าเราตระหนักรู้เรื่องนี้เราต้องใช้โอกาส ในการละเมิดการประชุม JBC ของฝ่ายไทยและกัมพูชา ดังนั้น MOU 2543 ต้องยกเลิก เพื่อนำไปสู่การเจรจา ที่ไม่ได้มีความคาดหวังเกินหลักแนวธรรมชาติระหว่างไทยกัมพูชา ขณะนี้กัมพูชามีเป้าหมาย และความคาดหวัง เขตแดนเกินไปไกลกว่าสันปันน้ำ ยึดแผนที่ฝรั่งเศสเป็นตัวตั้งแล้วเขาดำเนินการแบบนี้มาโดยตลอด ตนเคยเตือนเรื่องนี้เมื่อ 14 ปีที่แล้วว่า จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ดังนั้นประเทศไทยมีหน้าที่ยืนหยัด และยืนยันแผ่นดินของตนเอง
มองว่าวันนี้ถือว่าคำแถลงการณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พัฒนาขึ้น ว่าจะปกป้องอธิปไตยแต่ ยังไม่ชัดเจน ว่าแผ่นดินไทยอยู่ที่ไหน ยังไม่กล้ายืนยันว่าแผ่นดินไทย อยู่ที่ไหน ยังไม่ประท้วงกัมพูชาไหว้รุกล้ำแผ่นดินไทยพูด แต่คำว่า"No man's land" ทั้งที่จริงเป็น Thailand ไม่ใช่ No man's land
เมื่อถามว่า นายภูมิธรรม ให้อำนาจเหล่าทัพในการเปิดหรือปิดด่าน มองว่าช้าไปหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า ช้าไป แต่ถือว่าเเป็นอนาจของกองทัพบกชัดเจนแล้ว กองทัพบกมีหน้าที่ในการใช้ทุกมาตราการในการปกป้องอธิปไตยให้ได้มากที่สุด แต่ไม่พอ เพราะการประท้วงอย่างเป็นทางการเพื่อไม่ให้เข้าข่ายกฎหมายปิดปาก เหมือนกรณีปราสาทเขาพระวิหาร รัฐไทยต้องเป็นฝ่ายประท้วงในนามรัฐบาลไทย หรือในนามกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี เหมือนที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศ
แต่วันนี้เรายังไม่ได้เสียงผู้นำรัฐบาลของประเทศไทยประกาศในเรื่องเหล่านี้ พูดแต่เราจะปกป้องอธิปไตยไทยแต่ไม่รู้ว่าแผ่นดินไทยอยู่ที่ไหน นี่คือจุดเปราะบางและจุดเสี่ยงที่สุด เราต้องการได้ยินเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ถ้าท่านทำไม่ได้ตนเชื่อว่าวันที่ 10 มิถุนายน จากผู้ที่ไปยื่นหนังสือจะไปไกลมากกว่าการเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติ ถ้ารัฐบาลทำไม่ได้อาจจะนำไปสู่ขับไล่รัฐบาลได้
ถามต่อว่าประธานอาเซียนออกมาเป็นตัวกลางประสานระหว่าง 2 ประเทศ มองว่าจะทำให้ท่าทีของกัมพูชาอ่อนลงหรือไม่ นายปานเทพ ระบุว่า ทุกประเทศที่จะเข้ามาช่วยเป็นตัวกลางเจรจา ยืนยันอีกครั้ง ว่าขณะนี้เรายังไม่ยืนยันว่าเราถูกละเมิดอธิปไตย เราไม่แสดงภาพถ่ายดาวเทียมว่ามีการรุกล้ำอย่างไรเพื่อให้สากลรับรู้ มีแต่ฝ่ายกัมพูชาเท่านั้น แต่ฝ่ายไทยปล่อยให้โซเชียล เป็นผู้ประกาศ ทางรัฐบาลยังไม่ประกาศอะไรเลย เท่ากับเรานิ่งเฉย ไม่ปฏิเสธ ซึ่งตรงนี้ตนเป็นห่วงว่าจะซ้ำรอยปราสาทเขาพระวิหาร
ดังนั้นเราต้องการคำประกาศที่ชัดเจน ไม่ใช่คำอวดอ้างว่า เราสนับสนุนกองทัพ หรือเราปกป้องอธิปไตย แค่นั้นไม่พอ วันนี้ต้องการยืนยัน และยืนยันว่าแผ่นดินไทยอยู่ที่ไหน รุกล้ำอย่างไร ต้องสร้างความรับรู้ในทางสากล ปิดรับกลายเป็นความลับมืดดำ ไม่ให้ประชาชนรู้ แล้วจะชนะทางสากลได้อย่างไร
พร้อมย้ำว่าฉะนั้นอย่าทำการสู้รบแบบที่คิดว่าประชาชนรู้ไม่เท่าทัน อย่าคิดว่า ประชาชนหรือสากลจะต้องเชื่อ ในสิ่งที่ไม่มีความชัดเจน และย้ำว่าวันนี้ต้องการความชัดเจน
นายปานเทพ กล่าวว่า รัฐบาลควรจะต้องดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อกดดันให้กัมพูชามาอยู่ในเวทีเจรจาที่ไม่เอาเปรียบ ประเทศไทย และสิ่งที่เราควรทำคือกระแสย้อนกลับ ให้รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น ประชาชนในฝั่งกัมพูชานั้นเดือดร้อน นี่คืออำนาจต่อรอง และอย่าคิดว่าไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด นั่นเป็นฝ่ายกองทัพพูด แต่รัฐบาลต้องต่อประโยคหลังให้ได้ เอกราชของไทยจะไม่ให้ใครข่มขี่ด้วย ไม่ใช่บอกแค่ว่าถึงเวลารบเราก็จะรบ ไม่พอ วันนี้มีการรุกล้ำเราต้องทำมากกว่านี้
เมื่อถามถึงโอกาสที่จะสูญเสีย 3 ประสาท ตามแนวเขตแดนนั้น นายปานเทพ ยืนยันว่า 3 ปราสาท อยู่ในแนวสันปันน้ำของประเทศไทย ดังนั้นต้องใช้โอกาสนี้ยกเลิก MOU 2543 และเจรจาใหม่ เพื่อไม่ให้มีการซ้ำรอยกับปราสาทเขาพระวิหาร
นายปานเทพย้ำว่า ตราบใดประเทศไทย ไม่บ้าจี้ไปรับอำนาจศาลโลกอีก เราก็ไม่มีทาง ให้ใครมาตัดสินเรา เพราะกฎบัตรสหประชาชาติก็ยืนยัน ว่าทุกประเทศมีอำนาจและอำนาจและมีความชอบธรรมในการปกป้องอำนาจอธิปไตยของตัวเอง ดังนั้นการปะทะชายแดนเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะเรามี กลไก JBC ที่เป็นเรื่องของ 2 ประเทศต้องคุยกัน ชาติอื่นอย่าปล่อยให้มายุ่ง เรามีบทเรียนราคาแพงหลายครั้ง การที่ชาติอื่นเข้ามายุ่ง เราต้องยืนหยัดในกฎบัตร อาเซียน หรือกฎบัตรสหประชาชาติ ว่าไม่ให้ชาติอื่นแทรกแซง และย้ำ ว่าสันติวิธีโดยที่เขานั่งทับ เส้นแผ่นดินไทยไปแล้ว เพราะถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ เขาจะนั่งทับไปตลอดกาล การเจรจาได้เปรียบหรือเสียเปรียบพื้นที่เหล่านั้น ต้องไม่มีใครเอาเปรียบประเทศไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทบ. สั่ง กองกำลังบูรพา-กองกำลังสุรนารี ควบคุมจุดผ่านแดน แนวชายแดนไทย–กัมพูชา
- 'นายกฯ' ขอบคุณ ‘อันวาร์’ โทรคุย ย้ำไทยมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี
- สถานทูตจีน หวังไทย-กัมพูชา ยับยั้งชั่งใจ ยินดีประสานแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจา
ติดตามเราได้ที่