1 ต.ค. นั่งรถไฟฟ้า 20 บาทได้ 5 สาย ถ้ากฎหมาย 3 ฉบับไม่ผ่านสภา
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ระยะ (เฟส) ที่ 2 เพื่อลดค่าครองชีพในการเดินทางให้แก่ประชาชนตามนโยบายรัฐบาล โดยถือเป็นโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการทันที ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 ตามปีงบประมาณประจำปี 2569 เป็นเวลา 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 8 สาย รวม 286.84 กิโลเมตร (กม.) 193 สถานี ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู,สีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดง และสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัด และเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการลงทะเบียนรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนช่วงเดือน ส.ค. 2568 ขณะเดียวกันต้องรอให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินมาตรการทั้ง 3 ฉบับ ผ่านการพิจารณา และประกาศใช้ก่อน ได้แก่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง โดยขณะนี้กฎหมายผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระ 1 แล้ว เตรียมเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2568
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า กฎหมายทั้ง 3 ฉบับ มีความสำคัญดังนี้ 1. พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ รฟม. สามารถนำเงินรายได้สะสมของ รฟม. เข้ากองทุนตั๋วร่วม เพื่อชดเชยรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ ได้ 2. พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ซึ่งจะมีการตั้งกองทุนตั๋วร่วม เพื่อให้การดำเนินมาตรการ และการบริการจัดการมีความยั่งยืน โดยเงินที่นำมาใส่ในกองทุนฯ ในระยะสั้น อาทิ เงิน รฟม. และเงินงบประมาณ ส่วนในระยะยาว จะเป็นเงินที่ได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion Charge) และ 3. พ.ร.บ.การขนส่งทางราง เพื่อให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) มีอำนาจกำกับมาตรฐาน และความปลอดภัยในการให้บริการ อาทิ เมื่อมีผู้โดยสารมาใช้บริการมากขึ้น ขบวนรถอาจแน่นเกินไป ก็มีอำนาจให้ผู้ประกอบการจัดหาขบวนรถมาให้บริการเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันทำได้เพียงขอความร่วมมือ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามการดำเนินมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากจะทำให้เกิดความสมบูรณ์ ต้องรอให้กฎหมายทั้ง 3 ฉบับประกาศใช้เรียบร้อยก่อน ซึ่งต้องรอดูว่าในการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ช่วงปลายเดือน ก.ค. นี้ จะได้รับการโหวตจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาให้ผ่านทั้ง 3 ฉบับหรือไม่ เพราะสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังไม่นิ่ง และยังมีปัญหากันอยู่ ซึ่งหากกฎหมายทั้ง 3 ฉบับผ่าน จะทำให้การดำเนินมาตรการฯ เดินหน้าได้อย่างสมบูรณ์
แต่หากกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ ไม่ผ่านการพิจารณา ก็ยังมีทางออกที่จะทำให้มาตรการฯ นี้ ดำเนินโครงการต่อไปได้ แต่จะไม่สามารถดำเนินการมาตรการนี้ได้ครบทั้ง 8 สาย โดยจะทำได้เพียง 5 สาย ได้แก่ สายสีแดง, สายสีม่วง, สายสีน้ำเงิน, สายสีชมพู และสายสีเหลือง ซึ่งสายสีแดง จะใช้งบประมาณชดเชยรายได้ ส่วนสายสีอื่นๆ อีก 4 สาย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็สามารถใช้เงินรายได้สะสม รฟม. ชดเชยได้ ส่วนสายสีเขียว, สีทอง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูของ รฟม. จะยังไม่สามารถดำเนินการมาตรการนี้ได้.