“ทรัมป์” จ่อเก็บภาษีนำเข้ายา-เซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่ภาษีตอบโต้รอบใหญ่ 1 ส.ค.68
ทรัมป์ เตรียมเริ่มเก็บภาษีนำเข้ายาและเซมิคอนดักเตอร์ภายในสิ้นเดือนนี้ โดยจะใช้มาตรการภาษีต่ำในช่วงแรกก่อนเพิ่มสูงขึ้นในปีหน้า พร้อมเดินหน้าบังคับใช้ภาษีตอบโต้ 1 ส.ค.
วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 06.23 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่ามีแนวโน้มที่จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้ายา (pharmaceuticals) ภายในสิ้นเดือนนี้ และอาจตามมาด้วยภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดยภาษีทั้งสองกลุ่มอาจเริ่มใช้พร้อมกับมาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) แบบกว้างที่มีกำหนดเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม 2568
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดด้าน AI ที่เมืองพิตต์สเบิร์กว่า “เราน่าจะเริ่มภาษีนำเข้ายาภายในสิ้นเดือน โดยจะเริ่มด้วยอัตราต่ำ แล้วให้เวลาบริษัทเภสัชกรรมราว 1 ปีเพื่อย้ายฐานการผลิตกลับมาสหรัฐ หลังจากนั้นจะปรับภาษีให้สูงขึ้นมาก”
ทรัมป์ยังเสริมว่า แผนเก็บภาษีเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ก็อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และระบุว่าการเก็บภาษีกลุ่มนี้“ซับซ้อนน้อยกว่า” โดยยังไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดง 50% ภายในไม่กี่สัปดาห์ และภาษีสำหรับกลุ่มยานั้นอาจสูงถึง 200% ภายในปีหน้า หากบริษัทยังไม่ย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ
ทรัมป์ได้เปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 กับกลุ่มยานำเข้า โดยให้เหตุผลว่าการนำเข้ายาจากต่างประเทศจำนวนมากเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
ทั้งนี้มาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบทันทีต่อผู้ผลิตยาอย่าง Eli Lilly & Co., Merck & Co. และ Pfizer Inc. ที่มีฐานการผลิตในต่างประเทศ และอาจผลักดันราคายาในสหรัฐให้สูงขึ้น ในทำนองเดียวกันภาษีสำหรับเซมิคอนดักเตอร์อาจกระทบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยอดนิยม เช่น แล็ปท็อปและสมาร์ทโฟนจาก Apple Inc. และ Samsung Electronics Co.
โดยภัยคุกคามจากภาษีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางช่วงที่ทรัมป์ส่งจดหมายถึงประเทศคู่ค้าหลายรายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยกำหนดอัตราภาษีนำเข้าแบบฝ่ายเดียว (unilaterally dictated) ต่อสินค้าหลายประเภท พร้อมย้ำว่าสหรัฐยังเปิดรับการเจรจา
เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ทรัมป์เพิ่งประกาศข้อตกลงกับอินโดนีเซีย โดยลดอัตราภาษีจาก 32% ตามที่ระบุไว้ในจดหมาย ลงเหลือ 19% ข้อตกลงนี้รวมถึงคำมั่นจากอินโดนีเซียที่จะซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐ ได้แก่ สินค้าพลังงานมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ สินค้าเกษตร 4,500 ล้านดอลลาร์ และเครื่องบิน Boeing จำนวน 50 ลำ
ทรัมป์ยังแสดงความเชื่อว่า เขาน่าจะสามารถทำข้อตกลงการค้าได้อีก 2–3 ฉบับ ก่อนมาตรการภาษีตอบโต้เริ่มมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม โดยระบุว่า อินเดีย เป็นประเทศที่มีแนวโน้มมากที่สุดในการบรรลุข้อตกลง
“ผมคิดว่าอินเดียน่าจะมาแน่ และเราก็มีอีกไม่กี่ประเทศ แต่นะครับ… ผมต้องบอกว่า โดยรวมแล้ว ผมพอใจกับจดหมายที่ส่งไปมาก” ทรัปม์กล่าวและเสริมว่า สำหรับประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ได้รับการกำหนดอัตราภาษีพิเศษ อาจถูกเรียกเก็บภาษีประมาณ 10% กว่า ๆ เป็นมาตรฐานทั่วไป
อ้างอิง : bloomberg.com