โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โบรกชู GULF–BCPG เด่น! รับผลกระทบสงคราม “ตะวันออกกลาง” จำกัด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุหนักอีกครั้ง เมื่ออิสราเอลและอิหร่านเปิดฉากสู้รบกันต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในภูมิภาคกลายเป็นสนามรบ สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานอย่างรุนแรง ความขัดแย้งที่ลุกลาม สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงกลุ่มพลังงานและโรงไฟฟ้าโดยตรง

ทั้งนี้ สอดคล้องกับฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า 8% เมื่อเทียบวันต่อวัน (d-d) ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ก็มีแนวโน้มปรับขึ้นเช่นกัน หากสถานการณ์ลุกลามไปถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ ราคาก๊าซ JKM LNG เดือนสิงหาคม ปรับตัวขึ้น 1.6% ณ วันที่ 13 มิ.ย. 2568 เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่ง LNG ราว 3% ของความต้องการทั่วโลก ขณะที่ราคา Henry Hub LNG ปรับเพิ่มขึ้น 0.8% โดยบล.กรุงศรีมองว่าเป็นปัจจัยลบต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าที่มีสัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC (26%), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM (22%) และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF (6%)

ในกรณีที่ความขัดแย้งยืดเยื้อ และราคาก๊าซ JKM LNG ปรับขึ้นต่อเนื่องทุกๆ 10% (หรือเพิ่มขึ้น 1.2 ดอลลาร์/ล้าน BTU จากระดับปัจจุบันราว 12 ดอลลาร์/ล้าน BTU) จะส่งผลต่อประมาณการกำไรปี 2568 (25F) ของ GPSC ราว -2.3%, BGRIM ราว -3.1% และ GULF ราว -0.2% โดยผลกระทบจะเริ่มสะท้อนในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

สำหรับบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งมีแหล่งก๊าซหลักจาก Henry Hub (Marcellus) บริษัทมีนโยบายบริหารความเสี่ยงด้านราคาก๊าซ ด้วยการทำสัญญา Hedge ความแตกต่างระหว่างค่าไฟและราคาก๊าซล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 1 ปี ในสัดส่วน 50–75% ของปริมาณขายไฟ เพื่อรักษาระดับ Spark Spread ที่ราว 2 เซนต์สหรัฐต่อหน่วย ส่งผลให้การปรับขึ้นของราคาก๊าซ Henry Hub ทุก 10% (หรือประมาณ 0.35 ดอลลาร์ จากราคาปัจจุบัน 3.52 ดอลลาร์/ล้าน BTU) คาดว่าจะกระทบต่อกำไรปี 2568 ของ BCPG เพียงราว -1%

ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยยังคงเลือกหุ้น GULF โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 56.5 บาท และ BCPG โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 8.0 บาท เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจำกัดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากการเติบโตที่ชัดเจน และความเสี่ยงต่ำจากนโยบายลดค่าไฟภายในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...