โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สธ.ดิ้นสู้ปมชั้น14 กฤษฎีกาชี้ อนุฯจริยธรรมร่วมประชุมแพทยสภาได้

PostToday

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 22.13 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.58 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 กระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือถึงนายปกรณ์ นิลประพันธ์เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สอบถามกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา) ใช้อำนาจตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ยับยั้งมติของคณะกรรมการแพทยสภาที่ลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม 3 ราย กรณีการเข้ารักษาตัวรพ.ชั้น14 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และส่งเรื่องให้คณะกรรมการแพทยสภาพิจารณายืนยันมติอีกครั้ง โดยต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสาม

ประเด็นสำคัญที่หารือ คือ กรรมการแพทยสภาบางรายเคยเป็นอนุกรรมการใน “คณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม” ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาและเสนอความเห็นในคดีจริยธรรมมาก่อน จะสามารถเข้าร่วมการประชุมและออกเสียงยืนยันมติได้หรือไม่ โดยจะถือว่าเข้าข่าย “มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลาง” ตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 หรือไม่

ข้อพิจารณาและข้อสรุปของคณะกรรมการฯ มีดังนี้

ลักษณะของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เป็นหน่วยงานที่แพทยสภาแต่งตั้งขึ้นตามข้อบังคับ ว่าด้วยโครงสร้างการบริหาร พ.ศ. 2547 เพื่อช่วยพิจารณาเอกสาร สำนวน และข้อเสนอแนะจากคณะอนุกรรมการสอบสวนและคณะอนุกรรมการจริยธรรม และเสนอความเห็นประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการแพทยสภา

บทบาทของกรรมการแพทยสภาในฐานะอนุกรรมการ

กรรมการแพทยสภาที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม ได้ทำหน้าที่ตามข้อบังคับและอำนาจของแพทยสภา เพื่อเตรียมข้อมูลประกอบการพิจารณา ไม่มีอำนาจออกคำสั่งหรือวินิจฉัยชี้ขาดอย่างเป็นทางการ จึงมิใช่การมีส่วนร่วมในการตัดสินขั้นสุดท้ายที่อาจก่อให้เกิดอคติหรือความไม่เป็นกลางในการลงมติ

ข้อเปรียบเทียบทางกฎหมายและแนววินิจฉัยที่เกี่ยวข้อง

จากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 860/2557 และ 1795/2559) รวมถึงความเห็นคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (เรื่องเสร็จที่ 682/2568) ได้วินิจฉัยว่า การดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการกลั่นกรองข้อมูลและเสนอความเห็นก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแพทยสภา มิใช่การออกคำสั่งทางปกครองโดยตรง

คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเห็นว่า กรรมการแพทยสภาที่เคยเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม ไม่อยู่ในสถานะที่ขัดกับหลักความเป็นกลาง ตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ดังนั้น สามารถเข้าร่วมประชุมและลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา เพื่อยืนยันมติเดิมได้

ที่มาประกอบเนื้อหาข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...