โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อพท.ร่วมพัฒนา'เชียงราย'สร้างต้นแบบท่องเที่ยวชุมชนในการปรับตัวต่อสภาพอากาศและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน

สยามรัฐ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 02.42 น.

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ โดยสำนักงานภูมิภาคองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (United Nations Industrial Development Organization : UNIDO) จัดการประชุมระดมความคิดเห็นการพัฒนาข้อเสนอโครงการ “การสร้างการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย” มุ่งพัฒนาเชียงรายเป็นพื้นที่ต้นแบบการปรับตัวต่อสภาพอากาศและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนเพื่อบรรลุเป้าหมายการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ณ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนท้องถิ่นที่มีภูมิปัญญาอันล้ำค่าโดยมีสถานที่สำคัญๆ เช่น พระธาตุดอยตุง ด่านชายแดนแม่สาย สามเหลี่ยมทองคำ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) แม่น้ำกก แม่น้ำโขง บ่อน้ำพุร้อน ดอยแม่สลอง ภูชี้ฟ้า วัดร่องขุ่น เป็นต้น รวมทั้งเป็นประตูการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและการขนส่งในกลุ่มประเทศ GMS ทำให้ได้รับ GDP ประมาณ 1 แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวกว่า 6 ล้านคนต่อปี และจังหวัดเชียงรายกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาว่าจะเป็น “เชียงราย เมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ วิถีถิ่นร่วมสมัย เกษตรกรรมมูลค่าสูง สิ่งแวดล้อมสมดุล มุ่งสู่ความยั่งยืน” อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงรายยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม ดินถล่ม แผ่นดินไหวหรือการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการเกษตร วิถีชีวิต และเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น โครงการนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกและยังเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีความเสี่ยงต่อสภาพภูมิอากาศมากที่สุด โดยอยู่ในอันดับ 9 ของดัชนีความเสี่ยงต่อสภาพภูมิอากาศโลก โดยภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น ชุมชนและการท่องเที่ยวพึ่งพาธรรมชาติเป็นแหล่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของอุทกภัย ภัยแล้ง คลื่นความร้อน ดินถล่ม และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกนำมาสู่ผลกระทบต่อการดำรงชีพและเศรษฐกิจในท้องถิ่นและการเติบโตทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของจังหวัดเชียงราย แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติของประเทศไทย (Thailand’s National Adaptation Plan : NAP 2024) ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามเหล่านี้ จึงกำหนดให้การท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนที่สำคัญในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถและศักยภาพในการดำเนินการในระดับท้องถิ่นยังคงมีจำกัดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนและดำเนินการจัดการกับความเสี่ยงต่อสภาพภูมิอากาศเหล่านี้ในระบบการท่องเที่ยวหรือห่วงโซ่อุปทาน โดย อพท. จึงได้ประสานความร่วมมือกับ UNIDO และภาคีเครือข่าย ร่วมกันพัฒนาโครงการสร้างการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในประเทศไทย (Building Climate-Resilient Community-Based Tourism and Sustainable Supply Chains in Chiang Rai Thailand) ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อสภาพภูมิอากาศในภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผ่านองค์ประกอบที่บูรณาการ 4 ประการ ได้แก่ 1. การพัฒนาข้อมูลข่าวสารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่นสำหรับการวางแผนการท่องเที่ยว 2. การปรับตัวของการบริการด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานผ่านการจัดการที่อิงตามธรรมชาติ การออกแบบการท่องเที่ยวตามฤดูกาลใหม่และการแบ่งเขตพื้นที่ทีมีความเสี่ยง 3. การยกระดับและจัดหาเงินทุนให้กับห่วงโซ่คุณค่าการท่องเที่ยวที่สามารถรับมือต่อสภาพภูมิอากาศ และ 4. การติดตาม การเรียนรู้การแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับภูมิภาค

โดยโครงการนี้จะให้ประโยชน์โดยตรงกับผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 25,000 คน ชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ (MSMEs) มากกว่า 250 ราย และยังเกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศ การเข้าถึงทรัพยากรน้ำและความเท่าเทียมทางเพศโดยการดำเนินการจะเน้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน ซึ่งได้รับผลกระทบสูงจากสภาพภูมิอากาศเพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน

ด้าน Ms. Virpi Stucki, Chief, Fair Production, Sustainability Standards and Trade, องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization: UNIDO) กล่าวว่า การได้ร่วมจัดการประชุมระดมความคิดเห็นการพัฒนาข้อเสนอโครงการดังกล่าว ถือเป็นก้าวสำคัญของทุกฝ่าย สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งที่เราร่วมกันพัฒนาไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นแผนงานการเปลี่ยนแปลงที่สร้างพลังให้กับชุมชน ส่งเสริม MSMEs ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปกป้องภูมิทัศน์อันสวยงามที่ทำให้ประเทศไทยและจังหวัดเชียงรายเป็นสัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวระดับโลก ความร่วมมือกับ อพท. จังหวัดเชียงราย และ GISTDA ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ เมื่อนวัตกรรม, Data-driven insight และ Local ownership ถูกนำมาบูรณาการร่วมกัน เราตื่นเต้นที่จะผลักดันวิสัยทัศน์อันกล้าหาญนี้ให้ก้าวไปอีกขั้น พัฒนา Concept Note ให้เสร็จสมบูรณ์ และยื่นต่อ Adaptation Fund

ซึ่งการริเริ่มโครงการในครั้งนี้ จะเชื่อมโยงการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านการวางแผนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลการดำเนินการระดับท้องถิ่นที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานตามระบบนิเวศและความยืดหยุ่นในการปรับตัวของห่วงโซ่คุณค่าทางการท่องเที่ยวรวมถึงการแก้ไขช่องว่างทางการเงินเพื่อการปรับตัวเสริมสร้างศักยภาพในการกำกับดูแลสภาพภูมิอากาศและวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในด้านการท่องเที่ยวอัจฉริยะเพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศภายใต้กรอบการจัดสรรงบประมาณระดับชาติของกองทุนเพื่อการปรับตัว ADAPTATION FUND และยังสามารถนำองค์ความรู้และพื้นที่ต้นแบบนี้ไปขยายผลในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...