“ผู้นำสูงสุดอิหร่าน” แถลงครั้งแรกหลังหยุดยิง ขู่สหรัฐหากโจมตีอีก พร้อมถล่มฐานทัพในตะวันออกกลาง
"ผู้นำสูงสุดอิหร่าน" แถลงครั้งแรกหลังหยุดยิง ขู่สหรัฐหากโจมตีอีก พร้อมถล่มฐานทัพในตะวันออกกลาง ชี้สหรัฐเข้าแทรกแซงสงครามเพราะเกรงว่าอิสราเอลจะถูกทำลาย
วันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 06.28 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่านจะตอบโต้ฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง หากถูกโจมตีอีกครั้งในอนาคต อะยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี นับเป็นถ้อยแถลงทางโทรทัศน์ครั้งแรกของเขาหลังจากอิหร่านและอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
คาเมเนอี วัย 86 ปี อ้างว่า อิหร่านได้รับชัยชนะจากสงครามที่ยืดเยื้อนาน 12 วัน ซึ่งสิ้นสุดลงด้วยการที่อิหร่านโจมตีฐานทัพใหญ่ที่สุดของสหรัฐในภูมิภาค ซึ่งตั้งอยู่ในกาตาร์ หลังจากที่สหรัฐเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอล
“สาธารณรัฐอิสลามได้ตบหน้าสหรัฐฯ มันโจมตีหนึ่งในฐานทัพสำคัญของอเมริกาในภูมิภาคนี้” คาเมเนอี กล่าว
เช่นเดียวกับถ้อยแถลงครั้งก่อนเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลยังคงถล่มโจมตี เขาพูดจากสถานที่ภายในที่ไม่เปิดเผย โดยมีฉากหลังเป็นผ้าม่านสีน้ำตาล ธงชาติอิหร่าน และภาพของอายาโตลเลาะห์ รูโฮลเลาะห์ โคเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
อิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนน
ในคำปราศรัยที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและออกอากาศทางโทรทัศน์ของรัฐ คาเมเนอียืนยันว่าอิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนนต่อคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ
“ประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเผยความจริงให้เห็นชัดเจนว่า อเมริกาจะไม่พอใจหากไม่ได้เห็นเรายอมจำนน …แต่เหตุการณ์เช่นนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น” คาเมเนอี กล่าว
“ข้อเท็จจริงที่ว่าสาธารณรัฐอิสลามสามารถเข้าถึงศูนย์บัญชาการสำคัญของอเมริกาในภูมิภาค และสามารถดำเนินการกับเป้าหมายเหล่านั้นเมื่อใดก็ตามที่เห็นสมควร ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่มันเป็นเหตุการณ์ใหญ่ และเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้อีกหากสหรัฐฯ โจมตีเรา” เขากล่าวเสริม
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ตอบว่า “แน่นอน” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สหรัฐจะโจมตีอีกหรือไม่หากอิหร่านฟื้นโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอดว่าตนไม่ได้มีเป้าหมายพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ตามที่ชาติตะวันตกกล่าวหา
สหรัฐไม่ได้อะไรเลย
คาเมเนอีกล่าวว่า สหรัฐไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันจากการโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และที่เข้าร่วมสงครามครั้งนี้ก็เพื่อช่วยเหลืออิสราเอล หลังจากที่ขีปนาวุธของอิหร่านสามารถเจาะทะลุระบบป้องกันหลายชั้นของอิสราเอลได้
“สหรัฐตัดสินใจเข้าร่วมสงครามโดยตรง เพราะรู้ว่าหากไม่ทำเช่นนั้น รัฐบาลไซออนนิสต์ (อิสราเอล) จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง สหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามเพื่อช่วยเหลือมัน” คาเมเนอี กล่าว
“สหรัฐโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของเรา แต่ไม่สามารถทำอะไรที่สำคัญได้… ประธานาธิบดีสหรัฐแสดงท่าทีโอ้อวดผิดปกติ เพราะเขาจำเป็นต้องทำเช่นนั้น”
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐได้ใช้ระเบิดขนาด 30,000 ปอนด์ ทำลายล้างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่รายงานเบื้องต้นจากหน่วยข่าวกรองหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐ กลับให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างดังกล่าว ตามรายงานจากแหล่งข่าวสามรายที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศชัยชนะทางประวัติศาสตร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังข้อตกลงหยุดยิงเริ่มมีผล โดยกล่าวว่าอิสราเอลประสบความสำเร็จในการขจัดภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน
ไม่นานหลังจากที่คาเมเนอีแถลง เนทันยาฮูได้โพสต์ภาพตนเองจับมือกับทรัมป์ พร้อมข้อความว่า “เราจะร่วมมือกันต่อไปเพื่อปราบศัตรูร่วมของเรา”