โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SET สัปดาห์นี้ “ฟื้นตัว” รับเจรจาการค้าไทย–สหรัฐคืบหน้า ชู WHA-AMATA-ADVANC เด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์" รวบรวมกลยุทธ์ลงทุนในสัปดาห์นี้ (9-13 มิถุนายน 2568) จากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS โดยประเมินว่าตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มฟื้นตัว มีแนวโน้ม “ฟื้นตัว” โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน ทั้งจากสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เริ่มอ่อนแรง โดยเฉพาะภาคแรงงานที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ยในระยะสั้น

อีกทั้งยังส่งผลให้ภาพของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน มีแนวโน้มออกมาในทิศทางบวกมากขึ้น หลังจากผู้นำทั้งสองประเทศได้มีการหารือเบื้องต้นไปแล้วในช่วงก่อนหน้า โดยตลาดยังคงรอติดตามรายละเอียดที่อาจทยอยออกมาเพิ่มเติม

ขณะที่ฝั่งไทยก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในการดำเนินการนัดหมายวันเจรจากับสหรัฐฯ หลังจากได้มีการส่งข้อเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วระยะหนึ่ง โดยประเมินว่า ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยหนุนดัชนี SET ให้สามารถฟื้นตัวได้ในกรอบระยะสั้น

สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าว ยังคงแนะนำกลุ่ม Reopening Trade ที่ยังปรับตัวขึ้นไม่มาก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (นิคมฯ) และกลุ่ม China Plays รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากทิศทางนโยบายการเงินของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets: EM) ที่มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากกว่าสหรัฐฯ

โดยหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ WHA (ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 6.4 บาท) ได้แรงหนุนจากพัฒนาการของการเจรจาการค้าระหว่างไทย–สหรัฐฯ ที่ใกล้เกิดขึ้น ส่วน AMATA (ราคาเป้าหมาย 33.5 บาท) อยู่ในธีมเดียวกับ WHA และได้รับแรงขับเคลื่อนเช่นเดียวกัน และADVANC (ราคาเป้าหมาย 340 บาท) โดดเด่นในธีมดอกเบี้ยขาลง พร้อมลุ้นอัพไซด์เพิ่มเติมจากธุรกิจคอนเทนต์ ซึ่งบริษัทเป็นพันธมิตรลิขสิทธิ์รายการกีฬาอย่าง EPL และ TPL

ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วยความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน โดยตลาดคาดว่าจะมีรายละเอียดมาตรการเพิ่มเติมชัดเจนมากขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากผู้นำทั้งสองฝ่ายได้หารือกันทางโทรศัพท์แล้ว

การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ (CPI) เดือนพฤษภาคม ซึ่งจะรายงานในวันที่ 11 มิ.ย. โดยตลาดคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปจะอยู่ที่ +2.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, +0.2% เทียบเดือนก่อนหน้าเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, +0.2% เทียบเดือนก่อนหน้าขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ +2.9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +0.3% m-m

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (เบื้องต้น) เดือนมิถุนายน ซึ่งจะรายงานวันที่ 13 มิ.ย. โดยตลาดคาดอยู่ที่ระดับ 52.0 จุด ใกล้เคียงเดือนก่อน

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีน เดือนพฤษภาคม ซึ่งจะรายงานวันที่ 9 มิ.ย. คาดอยู่ที่ -0.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับเดือนก่อนที่ -0.1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของจีนเดือนพฤษภาคม คาดการณ์ดุลการค้าเกินดุล 100 พันล้านหยวน จากเดือนก่อนหน้าที่เกินดุล 96.18 พันล้านหยวน โดยคาดว่ายอดส่งออกจะโต +6.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (ชะลอลงจาก +8.1%) และยอดนำเข้า -0.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ (New Yuan Loan) เดือนพฤษภาคม คาดอยู่ที่ 10.98 ล้านล้านหยวน จากเดือนก่อนที่ 10.06 ล้านล้านหยวน

อีกทั้งติดตามความคืบหน้าในการเจรจาการค้าไทย–สหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการนัดหมายวันหารืออย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ และปัจจัยการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการนัดไต่สวนคดีนายทักษิณ ชินวัตร โดยศาลฎีกาในวันที่ 13 มิ.ย. ซึ่งยังไม่ได้มีการควบคุมตัวตามคำพิพากษา

นอกจากนี้ติดตามทิศทาง Fund Flow นักลงทุนต่างชาติ โดยข้อมูลล่าสุดสัปดาห์ก่อนพบว่าเงินทุนไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) +727 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ประเทศไทยมีเงินไหลออกสุทธิ -77.8 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นหุ้น -72.9 ล้านดอลลาร์ และพันธบัตร -4.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในกรอบประมาณ 32.6 บาทต่อดอลลาร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...