โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SET INDEX ยังไร้ฐานที่มั่นคง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 04.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

ต้องยอมรับว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยกดดันตลาดหุ้นอย่างหนัก แค่ 2 วันทำการ (18-19 มิถุนายน 2568) ทุบดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ดิ่งไป 44.39 จุด จากระดับ 1,113.58 จุด ทรุดลงสู่ 1,069.19 จุด แรงกดดันและความกังวลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลไทยว่าจะเดินหน้าอย่างไร ฉุดตลาดหุ้นไทยให้เซถลาจนยืนไม่อยู่

หนึ่งในความกังวล ก็คือ โครงการและมาตรการต่าง ๆ ของบางกระทรวงอาจจะต้องหยุดชะงัก หากยังมีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่งประกาศถอนตัวเพิ่มเติมอีก เพราะจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงจุดจบของรัฐบาล หากมีจำนวน สส.ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ซึ่งการผ่านกฎหมายต่าง ๆ จะเป็นไปได้ยาก

รวมถึงงบประมาณปี 2569 ที่สภาผู้แทนราษฎรพิจาณาไปแล้วเพียงวาระที่ 1 ซึ่งยังเหลือในวาระที่ 2 และ 3 ดังนั้นหากงบประมาณผ่านไม่ได้ เศรษฐกิจไทยก็จะขาดแรงส่งต่อจากมาตรการทางการคลังต่าง ๆ แน่นอนว่าท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลฯ จำเป็นจะต้องเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา และหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศ

โดยบรรดากูรูทั้งหลาย เช่น บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ 4 กรณี คือ 1. การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นแนวทางที่เบาที่สุด เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยอาจมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีบางตำแหน่งเพื่อให้พรรคร่วมพอใจ คาดใช้เวลาราว 7-14 วัน หากมีความเห็นร่วมกันเร็ว

2.การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี หากพรรคร่วมถอนตัวหรือเสียงในสภาไม่พอ อาจมีการเสนอชื่อบุคคลใหม่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องได้เสียงตั้งแต่ 248 เสียงขึ้นไป (มากกว่ากึ่งหนึ่ง) คาดใช้เวลาราว 30-45 วัน

3.การยุบสภา หากความขัดแย้งดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้ อาจนำไปสู่การยุบสภา ซึ่งจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน เปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ผ่านการเลือกตั้ง โดยรวมกระบวนการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ใช้เวลาประมาณ 75-105 วัน

และ 4. การรัฐประหาร มักเกิดขึ้นเมื่อการเมืองถึงทางตัน มักตามมาด้วยการตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ หรือคณะรักษาความสงบ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงน่าจะสร้างแรงต้านจากฝั่งประชาชนและนานาชาติสูง ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ

มีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจและการเมืองว่า หากการเมืองในประเทศเกิด OVERHANG และยังไม่มีแนวทางที่แก้ไขชัดเจน อาจจะทำให้งบประมาณปี 2569 ที่ผ่านวาระ 1 ไปแล้วติดขัด และไม่สามารถโหวตพิจารณาวาระ 2-3 ได้ ทำให้เม็ดเงินที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไปขัดสน ซึ่งจะกดดันให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือ GDP GROWTH ในปี 2568-2569 อาจต่ำกว่าประมาณการที่หลายสำนักเศรษฐกิจคาดการณ์ไว้ได้

รวมทั้งยังมีการหยิบยกข้อมูลผลกระทบในยามเสถียรภาพการเมืองไทยอ่อนแอ ในแง่มุมของผลกระทบของความไม่แน่นอนทางการเมือง อ้างอิงจากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ส่งผลเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลต่อเศรษฐกิจในสาขาการโรงแรมมากที่สุด รองลงมาเป็น สาขาการก่อสร้าง สาขาอสังหาริมทรัพย์ และสาขาบริการขนส่ง ตามลำดับ นอกจากนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการพิจารณางบประมาณปี 2569 เลื่อนออกไปได้ หากเสถียรภาพในฝั่งรัฐบาลอ่อนแอลง

สำหรับในมุมของผลตอบแทนตลาดหุ้น หรือ SET INDEX ก่อนและหลัง ความไม่แน่นอนทางการเมืองมักผันผวนช่วงสั้น แต่ระยะถัดไปมักปรับตัวขึ้นได้ดี

อย่างไรก็ตาม ภาวะการเมืองในปัจจุบันคล้ายคลึงกับความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต ณ ปี 2543 (ยุบสภา) และปี 2556 (ยุบสภา) ที่ 1 เดือนก่อนเกิดเหตุการณ์ SET INDEX ปรับตัวลงราว -1.5% ถึง -6% บ่งชี้ว่า SET INDEX มีโอกาสผันผวนต่อ ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขาย หรือ VOLUME อาจหายไปอย่างมีนัยสำคัญ

และสิ่งที่จะผลักดัน SET INDEX และ VOLUME ให้ฟื้นตัวกลับมาได้ก็จะต้องรอคอย…ปัจจัยหนุนใหม่ในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...