โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ปชช.สองแผ่นดิน ริมน้ำสาละวิน ร่วมปลูกป่าสันติภาพ สร้างพรหมแดนสีเขียว เป็นแนวกันชนไฟป่าอย่างยั่งยืน

เดลินิวส์

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 06.38 น. • เดลินิวส์
ประชาชน 2 ฝั่งริมน้ำสาละวิน ได้เดินทางร่วมกันปลูกป่าเพื่อสันติภาพ สร้างพื้นที่สีเขียวเป็นแนวกันชนไฟป่าอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 กรกรฎาคม นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (18 กรกฎาคม 2568) ประชาชน 2 ฝั่งริมน้ำสาละวิน ได้เดินทางร่วมกันปลูกป่าเพื่อสันติภาพ สร้างพื้นที่สีเขียวเป็นแนวกันชนไฟป่าอย่างยั่งยืน โดยจะดำเนินการปลูกกระจายตามแนวริมน้ำสาละวิน จำนวน 5 จุด เป้าหมาย ต้นไม้กว่า 5,000 ต้น ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หายาก ไม้ร่มรื่นและไม้ผล ภายใต้ความร่วมมือ " โครงการพรมแดนสีเขียว ขบวนการต้นไม้แห่งชีวิตมื่อตรอ' ดำเนินการเริ่มปลูก ณ ฐานปฏิบัติการซอแลท่า ฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามท่าเรือบ้านแม่สามแลบ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดมือตรอ นายอำเภอปือโซ และมีบังคับการกองพลที่ 5 ของกองกำลังกะเหรี่ยง Karen National Liberation Army (KNLA) ของ สภาพแห่งชาติกะเหรียง (Karen National Union-KNU) ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ร่วมกิจกรรมดังกล่าว อย่างคึกคัก

นายกแม่สามแลบ กล่าวเพิ่มเติมว่า "วัตถุประสงค์ของกิจกรรม ดังกล่าว เพื่อ สร้างความร่วมมือกันฟื้นฟูและดูแลผืนป่าแม่น้ำสาละวิน และเพื่อสร้างความร่วมมือในการจัดการไฟป่าทั้งสองฝั่ง เนื่องจากเป็นแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและมีระบบนิเวศเชื่อมโยงหากัน เช่นเดียวกับประชาชนสองฝั่งก็เป็นเครือญาติและในวันนี้เป็นพลังร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ"

ทั้งนี้เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ประสบปัญหาไฟป่า ด้วยความร่วมมือของสองฝั่งลำน้ำสาละวินในการร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างจริงจัง ทั้งการทำแนวกันชน การจัดชุดเฝ้าระวังไฟป่า การจัดกำลังลาดตระเวนดับไฟ การตั้งจุดสกัด พร้อมอุปกรณ์ดับไฟ จนเกิดเป็นพื้นที่โมเดลนำร่องในการแก้ไขปัญหาไฟ เป็นแนวกันชนผืนใหญ่ให้กับทั้งสองฝั่งประเทศ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2567 จะเห็นได้จาก จุดhotspotที่เผยแพร่ผ่านระบบ Firms เมื่อวันที่ 17/3/68 เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการบูรณาการความร่วมมือในการร่วมกันแก้ไขปัญหาไฟป่า ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวจุดฮอตสปอตลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...