โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รองนายกฯ ประเสริฐ แถลงชี้ "กัมพูชา" เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก "ย้ำ" ปราบปรามแก้ไขปัญหาโดยตลอด

สวพ.FM91

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.34 น.

19 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลง ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรมด้านออนไลน์ ที่เป็นประเด็นในขณะนี้ ส่วนหนึ่งซึ่งทุกท่านทราบดีว่าสิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวที่ประเทศกัมพูชาถูกจับตาในฐานะศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติที่ใช้ที่สุดในโลก โดยเบื้องหลังของวงจรต้มตุ๋นที่อาศัยแรงงานจากการค้ามนุษย์ ปรากฏแน่ชัดว่าได้รับการเอื้อประโยชน์อย่างเป็นระบบจากโครงสร้างรัฐและชนชั้นปกครองระดับสูง

โดยหนึ่งในรายงานที่ถูกเผยแพร่จัดทำ โดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติด และอาชญากรรม แห่งสหประชาชาติ กล่าวโดยละเอียดถึงกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมด้านไซเบอร์และการฉ้อโกงทางออนไลน์ หรือขบวนการคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงแผนที่ที่ระบุถึงฐานปฏิบัติการของกลุ่มมิจฉาชีพและเห็นอย่างชัดเจน ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปอยเปต ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตรงข้ามกับอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมที่พยามแทรกซึมเข้ามาในตลาดของประเทศไทย

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้พยายามทำเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยพยายามยับยั้งปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ และการฉ้อโกงทางออนไลน์ในทุกรูปแบบ สถิติที่ได้รับรายงานในเดือนมิถุนายน 2568 มีการแจ้งความออนไลน์มีแนวโน้มลดลง จากเดิมประมาณ 1,300 คน และในช่วงที่มีคำสั่งเปิด-ปิดด่านชายแดนเป็นช่วงๆ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เป็นผลให้สถิติการแจ้งความทางออนไลน์ลดลง เหลือ 900 คน ในวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ทันที หลังจากปิดด่านเพียง 1 วัน แม้ในบางช่วงจะมีแนวโน้มเพิ่มกลับขึ้นมา แต่ต่ำกว่าในช่วงที่ไม่มีการปิดด่าน และลดลงหลังจากมีคำสั่งห้ามคนไทยข้ามไปทำงานที่กัมพูชา

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า หากย้อนไปดูสถิติข้อมูลในช่วงวันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566 พบว่าสถิติข้อมูลรายงานการหลอกลวงทางออนไลน์ มีจำนวน 229,000 เคส มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 34,000 ล้านบาท และเมื่อมีการเปิดตัวศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ทำให้ในช่วงวันที่ 1 มีนาคม 2567 ถึงเดือนมีนาคม 2568 ได้มีการดำเนินคดีมากกว่า 1.18 ล้านคดี รวมถึงระงับบัญชีมามากกว่า 520,000 บัญชี เป็นผลทำให้สามารถป้องกันการสูญเสียเงินของประชาชน มากกว่า 19,064 ล้านบาท หรือลดความเสียหายลดลงได้มากกว่า 42% และล่าสุดจากการรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2568 สายด่วน 1441 สายเข้าร่วมทั้งสิ้น 1,769,000 สาย ส่งผลให้บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงถูกระงับไป 680,000 บัญชี และตรวจสอบความเสียหายมูลค่า 29,750 ล้านบาท

"จากข้อมูลที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นเป็นที่น่าสังเกตว่า การปิดด่าน การตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่า สามารถทำให้อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางไซเบอร์ การฉ้อโกงทางออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ แม้ว่าสิ่งที่ดำเนินการอาจจะส่งผลกระทบกับประชาชนไปบ้าง แต่สิ่งที่ได้เห็นในภาพรวมคือสามารถลดการสูญเสียหรือความเสียหายในรูปตัวเงินได้เป็นจำนวนมาก"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...