โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ ชาตินิยมในวรรณกรรมและทัศนะของปัญญาชนหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง

The101.world

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 18.57 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 17.02 น. • The 101 World

ช่วงต้นทศวรรษ 2540 เรียกได้ว่า มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ร้อนแรงและถูกนำไปถกเถียง ต่อยอดทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ ‘โครงการวิจัยคัดเลือกและแนะนำหนังสือดีที่คนไทยน่าจะได้อ่าน’[1] หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ โครงการวิจัยนี้ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ดำเนินการในช่วงปี 2539-2541 ซึ่งนับเป็นห้วงเวลาพิเศษที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับกระแสชาตินิยมที่กำลังพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่รัฐบาลถูกบีบให้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจตามองค์กรระหว่างประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ อันส่งผลต่อผู้คนและอารมณ์ความรู้สึกอย่างกว้างขวาง

ที่เห็นได้ชัดคือ ภาพยนตร์ทำเงินทั้งหลายเช่น นางนาก (2542)บางระจัน (2543)สุริโยไท (2544) ล้วนเป็นหนังย้อนยุคทางประวัติศาสตร์ที่กระตุ้นความรู้สึกโหยหาความเป็นไทยในอดีต รวมไปถึงความรักชาติ ส่วนโครงการวิจัยนี้ไม่ได้เล่นบทบาทที่มีคิวบู๊แบบนั้น

ที่มาของโครงการนี้ มาจากคณะผู้วิจัยที่นำโดย ‘วิทยากร เชียงกูล’ เห็นว่าคนไทยนั้นสนใจหนังสือและศึกษาด้วยตนเองน้อย แม้จะได้รับการศึกษาขั้นสูงจากมหาวิทยาลัย ก็อ่านเพียงที่ใช้ในการเรียนการสอน หรือไม่ก็อ่านหนังสือจากตะวันตก “เพราะมักมีทัศนะวิชาการความรู้มาจากตะวันตก หรือประเทศที่เจริญกว่าเท่านั้น” ทั้งไทยก็มี “หนังสือชั้นดี” อีกเป็นจำนวนมาก และเห็นว่า “การแสวงหาภูมิปัญญาแบบไทยๆ ก็ยังอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ ที่ไม่ขยายตัวไปสู่วงกว้าง” จึงนำไปสู่วัตถุประสงค์การวิจัยคือ “เพื่อผลิตและประชาสัมพันธ์ ‘สารานุกรมแนะนำหนังสือดีที่คนไทยน่าจะได้อ่าน’” ที่จะกระตุ้นให้คนไทยมองเห็นว่ามีหนังสือดีที่น่าอ่านและรักการอ่านหนังสือ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาความรู้สติปัญญา[2] อีกความมุ่งหวังหนึ่งของวิจัยคือ การกระตุ้นให้มีการนำหนังสือเหล่านี้มาพิมพ์ใหม่ มีบรรณาธิการเขียนคำนำ-คำวิจารณ์กันใหม่ หรือทำให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และนักวิชาการเห็นแนวทางทำงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง [3]

ผู้วิจัยมองว่า วรรณคดีสโมสร ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2457 ในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นจุดเริ่มต้นของการคัดเลือกหนังสือดี โดยประกาศยกย่องหนังสือดี 11 เล่ม ว่าเป็นยอดหนังสือประเภทต่างๆ[4] งานวิจัยนี้ก็คงเห็นว่า เป็นความพยายามของยุคสมัยที่ไม่มีใครสานต่อ

หลักเกณฑ์การคัดเลือกหนังสือของคณะวิจัยนับถอยไปถึงช่วงรัชกาลที่ 5 จนถึงปี 2519 ในสาขาวิชาความรู้ต่างๆ รวมถึงวรรณกรรมคลาสสิก ที่เลือกสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะผู้วิจัยเห็นว่าเป็นยุคเริ่ม ‘พัฒนาประเทศ’ และเป็นจุดเริ่มการเขียนหนังสือแบบตะวันตก นั่นคือ ร้อยแก้ว นวนิยาย และเรื่องสั้น และที่เลือกขอบเขตถึงปี 2519 ก็เห็นว่า ระยะเวลา 20 ปีน่าจะทำให้แน่ใจได้ว่าเป็นหนังสือดีข้ามยุค มิใช่แค่หนังสือเด่นดัง 2-3 ปีก็ล้าสมัยไป และยังเป็นปีที่พ้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญคือ ‘เหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลาคม 2519’ ซึ่งเป็นการปิดฉากยุคเสรีภาพและเข้าสู่ยุคแห่งการปิดกั้นเสรีภาพในการเขียนและการพิมพ์ครั้งสำคัญ

อีกประการ คือ หนังสือที่ถูกเลือกจะต้องมีศิลปะในการเขียนและการใช้ภาษาที่ดี ทั้งในแง่รูปแบบและสาระที่มีความหมายสะท้อนชีวิตและสังคม ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาตามแนวของ ‘วรรณกรรมโลก’ หรือ ‘วรรณกรรมสากล’ นอกจากนั้นยังควรสะท้อนความคิดที่ทำให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิตและโลกที่ว้างขึ้น มีความคิดแบบเสรี (liberal) หรือใจกว้าง ลดอคติทางชาติพันธุ์และเพศ[5] อย่างไรก็ดี กรอบเวลาดังกล่าวจะไม่สอดคล้องกับรายละเอียดในงานวิจัยดังจะกล่าวต่อไป

ด้วยข้อจำกัดในกรอบเวลา ปี 2519 ทำให้นักเขียนร่วมสมัยขึ้นชื่อหลายคนไม่ถูกผนวกไว้ด้วย เช่น เสน่ห์ จามริก, นิธิ เอียวศรีวงศ์, ฉัตรทิพย์ นาถสุภาพ, ศรีศักร วัลลิโภดม, ชัยอนันต์ สมุทวณิช, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, สมบัติ จันทรวงศ์, รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, ชัยวัฒน์ คุประตกุล, ประเวศ วะสี ฯลฯ

การดำเนินงานวิจัยจะตกลงหลักเกณฑ์ แล้วคัดเลือกและสำรวจจากงานวิจัยด้านประวัติศาสตร์วรรณกรรม บทวิจารณ์หนังสือ อัตชีวประวัติของคนสำคัญว่าเคยอ่านหนังสืออะไร หรือได้อิทธิพลจากหนังสือใด และยังมีการสัมภาษณ์และออกแบบแบบสอบถามนักวิชาการ นักเขียน นักอ่าน ประชาชนในสาขาต่างๆ นับ 100 คน โดยการใช้แบบสอบถามได้จัดทำ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ผู้ตอบได้ตอบโดยเสรี ครั้งที่สอง คัดเลือกชื่อ 300 กว่าชื่อจากแบบสอบถามครั้งแรกแล้วนำไปสู่การคัดเลือกจนเหลือหนึ่งร้อยเล่ม ผู้วิจัยยังมีข้อเสนอลำลองด้วยว่า “ควรออกประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ที่อ่านหนังสือ 100 ชื่อเรื่องนี้จบ เพื่อเทียบรัศมีกับปริญญาของมหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ที่ให้กับบัณฑิตหลายหมื่นคนที่ทั้งชีวิตอ่านหนังสือดีๆ ไม่กี่เล่ม” [6]

การแบ่งงานของนักวิจัยจะใช้วิธีแบ่งงานตามความสนใจ อาสาสมัครได้วางเกณฑ์กว้างๆ ไว้ว่าควรให้ผู้อ่านได้รู้จักหนังสือเล่มนั้น และผู้เขียน ทั้งยังมีการเชิญคนนอกคณะวิจัยมาเขียนเป็นกรณีๆ ไป เช่น นพพร สุวรรณพานิช, ไพลิน รุ้งรัตน์ และพิรุณ ฉัตรวณิชกุล [7]

ข้อจำกัดงานประเภทสารคดีและบทความถือว่าเป็นปัญหากว่าประเภทอื่น เพราะมักจะให้น้ำหนักกับประเด็น ‘ไทยศึกษา’ มากกว่าความรู้แนววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก่อนหน้านั้นถือว่ามีอยู่น้อย และก็ “อาจจะล้าสมัยด้วยกาลเวลา มีส่วนบกพร่องในเรื่องข้อเท็จจริง” [8] แสดงให้เห็นว่า งานวิจัยนี้ได้คัดกรองหนังสือดีที่มีอคติต่องานสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับหนึ่ง

กระนั้นก็เลือกที่จะตัดประเภท ‘พงศาวดาร’ ออกไป เนื่องจากคิดว่า “ยากเกินไปสำหรับผู้อ่านทั่วไป” ทั้งยังให้เหตุผลว่าหากอ่านเฉพาะพงศาวดารของราชสำนักก็จะไม่ยุติธรรม ควรจะอ่านพงศาวดารท้องถิ่นด้วย วรรณกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ไม่ได้รวมเข้ามา เพราะคิดว่ายากเกินไปที่ผู้อ่านทั่วไปไม่ได้รู้ภาษาถิ่นใดถิ่นหนึ่ง[9] กระนั้น การแนะนำหนังสือ สังคมไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ก็น่าจะชี้ให้เห็นได้ดีถึงการประนีประนอมเรื่องประวัติศาสตร์ระหว่างเจ้าและสามัญชนในเนื้อหาหนังสือเล่มนี้

ปัญหาอีกประการที่เหล่านักวิจัยก็ทราบดีคือ หนังสือที่คัดเลือกบางเล่มมีผลงานของนักวิจัยติดเข้ามาด้วย คือ ทวีปวร (ทวีป วรดิลก), เจตนา นาควัชระ และวิทยากร เชียงกูล[10] ซึ่งก็มีคนวิจารณ์ไว้เช่นกัน (ดู ส.ศิวรักษ์ ที่จะกล่าวถึงต่อไป)

ความน่าสนใจก็คือ ทีมวิจัยส่วนใหญ่คือคนรุ่น 14 ตุลาคม 2516 ถึง 6 ตุลาคม 2519 ช่วงทศวรรษ 2540 พวกเขาเริ่มมีที่ทางในสังคม ในแวดวงต่างๆ และพื้นที่สาธารณะ การกำหนดและให้คุณค่าหนังสือดีในงานวิจัยชุดนี้จึงสะท้อนส่วนหนึ่งของโลกทัศน์ของพวกเขาไปด้วย

ทีมวิจัยได้พยายามอธิบายภาพรวมของหนังสือดีที่เลือกมาผ่านพัฒนาการทางภูมิปัญญา 3 ยุค นั่นคือ ‘ยุคอาณานิคมกับการปรับตัวให้ทันสมัยแบบตะวันตก’ (นับจากช่วงรัชกาลที่ 4-6) ‘ยุคเสรีประชาธิปไตยของชนชั้นกลางรุ่นใหม่’ (รัชกาลที่ 7-สงครามโลกครั้งที่ 2) และ ‘การต่อสู้ 3 เส้าระหว่างเผด็จการ ราชาธิปไตยนิยม และฝ่ายประชาธิปไตย’ (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 – เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519)[11] การอธิบายเช่นนี้ที่เริ่มตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ย่อมขัดกับขอบเขตการวิจัยที่กล่าวไว้เบื้องต้นว่าจะเริ่มในสมัยรัชกาลที่ 5

นอกจากการแบ่งยุคสมัยดังกล่าวแล้ว หากพิจารณาหนังสือดีแต่ละเล่ม ก็เรียกได้ว่าเป็นการประนีประนอมระหว่างฝ่ายคนเดือนตุลาฯ กับฝ่ายชนชั้นนำ ผลงานของกษัตริย์และเจ้าชั้นสูง กระทั่งหนังสือของนายกรัฐมนตรีขวาจัดอย่างธานินทร์ กรัยวิเชียร ก็ได้กลายเป็นหนังสือดีเคียงข้างกับงานฝ่ายซ้ายอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ (มีผลงานที่ถูกคัดเลือกถึง 2 ชิ้น), ศรีบูรพา, ทวีปวร ฯลฯ หรือหนังสือบางเล่มที่น่าจะตรงข้ามกันสุดขั้วอย่าง พระราชพิธีสิบสองเดือน ก็อาจถูกท้าทายด้วยการวิเคราะห์จากฝ่ายซ้ายอย่าง โฉมหน้าศักดินาไทย หรือ เจ้าชีวิต กับ หญิงคนชั่ว ปีศาจ หรือ สี่แผ่นดิน กับ แผ่นดินนี้ของใคร เช่นเดียวกับปรีดี พนมยงค์ที่เคยเป็นปิศาจในสายตาชนชั้นนำไทยก็มีที่ทางในชุดหนังสือดีเหล่านี้ มีหนังสือเกี่ยวกับปรีดีอย่างน้อย 2 เล่มก็คือ ความเป็นอนิจจังของสังคม และท่านปรีดี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้วางแผนเศรษฐกิจไทยคนแรก ที่น่าสังเกตก็คือ กระแสพระราชนิพนธ์ของกษัตริย์รัชกาลที่ 9 และอิทธิพลของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ยังไม่ปรากฏในงานวิจัยชิ้นนี้

กระแสตอบรับและการวิจารณ์

เหนือสิ่งอื่นใด ‘หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ กลายเป็นตราสินค้าให้กับตลาดหนังสือที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งในตลาดหนังสือเก่า และตลาดพิมพ์ซ้ำ การเติบโตของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ทำให้ในยุคหนึ่งป้ายหรือฉลากที่เขียนโฆษณาจะติดป้ายบ่งบอกความเป็นหนังสือดีที่ต้องซื้อติดบ้านไว้

อัมพร จิรัฐติกร ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจไทยต้นทศวรรษ 2540 ไว้เป็นอย่างดี บรรยากาศในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่มีคำขวัญว่า ‘หนังสือสร้างปัญญาฝ่าวิกฤต’ ตลอดทางเดินจะพบกับป้ายเล็กบนกองหนังสือเขียนว่า ‘1 ในหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ อยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับร้านหนังสือเก่าแห่งหนึ่งที่หน้าปกหุ้มพลาสติกและเขียนว่า ‘1 ในหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ เธอเลือกซื้อไปหนึ่งเล่ม และเมื่อกลับมาบ้านตรวจสอบดูก็พบว่าเป็นคนละเล่มกับในบัญชีรายชื่อหนังสือดี 100 เล่มที่ว่า[12]

สุลักษณ์ ศิวรักษ์[13] นักวิจารณ์ฝีปากกล้าได้กระตุกคณะผู้วิจัยอย่างไม่ไว้หน้าไว้ว่า ข้อบกพร่องของงานวิจัยนี้ คือการตั้งขอบเขตไว้ตั้งแต่ปี 2411 แต่กลับรวมเอา โคลงโลกนิติ และ ศรีทะนนไชย ไว้ด้วยกัน รวมถึงการหยิบเอางานที่ ‘กึ่งดิบกึ่งดี’ พอเข้ามาอยู่ในรายชื่อหนังสือดีซึ่งเขาลิสต์รายชื่อผู้แต่งคนต่อคน และชื่อหนังสือออกมาเทียบกันเล่มต่อเล่ม ในฐานะหนอนหนังสือ เขาถึงกับใช้คำว่า “ถ้าใครคนหนึ่งทำอย่างเล่นๆ เป็นทำนองงานอดิเรก โดยไม่มีกองทุนอุดหนุน ด้วยการให้เงินกันคนละมากๆ ก็พอทำเนา นี่เอาเงินแผ่นดินไปใช้กันคนละมิใช่น้อยแล้วได้ผลออกมาเช่นนี้ นับว่าน่าเสียดายเงินภาษีอากรของราษฎร”[14] เช่นเดียวกับคำวิจารณ์ที่เลือกหนังสือที่แต่งโดยกรรมการ ซึ่งเขาเห็นว่า คนงานของคนรุ่นเดียวกันและรุ่นหลังที่ยังอยู่ในขอบเขตก็ถือว่าทรงคุณค่ากว่า เช่น ผลงานของสุจิตต์ วงษ์เทศ, ขรรค์ชัย บุนปาน, เสฐียรพงษ์ วรรณปก, ไพบูลย์ วงษ์เทศ และวิสา คัญทัพ

อย่างไรก็ตาม ในสำนึกของชนชั้นกลางและปัญญาชนแล้ว การอ่านหนังสือถือเป็นกิจกรรมทางปัญญาอันน่าพึงประสงค์ ความหวาดวิตกว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยหรือไม่อ่านหนังสือ ถูกสะท้อนผ่านเรื่องเล่า การเสวนา บทความหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ อยู่เสมอมา เห็นได้ชัดจากวลี “คนไทยอ่านหนังสือวันละ 8 บรรทัด” ที่เคยโด่งดังในฐานะวลีพาดหัวข่าว ก็ยังไปปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ ทวิภพ (2547) จนตัวเอกหนึ่งที่เป็นตัวละครสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับความรู้ถึงกับอุทานว่า “ชิบหายแล้วบ้านเมืองกู”

งานวิจัยนี้จึงเป็นกระแสภูมิปัญญายุคที่เฟื่องฟูและขยายไปในวงกว้าง แม้ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ในยุคที่ปัญญาชนเดือนตุลาคมยังคงเป็นเสาหลักหนึ่งของสังคมไทย จึงอาจนับเป็นจุดสูงสุดของปัญญาชนเหล่านี้หลังจากที่พวกเขามีบทบาทสำคัญพร้อมกับเครือข่ายอื่นๆ ในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก่อนที่พวกเขาจะถูกทดสอบอย่างหนักจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองปลายทศวรรษ 2540 ที่พบว่า นักวิชาการและปัญญาชนจำนวนมากมีจุดยืนที่แทบจะต่อต้านประชาธิปไตย หรือจำกัดเสรีภาพประชาชนแบบที่ตัวเองเคยสนับสนุนนักหนา กลายเป็นว่า หลังรัฐประหาร 2549 พลังทางภูมิปัญญาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งจากฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีสถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์กลาง แปรเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูพลังทางการเมืองของการปฏิวัติ 2475 กลับขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ตารางแสดงหนังสือตามโครงการหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน พร้อมทั้งผู้แต่งและผู้รีวิว

ลำดับที่ ชื่อหนังสือ ผู้แต่ง/ผู้รีวิว ลำดับที่ ชื่อหนังสือ ผู้แต่ง/ผู้รีวิว ประเภทบันเทิงคดี ก.กวีนิพนธ์และบทละคร 1 ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร/อำพล สุวรรณธาดา 51 ฟ้าบ่กั้น ลาว คำหอม /วิทยากร เชียงกูล 2 เสภาศรีธนญไชย หรือเซียงเมี่ยง แต่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ทราบผู้แต่ง/ พรพิไล เลิศวิชา 52 ชุดเพื่อนนักเรียนเก่า เพื่อนเก่า เสนอ อินทรสุขศรี/ กมล กมลตระกูล 3 นิราศหนองคาย หลวงพัฒนพงศ์ภักดี (ทิม สุขยางค์) / พรพิไล เลิศวิชา 53 รวมเรื่องสั้นบางเรื่องของฮิวเมอร์ริสต์ ฮิวเมอร์ริสต์/ พรพิไล เลิศวิชา 4 สามัคคีเภทคำฉันท์ ชิต บุรทัต/ พิทยา ว่องกุล 54 ฉันจึงมาหาความหมาย วิทยากร เชียงกูล* /กมล กมลตระกูล 5 มัทนะพาธา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว /ทวีป วรดิลก 55 คนบนต้นไม้ นิคม รายยวา /กมล กมลตระกูล ประเภทสารคดี/บทความ ก. ประวัติศาสตร์ 6 โคลงกลอนของครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) /วิทยากร เชียงกูล 56 ประวัติกฎหมายไทย ร. แลงกาต์/ ธรรมเกียรติ กันอริ 7 บทละครเรื่องพระลอ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์/ พรพิไล เลิศวิชา 57 นิทานโบราณคดี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 8 ขอบฟ้าขลิบทอง อุชเชนี/ พรพิไล เลิศวิชา 58 โฉมหน้าศักดินาไทย จิตร ภูมิศักดิ์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 9 เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า. อัศนี พลจันทร/ พรพิไล เลิศวิชา 59 กบฏ ร.ศ. 130 เหรียญ ศรีจันทร์, ร.ต. เนตร พูนวิวัฒน์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 10 บทกวีของเปลื้อง วรรณศรี เปลื้อง วรรณศรี/วิทยากร เชียงกูล 60 เจ้าชีวิต พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 11 บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ จิตร ภูมิศักดิ์ /พรพิไล เลิศวิชา 61 ศาลไทยในอดีต ประยุทธ สิทธิพันธ์/ พิทยา ว่องกุล 12 จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย ทวีปวร* /พรพิไล เลิศวิชา 62 ประวัติศาสตร์ไทยสมัย 2352-2453 ด้านสังคม ชัย เรืองศิลป์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 13 กวีนิพนธ์ของอังคาร กัลยาณพงศ์ อังคาร กัลยาณพงศ์ /ชลธิชา สัตยาวัฒนา 63 สังคมไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ 2325-2416 หม่อมราชวงศ์อคิน รพีพัฒน์/ ไชยันต์ รัชชกูล พรภิรมณ์ เชียงกูล ประเภทสารคดี/บทความ ข. การเมือง, ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย, เศรษฐศาสตร์ 14 ขอบกรุง ราช รังรอง /พรพิไล เลิศวิชา 64 ทรัพยศาสตร์ พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค)/ ฉัตรทิพย์ นาถสุภา กัญญา ลีลาลัย 15 เพียงความเคลื่อนไหว เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ /พรพิไล เลิศวิชา 65 เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475 กุหลาบ สายประดิษฐ์/ ทวีป วรดิลก ประเภทบันเทิงคดี ข.นิยาย 16 ละครแห่งชีวิต หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ /ธัญญา ผลอนันต์ 66 ความเป็นอนิจจังของสังคม ปรีดี พนมยงค์/ ไชยันต์ รัชชกูล 17 กามนิต เสฐียรโกเศศและนาคะประทีป/ธรรมเกียรติ กันอริ 67 ท่านปรีดี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้วางแผนเศรษฐกิจไทยคนแรก เดือน บุนนาค/ ไชยันต์ รัชชกูล 18 ดำรงประเทศ เวทางค์/ พิทยา ว่องกุล 68 โอ้ว่าอาณาประชาราษฎร สนิท เจริญรัฐ/ ไชยันต์ รัชชกูล 19 ผู้ชนะสิบทิศ ยาขอบ/ ธรรมเกียรติ กันอริ 69 ไทยกับสงครามโลกครั้งที่สอง ดิเรก ชัยนาม/ ทวีป วรดิลก ไชยันต์ รัชชกูล 20 หนึ่งในร้อย ดอกไม้สด/ วิทยากร เชียงกูล 70 สันติประชาธรรม ป๋วย อึ๊งภากรณ์/ ธัญญา ผลอนันต์ 21 บางระจัน ไม้ เมืองเดิม/ ทวีป วรดิลก 71 ห้าปีปริทัศน์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์/ ธัญญา ผลอนันต์ 22 หญิงคนชั่ว ก. สุรางคนางค์/พรพิไล เลิศวิชา 72 วันมหาปิติ วารสาร อมธ. ฉบับพิเศษ 14 ตุลาคม 2516 องค์การบริหารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล ประเภทสารคดี/บทความ ค. ศิลปะ ภาษา และวรรณกรรม วรรณกรรมวิจารณ์ 23 พล นิกร กิมหงวน ป. อินทรปาลิต/ ไชยันต์ รัชชกูล 73 วรรณคดี และวรรณคดีวิจารณ์ วิทย์ ศิวะศิริยานนท์/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 24 ปักกิ่ง-นครแห่งความหลัง สด กูรมะโรหิต/ กมล กมลตระกูล 74 ประติมากรรมไทย ศิลป พีระศรี/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 25 เราลิขิต-บนหลุมศพ วาสิฏฐี ร. จันทพิมพะ/ พรพิไล เลิศวิชา 75 วรรณสาส์นสำนึก สุภา ศิริมานนท์/ กมล กมลตระกูล 26 เมืองนิมิตร หม่อมราชวงศ์นิมิตรมงคล นวรัตน/ วิทยากร เชียงกูล 76 วิทยาวรรณกรรม พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์/ พิทยา ว่องกุล 27 แม่สายสะอื้น อ. ไชยวรศิลป์/ พรพิไล เลิศวิชา 77 ความงามของศิลปไทย น. ณ ปากน้ำ/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 28 พัทยา ดาวหาง/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 78 ภาษากฎหมายไทย ธานินทร์ กรัยวิเชียร/ ธรรมเกียรติ กันอริ 29 แผ่นดินนี้ของใคร ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์/ พรพิไล เลิศวิชา 79 วรรณไวทยากร ชุมนุมบทความทางวิชาการ ฉบับวรรณคดี เจตนา นาควัชระ และ มล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ/ ไชยันต์ รัชชกูล 30 มหาบัณฑิตแห่ง มิถิลานคร แย้ม ประพัฒน์ทอง/ ไชยันต์ รัชชกูล 80 แสงอรุณ 2 แสงอรุณ รัตกสิกร/ ธรรมเกียรติ กันอริ ประเภทสารคดี/บทความ ง. สังคมวิทยา, มานุษยวิทยา, ประวัติศาสตร์สังคม 31 ปีศาจ เสนีย์ เสาวพงศ์/ วิทยากร เชียงกูล 81 พระราชพิธีสิบสองเดือน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว/ ธรรมเกียรติ กันอริ 32 สี่แผ่นดิน หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช/ ธรรมเกียรติ กันอริ 82 สาส์นสมเด็จ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์/ ธรรมเกียรติ กันอริ 33 ทุ่งมหาราช มาลัย ชูพินิจ/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 83 30 ชาติในเชียงราย บุญช่วย ศรีสวัสดิ์/ พรพิไล เลิศวิชา 34 แลไปข้างหน้า ศรีบูรพา/ วิทยากร เชียงกูล 84 เทียนวรรณ สงบ สุริยินทร์/ วิทยากร เชียงกูล 35 เสเพลบอยชาวไร่ รงค์ วงษ์สวรรค์/ ธรรมเกียรติ กันอริ 85 กาเลหม่านไต บรรจบ พันธุเมธา/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 36 จดหมายจากเมืองไทย โบตั๋น/ พิรุณ ฉัตรวนิชกุล 86 นิทานชาวไร่ สวัสดิ์ จันทนี/ พิทยา ว่องกุล 37 เขาชื่อกานต์ สุวรรณี สุคนธา /กมล กมลตระกูล 87 ภารตวิทยา กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย/ ธรรมเกียรติ กันอริ 38 สร้างชีวิต หลวงวิจิตรวาทการ (วิจิตร วิจิตรวาทการ) /พรพิไล เลิศวิชา 88 ฟื้นความหลัง พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ)/ ธรรมเกียรติ กันอริ 39 ตะวันตกดิน กฤษณา อโศกสิน/ ไพลิน รุ้งรัตน์ 89 ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ จิตร ภูมิศักดิ์**/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 40 สร้อยทอง นิมิตร ภูมิถาวร/ ไชยันต์ รัชชกูล 90 อัตชีวประวัติ หม่อมศรีพรหมา กฤดากร หม่อมศรีพรหมา กฤดากร ณ อยุธยา/ ธรรมเกียรติ กันอริ 41 พิราบแดง สุวัฒน์ วรดิลก/ กมล กมลตระกูล 91 80 ปีในชีวิตข้าพเจ้า กาญจนาคพันธ์/ พรพิไล เลิศวิชา 42 ลูกอีสาน[15] คำพูน บุญทวี/ พิมล เมฆสวัสดิ์ ประเภทสารคดี/บทความ จ. ศาสนา, ปรัชญา ประเภทบันเทิงคดี ค. เรื่องสั้น 92 พระประวัติตรัสเล่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส/ธรรมเกียรติ กันอริ 43 นิทานเวตาล น.ม.ส./ชลธิรา สัตยาวัฒนา 93 พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน สุชีพ ปุญญานุภาพ/ ธรรมเกียรติ กันอริ 44 จับตาย : รวมเรื่องเอก มนัส จรรยงค์/ กมล กมลตระกูล ไชยันต์ รัชชกูล 94 ปัญญาวิวัฒน์ สมัคร บุราวาศ/ พรพิไล เลิศวิชา 45 เรื่องสั้นของ ป. บูรณปกรณ์ (ชีวิตจากมุมมืด, ดาวเงิน) ป. บูรณปกรณ์/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 95 พุทธธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) / ธรรมเกียรติ กันอริ 46 เสาชิงช้า, เอแลนบารอง และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ ส. ธรรมยศ ส. ธรรมยศ /วิทยากร เชียงกูล 96 อิทัปปัจจยตา พุทธทาสภิกขุ/ พิทยา ว่องกุล ประเภทสารคดี/บทความ ฉ.ธรรมชาติ, วิทยาศาสตร์ 47 พลายมลิวัลลิ์ และเรื่องสั้นบางเรื่อง ถนอม มหาเปารยะ/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 97 หนังสือแสดงกิจจานุกิจ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)/ พิทยา ว่องกุล 48 ผู้ดับดวงอาทิตย์ และเรื่องสั้นอื่นๆ จันตรี ศิริบุญรอด /วิทยากร เชียงกูล 98 แพทยศาสตร์สงเคราะห์ คณะกรรมการแพทย์หลวงในรัชกาลที่ 5/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 49 ยุคทมิฬ และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ อิศรา อมันตกุล อิศรา อมันตกุล /กมล กมลตระกูล 99 ธรรมชาตินานาสัตว์ บุญส่ง เลขะกุล/ นพพร สุวรรณพานิช 50 เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่[16] อาจินต์ ปัญจพรรค์/ ธัญญา ผลอนันต์ 100 ขบวนการแก้จน ประยูร จรรยาวงษ์/ พิทยา ว่องกุล

หมายเหตุ

* ผู้แต่งเป็นหนึ่งในคณะวิจัย

** ผลงานที่ได้รับเลือกมากกว่า 1 ชิ้น

[1] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, สารานุกรมแนะนำหนังสือดี 100 เล่ม ที่คนไทยควรอ่าน (กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2541), หน้า 13-14

[2] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 14

[3] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 25

[4] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 24

[5] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 15-17

[6] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 20

[7] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 26

[8] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 21

[9] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 21

[10] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 24

[11] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 28-36

[12] ตามอ่านอย่างละเอียดได้ใน บทความของเธอที่ชื่อ “หนังสือดีเล่มที่ 101 กรณีนวนิยายกับสังคมไทย” ใน วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 839-852

[13] ตามอ่านอย่างละเอียดได้ใน บทความของเขาที่ชื่อ “หนังสือ 100 เล่ม ดีจริงหรือ” ใน วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 829-838

[14] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 834

[15] เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ ลูกอีสาน (2525)

[16] สร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ มหาลัยเหมืองแร่ (2548)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...