‘หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ ชาตินิยมในวรรณกรรมและทัศนะของปัญญาชนหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง
ช่วงต้นทศวรรษ 2540 เรียกได้ว่า มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ร้อนแรงและถูกนำไปถกเถียง ต่อยอดทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ ‘โครงการวิจัยคัดเลือกและแนะนำหนังสือดีที่คนไทยน่าจะได้อ่าน’[1] หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ โครงการวิจัยนี้ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ดำเนินการในช่วงปี 2539-2541 ซึ่งนับเป็นห้วงเวลาพิเศษที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับกระแสชาตินิยมที่กำลังพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่รัฐบาลถูกบีบให้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจตามองค์กรระหว่างประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ อันส่งผลต่อผู้คนและอารมณ์ความรู้สึกอย่างกว้างขวาง
ที่เห็นได้ชัดคือ ภาพยนตร์ทำเงินทั้งหลายเช่น นางนาก (2542)บางระจัน (2543)สุริโยไท (2544) ล้วนเป็นหนังย้อนยุคทางประวัติศาสตร์ที่กระตุ้นความรู้สึกโหยหาความเป็นไทยในอดีต รวมไปถึงความรักชาติ ส่วนโครงการวิจัยนี้ไม่ได้เล่นบทบาทที่มีคิวบู๊แบบนั้น
ที่มาของโครงการนี้ มาจากคณะผู้วิจัยที่นำโดย ‘วิทยากร เชียงกูล’ เห็นว่าคนไทยนั้นสนใจหนังสือและศึกษาด้วยตนเองน้อย แม้จะได้รับการศึกษาขั้นสูงจากมหาวิทยาลัย ก็อ่านเพียงที่ใช้ในการเรียนการสอน หรือไม่ก็อ่านหนังสือจากตะวันตก “เพราะมักมีทัศนะวิชาการความรู้มาจากตะวันตก หรือประเทศที่เจริญกว่าเท่านั้น” ทั้งไทยก็มี “หนังสือชั้นดี” อีกเป็นจำนวนมาก และเห็นว่า “การแสวงหาภูมิปัญญาแบบไทยๆ ก็ยังอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ ที่ไม่ขยายตัวไปสู่วงกว้าง” จึงนำไปสู่วัตถุประสงค์การวิจัยคือ “เพื่อผลิตและประชาสัมพันธ์ ‘สารานุกรมแนะนำหนังสือดีที่คนไทยน่าจะได้อ่าน’” ที่จะกระตุ้นให้คนไทยมองเห็นว่ามีหนังสือดีที่น่าอ่านและรักการอ่านหนังสือ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาความรู้สติปัญญา[2] อีกความมุ่งหวังหนึ่งของวิจัยคือ การกระตุ้นให้มีการนำหนังสือเหล่านี้มาพิมพ์ใหม่ มีบรรณาธิการเขียนคำนำ-คำวิจารณ์กันใหม่ หรือทำให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และนักวิชาการเห็นแนวทางทำงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง [3]
ผู้วิจัยมองว่า วรรณคดีสโมสร ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2457 ในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นจุดเริ่มต้นของการคัดเลือกหนังสือดี โดยประกาศยกย่องหนังสือดี 11 เล่ม ว่าเป็นยอดหนังสือประเภทต่างๆ[4] งานวิจัยนี้ก็คงเห็นว่า เป็นความพยายามของยุคสมัยที่ไม่มีใครสานต่อ
หลักเกณฑ์การคัดเลือกหนังสือของคณะวิจัยนับถอยไปถึงช่วงรัชกาลที่ 5 จนถึงปี 2519 ในสาขาวิชาความรู้ต่างๆ รวมถึงวรรณกรรมคลาสสิก ที่เลือกสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะผู้วิจัยเห็นว่าเป็นยุคเริ่ม ‘พัฒนาประเทศ’ และเป็นจุดเริ่มการเขียนหนังสือแบบตะวันตก นั่นคือ ร้อยแก้ว นวนิยาย และเรื่องสั้น และที่เลือกขอบเขตถึงปี 2519 ก็เห็นว่า ระยะเวลา 20 ปีน่าจะทำให้แน่ใจได้ว่าเป็นหนังสือดีข้ามยุค มิใช่แค่หนังสือเด่นดัง 2-3 ปีก็ล้าสมัยไป และยังเป็นปีที่พ้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญคือ ‘เหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลาคม 2519’ ซึ่งเป็นการปิดฉากยุคเสรีภาพและเข้าสู่ยุคแห่งการปิดกั้นเสรีภาพในการเขียนและการพิมพ์ครั้งสำคัญ
อีกประการ คือ หนังสือที่ถูกเลือกจะต้องมีศิลปะในการเขียนและการใช้ภาษาที่ดี ทั้งในแง่รูปแบบและสาระที่มีความหมายสะท้อนชีวิตและสังคม ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาตามแนวของ ‘วรรณกรรมโลก’ หรือ ‘วรรณกรรมสากล’ นอกจากนั้นยังควรสะท้อนความคิดที่ทำให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิตและโลกที่ว้างขึ้น มีความคิดแบบเสรี (liberal) หรือใจกว้าง ลดอคติทางชาติพันธุ์และเพศ[5] อย่างไรก็ดี กรอบเวลาดังกล่าวจะไม่สอดคล้องกับรายละเอียดในงานวิจัยดังจะกล่าวต่อไป
ด้วยข้อจำกัดในกรอบเวลา ปี 2519 ทำให้นักเขียนร่วมสมัยขึ้นชื่อหลายคนไม่ถูกผนวกไว้ด้วย เช่น เสน่ห์ จามริก, นิธิ เอียวศรีวงศ์, ฉัตรทิพย์ นาถสุภาพ, ศรีศักร วัลลิโภดม, ชัยอนันต์ สมุทวณิช, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, สมบัติ จันทรวงศ์, รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, ชัยวัฒน์ คุประตกุล, ประเวศ วะสี ฯลฯ
การดำเนินงานวิจัยจะตกลงหลักเกณฑ์ แล้วคัดเลือกและสำรวจจากงานวิจัยด้านประวัติศาสตร์วรรณกรรม บทวิจารณ์หนังสือ อัตชีวประวัติของคนสำคัญว่าเคยอ่านหนังสืออะไร หรือได้อิทธิพลจากหนังสือใด และยังมีการสัมภาษณ์และออกแบบแบบสอบถามนักวิชาการ นักเขียน นักอ่าน ประชาชนในสาขาต่างๆ นับ 100 คน โดยการใช้แบบสอบถามได้จัดทำ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ผู้ตอบได้ตอบโดยเสรี ครั้งที่สอง คัดเลือกชื่อ 300 กว่าชื่อจากแบบสอบถามครั้งแรกแล้วนำไปสู่การคัดเลือกจนเหลือหนึ่งร้อยเล่ม ผู้วิจัยยังมีข้อเสนอลำลองด้วยว่า “ควรออกประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ที่อ่านหนังสือ 100 ชื่อเรื่องนี้จบ เพื่อเทียบรัศมีกับปริญญาของมหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ที่ให้กับบัณฑิตหลายหมื่นคนที่ทั้งชีวิตอ่านหนังสือดีๆ ไม่กี่เล่ม” [6]
การแบ่งงานของนักวิจัยจะใช้วิธีแบ่งงานตามความสนใจ อาสาสมัครได้วางเกณฑ์กว้างๆ ไว้ว่าควรให้ผู้อ่านได้รู้จักหนังสือเล่มนั้น และผู้เขียน ทั้งยังมีการเชิญคนนอกคณะวิจัยมาเขียนเป็นกรณีๆ ไป เช่น นพพร สุวรรณพานิช, ไพลิน รุ้งรัตน์ และพิรุณ ฉัตรวณิชกุล [7]
ข้อจำกัดงานประเภทสารคดีและบทความถือว่าเป็นปัญหากว่าประเภทอื่น เพราะมักจะให้น้ำหนักกับประเด็น ‘ไทยศึกษา’ มากกว่าความรู้แนววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก่อนหน้านั้นถือว่ามีอยู่น้อย และก็ “อาจจะล้าสมัยด้วยกาลเวลา มีส่วนบกพร่องในเรื่องข้อเท็จจริง” [8] แสดงให้เห็นว่า งานวิจัยนี้ได้คัดกรองหนังสือดีที่มีอคติต่องานสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับหนึ่ง
กระนั้นก็เลือกที่จะตัดประเภท ‘พงศาวดาร’ ออกไป เนื่องจากคิดว่า “ยากเกินไปสำหรับผู้อ่านทั่วไป” ทั้งยังให้เหตุผลว่าหากอ่านเฉพาะพงศาวดารของราชสำนักก็จะไม่ยุติธรรม ควรจะอ่านพงศาวดารท้องถิ่นด้วย วรรณกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ไม่ได้รวมเข้ามา เพราะคิดว่ายากเกินไปที่ผู้อ่านทั่วไปไม่ได้รู้ภาษาถิ่นใดถิ่นหนึ่ง[9] กระนั้น การแนะนำหนังสือ สังคมไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ก็น่าจะชี้ให้เห็นได้ดีถึงการประนีประนอมเรื่องประวัติศาสตร์ระหว่างเจ้าและสามัญชนในเนื้อหาหนังสือเล่มนี้
ปัญหาอีกประการที่เหล่านักวิจัยก็ทราบดีคือ หนังสือที่คัดเลือกบางเล่มมีผลงานของนักวิจัยติดเข้ามาด้วย คือ ทวีปวร (ทวีป วรดิลก), เจตนา นาควัชระ และวิทยากร เชียงกูล[10] ซึ่งก็มีคนวิจารณ์ไว้เช่นกัน (ดู ส.ศิวรักษ์ ที่จะกล่าวถึงต่อไป)
ความน่าสนใจก็คือ ทีมวิจัยส่วนใหญ่คือคนรุ่น 14 ตุลาคม 2516 ถึง 6 ตุลาคม 2519 ช่วงทศวรรษ 2540 พวกเขาเริ่มมีที่ทางในสังคม ในแวดวงต่างๆ และพื้นที่สาธารณะ การกำหนดและให้คุณค่าหนังสือดีในงานวิจัยชุดนี้จึงสะท้อนส่วนหนึ่งของโลกทัศน์ของพวกเขาไปด้วย
ทีมวิจัยได้พยายามอธิบายภาพรวมของหนังสือดีที่เลือกมาผ่านพัฒนาการทางภูมิปัญญา 3 ยุค นั่นคือ ‘ยุคอาณานิคมกับการปรับตัวให้ทันสมัยแบบตะวันตก’ (นับจากช่วงรัชกาลที่ 4-6) ‘ยุคเสรีประชาธิปไตยของชนชั้นกลางรุ่นใหม่’ (รัชกาลที่ 7-สงครามโลกครั้งที่ 2) และ ‘การต่อสู้ 3 เส้าระหว่างเผด็จการ ราชาธิปไตยนิยม และฝ่ายประชาธิปไตย’ (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 – เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519)[11] การอธิบายเช่นนี้ที่เริ่มตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ย่อมขัดกับขอบเขตการวิจัยที่กล่าวไว้เบื้องต้นว่าจะเริ่มในสมัยรัชกาลที่ 5
นอกจากการแบ่งยุคสมัยดังกล่าวแล้ว หากพิจารณาหนังสือดีแต่ละเล่ม ก็เรียกได้ว่าเป็นการประนีประนอมระหว่างฝ่ายคนเดือนตุลาฯ กับฝ่ายชนชั้นนำ ผลงานของกษัตริย์และเจ้าชั้นสูง กระทั่งหนังสือของนายกรัฐมนตรีขวาจัดอย่างธานินทร์ กรัยวิเชียร ก็ได้กลายเป็นหนังสือดีเคียงข้างกับงานฝ่ายซ้ายอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ (มีผลงานที่ถูกคัดเลือกถึง 2 ชิ้น), ศรีบูรพา, ทวีปวร ฯลฯ หรือหนังสือบางเล่มที่น่าจะตรงข้ามกันสุดขั้วอย่าง พระราชพิธีสิบสองเดือน ก็อาจถูกท้าทายด้วยการวิเคราะห์จากฝ่ายซ้ายอย่าง โฉมหน้าศักดินาไทย หรือ เจ้าชีวิต กับ หญิงคนชั่ว ปีศาจ หรือ สี่แผ่นดิน กับ แผ่นดินนี้ของใคร เช่นเดียวกับปรีดี พนมยงค์ที่เคยเป็นปิศาจในสายตาชนชั้นนำไทยก็มีที่ทางในชุดหนังสือดีเหล่านี้ มีหนังสือเกี่ยวกับปรีดีอย่างน้อย 2 เล่มก็คือ ความเป็นอนิจจังของสังคม และท่านปรีดี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้วางแผนเศรษฐกิจไทยคนแรก ที่น่าสังเกตก็คือ กระแสพระราชนิพนธ์ของกษัตริย์รัชกาลที่ 9 และอิทธิพลของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ยังไม่ปรากฏในงานวิจัยชิ้นนี้
กระแสตอบรับและการวิจารณ์
เหนือสิ่งอื่นใด ‘หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ กลายเป็นตราสินค้าให้กับตลาดหนังสือที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งในตลาดหนังสือเก่า และตลาดพิมพ์ซ้ำ การเติบโตของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ทำให้ในยุคหนึ่งป้ายหรือฉลากที่เขียนโฆษณาจะติดป้ายบ่งบอกความเป็นหนังสือดีที่ต้องซื้อติดบ้านไว้
อัมพร จิรัฐติกร ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจไทยต้นทศวรรษ 2540 ไว้เป็นอย่างดี บรรยากาศในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่มีคำขวัญว่า ‘หนังสือสร้างปัญญาฝ่าวิกฤต’ ตลอดทางเดินจะพบกับป้ายเล็กบนกองหนังสือเขียนว่า ‘1 ในหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ อยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับร้านหนังสือเก่าแห่งหนึ่งที่หน้าปกหุ้มพลาสติกและเขียนว่า ‘1 ในหนังสือ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ เธอเลือกซื้อไปหนึ่งเล่ม และเมื่อกลับมาบ้านตรวจสอบดูก็พบว่าเป็นคนละเล่มกับในบัญชีรายชื่อหนังสือดี 100 เล่มที่ว่า[12]
สุลักษณ์ ศิวรักษ์[13] นักวิจารณ์ฝีปากกล้าได้กระตุกคณะผู้วิจัยอย่างไม่ไว้หน้าไว้ว่า ข้อบกพร่องของงานวิจัยนี้ คือการตั้งขอบเขตไว้ตั้งแต่ปี 2411 แต่กลับรวมเอา โคลงโลกนิติ และ ศรีทะนนไชย ไว้ด้วยกัน รวมถึงการหยิบเอางานที่ ‘กึ่งดิบกึ่งดี’ พอเข้ามาอยู่ในรายชื่อหนังสือดีซึ่งเขาลิสต์รายชื่อผู้แต่งคนต่อคน และชื่อหนังสือออกมาเทียบกันเล่มต่อเล่ม ในฐานะหนอนหนังสือ เขาถึงกับใช้คำว่า “ถ้าใครคนหนึ่งทำอย่างเล่นๆ เป็นทำนองงานอดิเรก โดยไม่มีกองทุนอุดหนุน ด้วยการให้เงินกันคนละมากๆ ก็พอทำเนา นี่เอาเงินแผ่นดินไปใช้กันคนละมิใช่น้อยแล้วได้ผลออกมาเช่นนี้ นับว่าน่าเสียดายเงินภาษีอากรของราษฎร”[14] เช่นเดียวกับคำวิจารณ์ที่เลือกหนังสือที่แต่งโดยกรรมการ ซึ่งเขาเห็นว่า คนงานของคนรุ่นเดียวกันและรุ่นหลังที่ยังอยู่ในขอบเขตก็ถือว่าทรงคุณค่ากว่า เช่น ผลงานของสุจิตต์ วงษ์เทศ, ขรรค์ชัย บุนปาน, เสฐียรพงษ์ วรรณปก, ไพบูลย์ วงษ์เทศ และวิสา คัญทัพ
อย่างไรก็ตาม ในสำนึกของชนชั้นกลางและปัญญาชนแล้ว การอ่านหนังสือถือเป็นกิจกรรมทางปัญญาอันน่าพึงประสงค์ ความหวาดวิตกว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยหรือไม่อ่านหนังสือ ถูกสะท้อนผ่านเรื่องเล่า การเสวนา บทความหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ อยู่เสมอมา เห็นได้ชัดจากวลี “คนไทยอ่านหนังสือวันละ 8 บรรทัด” ที่เคยโด่งดังในฐานะวลีพาดหัวข่าว ก็ยังไปปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ ทวิภพ (2547) จนตัวเอกหนึ่งที่เป็นตัวละครสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับความรู้ถึงกับอุทานว่า “ชิบหายแล้วบ้านเมืองกู”
งานวิจัยนี้จึงเป็นกระแสภูมิปัญญายุคที่เฟื่องฟูและขยายไปในวงกว้าง แม้ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ในยุคที่ปัญญาชนเดือนตุลาคมยังคงเป็นเสาหลักหนึ่งของสังคมไทย จึงอาจนับเป็นจุดสูงสุดของปัญญาชนเหล่านี้หลังจากที่พวกเขามีบทบาทสำคัญพร้อมกับเครือข่ายอื่นๆ ในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก่อนที่พวกเขาจะถูกทดสอบอย่างหนักจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองปลายทศวรรษ 2540 ที่พบว่า นักวิชาการและปัญญาชนจำนวนมากมีจุดยืนที่แทบจะต่อต้านประชาธิปไตย หรือจำกัดเสรีภาพประชาชนแบบที่ตัวเองเคยสนับสนุนนักหนา กลายเป็นว่า หลังรัฐประหาร 2549 พลังทางภูมิปัญญาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งจากฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีสถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์กลาง แปรเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูพลังทางการเมืองของการปฏิวัติ 2475 กลับขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ตารางแสดงหนังสือตามโครงการหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน พร้อมทั้งผู้แต่งและผู้รีวิว
ลำดับที่ ชื่อหนังสือ ผู้แต่ง/ผู้รีวิว ลำดับที่ ชื่อหนังสือ ผู้แต่ง/ผู้รีวิว ประเภทบันเทิงคดี ก.กวีนิพนธ์และบทละคร 1 ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร/อำพล สุวรรณธาดา 51 ฟ้าบ่กั้น ลาว คำหอม /วิทยากร เชียงกูล 2 เสภาศรีธนญไชย หรือเซียงเมี่ยง แต่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ทราบผู้แต่ง/ พรพิไล เลิศวิชา 52 ชุดเพื่อนนักเรียนเก่า เพื่อนเก่า เสนอ อินทรสุขศรี/ กมล กมลตระกูล 3 นิราศหนองคาย หลวงพัฒนพงศ์ภักดี (ทิม สุขยางค์) / พรพิไล เลิศวิชา 53 รวมเรื่องสั้นบางเรื่องของฮิวเมอร์ริสต์ ฮิวเมอร์ริสต์/ พรพิไล เลิศวิชา 4 สามัคคีเภทคำฉันท์ ชิต บุรทัต/ พิทยา ว่องกุล 54 ฉันจึงมาหาความหมาย วิทยากร เชียงกูล* /กมล กมลตระกูล 5 มัทนะพาธา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว /ทวีป วรดิลก 55 คนบนต้นไม้ นิคม รายยวา /กมล กมลตระกูล ประเภทสารคดี/บทความ ก. ประวัติศาสตร์ 6 โคลงกลอนของครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) /วิทยากร เชียงกูล 56 ประวัติกฎหมายไทย ร. แลงกาต์/ ธรรมเกียรติ กันอริ 7 บทละครเรื่องพระลอ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์/ พรพิไล เลิศวิชา 57 นิทานโบราณคดี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 8 ขอบฟ้าขลิบทอง อุชเชนี/ พรพิไล เลิศวิชา 58 โฉมหน้าศักดินาไทย จิตร ภูมิศักดิ์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 9 เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า. อัศนี พลจันทร/ พรพิไล เลิศวิชา 59 กบฏ ร.ศ. 130 เหรียญ ศรีจันทร์, ร.ต. เนตร พูนวิวัฒน์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 10 บทกวีของเปลื้อง วรรณศรี เปลื้อง วรรณศรี/วิทยากร เชียงกูล 60 เจ้าชีวิต พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 11 บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ จิตร ภูมิศักดิ์ /พรพิไล เลิศวิชา 61 ศาลไทยในอดีต ประยุทธ สิทธิพันธ์/ พิทยา ว่องกุล 12 จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย ทวีปวร* /พรพิไล เลิศวิชา 62 ประวัติศาสตร์ไทยสมัย 2352-2453 ด้านสังคม ชัย เรืองศิลป์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล 13 กวีนิพนธ์ของอังคาร กัลยาณพงศ์ อังคาร กัลยาณพงศ์ /ชลธิชา สัตยาวัฒนา 63 สังคมไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ 2325-2416 หม่อมราชวงศ์อคิน รพีพัฒน์/ ไชยันต์ รัชชกูล พรภิรมณ์ เชียงกูล ประเภทสารคดี/บทความ ข. การเมือง, ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย, เศรษฐศาสตร์ 14 ขอบกรุง ราช รังรอง /พรพิไล เลิศวิชา 64 ทรัพยศาสตร์ พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค)/ ฉัตรทิพย์ นาถสุภา กัญญา ลีลาลัย 15 เพียงความเคลื่อนไหว เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ /พรพิไล เลิศวิชา 65 เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475 กุหลาบ สายประดิษฐ์/ ทวีป วรดิลก ประเภทบันเทิงคดี ข.นิยาย 16 ละครแห่งชีวิต หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ /ธัญญา ผลอนันต์ 66 ความเป็นอนิจจังของสังคม ปรีดี พนมยงค์/ ไชยันต์ รัชชกูล 17 กามนิต เสฐียรโกเศศและนาคะประทีป/ธรรมเกียรติ กันอริ 67 ท่านปรีดี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้วางแผนเศรษฐกิจไทยคนแรก เดือน บุนนาค/ ไชยันต์ รัชชกูล 18 ดำรงประเทศ เวทางค์/ พิทยา ว่องกุล 68 โอ้ว่าอาณาประชาราษฎร สนิท เจริญรัฐ/ ไชยันต์ รัชชกูล 19 ผู้ชนะสิบทิศ ยาขอบ/ ธรรมเกียรติ กันอริ 69 ไทยกับสงครามโลกครั้งที่สอง ดิเรก ชัยนาม/ ทวีป วรดิลก ไชยันต์ รัชชกูล 20 หนึ่งในร้อย ดอกไม้สด/ วิทยากร เชียงกูล 70 สันติประชาธรรม ป๋วย อึ๊งภากรณ์/ ธัญญา ผลอนันต์ 21 บางระจัน ไม้ เมืองเดิม/ ทวีป วรดิลก 71 ห้าปีปริทัศน์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์/ ธัญญา ผลอนันต์ 22 หญิงคนชั่ว ก. สุรางคนางค์/พรพิไล เลิศวิชา 72 วันมหาปิติ วารสาร อมธ. ฉบับพิเศษ 14 ตุลาคม 2516 องค์การบริหารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/ พรภิรมณ์ เชียงกูล ประเภทสารคดี/บทความ ค. ศิลปะ ภาษา และวรรณกรรม วรรณกรรมวิจารณ์ 23 พล นิกร กิมหงวน ป. อินทรปาลิต/ ไชยันต์ รัชชกูล 73 วรรณคดี และวรรณคดีวิจารณ์ วิทย์ ศิวะศิริยานนท์/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 24 ปักกิ่ง-นครแห่งความหลัง สด กูรมะโรหิต/ กมล กมลตระกูล 74 ประติมากรรมไทย ศิลป พีระศรี/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 25 เราลิขิต-บนหลุมศพ วาสิฏฐี ร. จันทพิมพะ/ พรพิไล เลิศวิชา 75 วรรณสาส์นสำนึก สุภา ศิริมานนท์/ กมล กมลตระกูล 26 เมืองนิมิตร หม่อมราชวงศ์นิมิตรมงคล นวรัตน/ วิทยากร เชียงกูล 76 วิทยาวรรณกรรม พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์/ พิทยา ว่องกุล 27 แม่สายสะอื้น อ. ไชยวรศิลป์/ พรพิไล เลิศวิชา 77 ความงามของศิลปไทย น. ณ ปากน้ำ/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 28 พัทยา ดาวหาง/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 78 ภาษากฎหมายไทย ธานินทร์ กรัยวิเชียร/ ธรรมเกียรติ กันอริ 29 แผ่นดินนี้ของใคร ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์/ พรพิไล เลิศวิชา 79 วรรณไวทยากร ชุมนุมบทความทางวิชาการ ฉบับวรรณคดี เจตนา นาควัชระ และ มล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ/ ไชยันต์ รัชชกูล 30 มหาบัณฑิตแห่ง มิถิลานคร แย้ม ประพัฒน์ทอง/ ไชยันต์ รัชชกูล 80 แสงอรุณ 2 แสงอรุณ รัตกสิกร/ ธรรมเกียรติ กันอริ ประเภทสารคดี/บทความ ง. สังคมวิทยา, มานุษยวิทยา, ประวัติศาสตร์สังคม 31 ปีศาจ เสนีย์ เสาวพงศ์/ วิทยากร เชียงกูล 81 พระราชพิธีสิบสองเดือน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว/ ธรรมเกียรติ กันอริ 32 สี่แผ่นดิน หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช/ ธรรมเกียรติ กันอริ 82 สาส์นสมเด็จ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์/ ธรรมเกียรติ กันอริ 33 ทุ่งมหาราช มาลัย ชูพินิจ/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 83 30 ชาติในเชียงราย บุญช่วย ศรีสวัสดิ์/ พรพิไล เลิศวิชา 34 แลไปข้างหน้า ศรีบูรพา/ วิทยากร เชียงกูล 84 เทียนวรรณ สงบ สุริยินทร์/ วิทยากร เชียงกูล 35 เสเพลบอยชาวไร่ รงค์ วงษ์สวรรค์/ ธรรมเกียรติ กันอริ 85 กาเลหม่านไต บรรจบ พันธุเมธา/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 36 จดหมายจากเมืองไทย โบตั๋น/ พิรุณ ฉัตรวนิชกุล 86 นิทานชาวไร่ สวัสดิ์ จันทนี/ พิทยา ว่องกุล 37 เขาชื่อกานต์ สุวรรณี สุคนธา /กมล กมลตระกูล 87 ภารตวิทยา กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย/ ธรรมเกียรติ กันอริ 38 สร้างชีวิต หลวงวิจิตรวาทการ (วิจิตร วิจิตรวาทการ) /พรพิไล เลิศวิชา 88 ฟื้นความหลัง พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ)/ ธรรมเกียรติ กันอริ 39 ตะวันตกดิน กฤษณา อโศกสิน/ ไพลิน รุ้งรัตน์ 89 ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ จิตร ภูมิศักดิ์**/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 40 สร้อยทอง นิมิตร ภูมิถาวร/ ไชยันต์ รัชชกูล 90 อัตชีวประวัติ หม่อมศรีพรหมา กฤดากร หม่อมศรีพรหมา กฤดากร ณ อยุธยา/ ธรรมเกียรติ กันอริ 41 พิราบแดง สุวัฒน์ วรดิลก/ กมล กมลตระกูล 91 80 ปีในชีวิตข้าพเจ้า กาญจนาคพันธ์/ พรพิไล เลิศวิชา 42 ลูกอีสาน[15] คำพูน บุญทวี/ พิมล เมฆสวัสดิ์ ประเภทสารคดี/บทความ จ. ศาสนา, ปรัชญา ประเภทบันเทิงคดี ค. เรื่องสั้น 92 พระประวัติตรัสเล่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส/ธรรมเกียรติ กันอริ 43 นิทานเวตาล น.ม.ส./ชลธิรา สัตยาวัฒนา 93 พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน สุชีพ ปุญญานุภาพ/ ธรรมเกียรติ กันอริ 44 จับตาย : รวมเรื่องเอก มนัส จรรยงค์/ กมล กมลตระกูล ไชยันต์ รัชชกูล 94 ปัญญาวิวัฒน์ สมัคร บุราวาศ/ พรพิไล เลิศวิชา 45 เรื่องสั้นของ ป. บูรณปกรณ์ (ชีวิตจากมุมมืด, ดาวเงิน) ป. บูรณปกรณ์/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 95 พุทธธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) / ธรรมเกียรติ กันอริ 46 เสาชิงช้า, เอแลนบารอง และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ ส. ธรรมยศ ส. ธรรมยศ /วิทยากร เชียงกูล 96 อิทัปปัจจยตา พุทธทาสภิกขุ/ พิทยา ว่องกุล ประเภทสารคดี/บทความ ฉ.ธรรมชาติ, วิทยาศาสตร์ 47 พลายมลิวัลลิ์ และเรื่องสั้นบางเรื่อง ถนอม มหาเปารยะ/ พิมล เมฆสวัสดิ์ 97 หนังสือแสดงกิจจานุกิจ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค)/ พิทยา ว่องกุล 48 ผู้ดับดวงอาทิตย์ และเรื่องสั้นอื่นๆ จันตรี ศิริบุญรอด /วิทยากร เชียงกูล 98 แพทยศาสตร์สงเคราะห์ คณะกรรมการแพทย์หลวงในรัชกาลที่ 5/ ชลธิรา สัตยาวัฒนา 49 ยุคทมิฬ และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ อิศรา อมันตกุล อิศรา อมันตกุล /กมล กมลตระกูล 99 ธรรมชาตินานาสัตว์ บุญส่ง เลขะกุล/ นพพร สุวรรณพานิช 50 เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่[16] อาจินต์ ปัญจพรรค์/ ธัญญา ผลอนันต์ 100 ขบวนการแก้จน ประยูร จรรยาวงษ์/ พิทยา ว่องกุล
หมายเหตุ
* ผู้แต่งเป็นหนึ่งในคณะวิจัย
** ผลงานที่ได้รับเลือกมากกว่า 1 ชิ้น
[1] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, สารานุกรมแนะนำหนังสือดี 100 เล่ม ที่คนไทยควรอ่าน (กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2541), หน้า 13-14
[2] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 14
[3] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 25
[4] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 24
[5] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 15-17
[6] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 20
[7] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 26
[8] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 21
[9] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 21
[10] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 24
[11] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 28-36
[12] ตามอ่านอย่างละเอียดได้ใน บทความของเธอที่ชื่อ “หนังสือดีเล่มที่ 101 กรณีนวนิยายกับสังคมไทย” ใน วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 839-852
[13] ตามอ่านอย่างละเอียดได้ใน บทความของเขาที่ชื่อ “หนังสือ 100 เล่ม ดีจริงหรือ” ใน วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 829-838
[14] วิทยากร เชียงกูล และคณะ, เรื่องเดียวกัน, หน้า 834
[15] เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ ลูกอีสาน (2525)
[16] สร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ มหา’ลัยเหมืองแร่ (2548)