โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ไฟป่าเขาบรรทัดฝั่งกัมพูชา ลามเข้าฐานทหารพรานไทย ทต.ชำรากเร่งดับ สกัดกระทบชาวบ้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 11.09 น.

ไฟป่าเขาบรรทัด เขตกัมพูชา ลามเข้าฐานทหารพราน นย.ชำราก หนัก เผยมีเสียงปะทุคล้ายระเบิดดังขึ้น ทต.ชำรากนำรถน้ำดับหวั่นกระทบชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. ที่บริเวณฐานกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 534 (ร้อย ทพ.นย.ที่ 534) ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินตราดที่ 3 (บ้านเขาล้าน) บ้านชำราก ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่ป่าฝั่งกัมพูชา ด้านบ้านจอมวย ต.เวียงเวล อ.เวียงเวล จ.โพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา และเกิดลุกลามเข้ามาในพื้นที่ฐานกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 ในระยะห่างประมาณ 1 กม. แต่ในระยะ 800 เมตร จะมีคลองชำรากกั้นขวางอยู่

ในเวลา 13.30 น. รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลชำรากที่ได้รับการประสานงานจาก ผบ.ร้อย ทพ.นย.534 เพื่อมาเตรียมพร้อมเพื่อดับไฟป่าหากมีการลุกลามเข้ามาใกล้ฐาน โดยมี ร.ท.ทินวัฒน์ นันทิยะไพบูลย์ ระบุว่า ไฟไหม้มานานกว่า 2 สัปดาห์ และลุกลามมาต่อเนื่อง กระทั่งเช้าวันนี้มีลมแรงและไฟได้ลุกลามเข้ามายังฝั่งไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องสั่งให้ทหารพรานที่ตั้งหน่วยบริเวณเขาบรรทัดได้ป้องกันหน่วยไว้ด้วยการทำทางไฟป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้ามาได้ ท่ามกลางกลุ่มควันจำนวนมากที่ปกคลุมเข้ามาพร้อมเพลิงไฟที่เมื่อเผาต้นหญ้าและต้นไม้จะมีเสียงดัง และมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นต่อเนื่องซึ่งมีกว่า 4-50 ลูกแล้ว

เวลาประมาณ 14.30 น. น.อ.ชัยรัตน์ คำภิรมย์ หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 บ้านเขาล้าน เดินทางเข้ามาติดตามสถานการณ์ ร.ท.ทินวัฒน์ นันทิยะไพบูลย์ ผบ.ร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 534 บ้านชำราก ได้รายงานสถานการณ์ให้ทราบว่า เพลิงไหม้ได้ไหม้ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว แต่ในเช้าวันนี้เกิดลุกลามเข้ามาในพื้นที่ฝั่งประเทศไทย และลามเข้ามาในพื้นที่ที่ตั้งฐานหลายแห่งบนเขาบรรทัดและลุกลามลงมาเชิงเขา และลงมายังบริเวณคลอง แต่ยังไม่ลุกลามเข้ามา

จากนั้น หน.ชค.ทพ.ที่ 3 และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลชำรากได้เดินทางไปยังพื้นที่ไฟไหม้ ระหว่างรออยู่ที่บริเวณคลองปรากฏว่าไฟได้ลุกลามไหม้เข้ามายังบริเวณคลองอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปยังที่อื่นๆ ได้ ทำให้ไฟได้ลุกลามติดต้นไม้ใบหญ้าแห้ง โดยเฉพาะต้นไม้กวาดที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีและไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตามแรงลม รวมทั้งมีเสียงของระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องหยุดอยู่ตรงบริเวณลำคลอง

ต่อมาในเวลา 15.00 น. นางสุนัน ไวยกูล รองนายกเทศบาลตำบลชำราก และเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสถานการณ์เพื่อตรวจสอบดูพื้นที่บริเวณจุดชมวิวยุทธการบ้านชำราก และเข้ามาติดตามสถานการณ์ไฟไหม้บริเวณดังกล่าวด้วย พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไฟไหม้ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านมาหลายวันแล้ว และมีกลุ่มควันปกคลุมในพื้นที่ของประชาชนใน ต.ชำราก ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้ได้รับผลกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง จึงได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นตำบลชำรากเมื่อออกนอกบ้านแล้วให้สวมแมสก์ป้องกัน ซึ่งระหว่างการสัมภาษณ์ก็เกิดไฟลุกไหม้ป่าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรองนายกเทศบาลได้ระบุความเสียหายว่าในพื้นที่ประชาชนยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น

น.อ.ชัยรัตน์กล่าวว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นมาจากการจุดไฟของประชาชนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แล้วลุกลามต่อเนื่องมานานกว่า 2 สัปดาห์ตั้งแต่ อ.บ่อไร่ ลุกลามมายัง ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด และ ต.ตะกาง ต่อเนื่องมาที่ ต.ชำราก ซึ่งลุกลามมาล้อมฐานปฏิบัติงานของกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 ซึ่งตั้งจุดไว้หลายแห่งบริเวณเขาบรรทัด ทำให้ทหารพรานต้องทำการป้องกันด้วยการทำทางป้องกันไฟไม่ให้ลุกลามเข้ามายังบริเวณฐาน ซึ่งมี 5-6 แห่ง โดยที่ธงชาติไทยที่ติดอยู่แต่ละแห่งยังไม่ถูกไฟไหม้แต่อย่างใด

ส่วนทหารพรานที่ประจำอยู่นั้นได้มีการสับเปลี่ยนกำลังเพื่อให้แต่ละคนได้มีสุขภาพที่เป็นปกติ ซึ่งระหว่างนี้ในพื้นที่จะป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ลุกลามเข้ามาอีกฝั่งของคลอง ซึ่งหากลุกลามเข้ามาได้จะส่งผลกระทบถึงฐานของกองร้อย ทพ.นย.ที่ 534 ได้ นอกจากนี้ในระดับประเทศ ในระดับจังหวัด ได้มีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในการประชุม JBC และ RBC เพื่อหารือในการป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้นบริเวณตามแนวชายแดนในอนาคตต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฟป่าเขาบรรทัดฝั่งกัมพูชา ลามเข้าฐานทหารพรานไทย ทต.ชำรากเร่งดับ สกัดกระทบชาวบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...