โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กกต.ไม่ฟันธง'ทักษิณ'ชูนโยบายรัฐ ช่วยหาเสียงท้องถิ่นผิดกฏหมายหรือไม่?

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

กกต.ไม่ฟันธง"ทักษิณ"ชูนโยบายรัฐ ช่วยหาเสียงท้องถิ่นผิดกฏหมายหรือไม่ อ้างดูเป็นกรณียันไม่ต้องมีหนังสือเตือน เชื่อผู้สมัคร-ผู้ช่วยหาเสียงรู้ข้อกฏหมายดี

วันนี้ (10 ม.ค.) นายอิทธพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนนตรี ปราศรัยโดยนำเสนอนโยบายรัฐบาลในเวทีเลือกตั้งท้องถิ่นว่า เรื่องการหาเสียงอยากให้แยกเกี่ยวกับการพูดถึงนโยบายระดับชาติกับการหาเสียงระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่บางครั้งเชื่อมโยงกันได้ แต่จะเข้าข่ายเป็นการหาเสียงที่ผิดกฎหมายหรือไม่ มีอยู่ 2 ข้อหลัก คือ 1. หาเสียงว่าจะให้หรือเสนอให้ 2. หาเสียงหลอกลวง ซึ่งถ้าหาเสียงว่า"จะให้"มันก็เข้าข่ายผิดกฎหมายแน่นอนตามมาตรา 65 (1) แต่ถ้าเป็นการหาเสียง"หลอกลวง" หากไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบจ.นั้นๆ ก็เข้าข่ายหลอกลวงได้

"ฉะนั้นการกล่าวถึงเวลาเราพูดถึงบริบททั่วๆไปบางครั้งกล่าวไปทางนั้นทางนี้ มันจะใช่ถึงขนาดหาเสียงหลอกลวง สัญญาว่าจะให้หรือไม่ ต้องดูบริบทแต่ละอันเป็นรายกรณีไป รวมถึงดูรายละเอียดด้วย"นายอิทธิพร กล่าว

เมื่อถามว่าผู้สมัครและผู้ช่วยหาเสียงจึงควรหาเสียงเฉพาะสิ่งที่ อบจ.ทำได้เท่านั้นหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า ผู้สมัครต้องเสนอนโยบายที่ตนเองจะเข้าไปปฏิบัติ หากได้รับเลือกว่าจะทำอะไรบ้าง เพราะอำนาจหน้าที่ของ อบจ.ก็มีระบุไว้ในกฎหมายชัดเจน การหาเสียงควรมุ่งเน้นในกรอบตรงนั้น แต่จะพูดเลยไปบ้างส่วนตัวมองว่าก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

เมื่อถามว่าขอบเขตของผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งมีแค่ไหน นายอิทธิพร กล่าวว่า ผู้ช่วยหาเสียงก็ต้องพูดในนโบายที่ผู้สมัครประสงค์จะนำไปปฏิบัติเมื่อได้รับเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนต้องหาเสียงในนโยบายที่ผู้สมัครเขานำเสนอด้วย เพราะไม่เช่นนั้นถ้าไปหาเสียงแล้วไม่พูดถึงนโยบายที่จะไปทำในจังหวัดนั้นๆ มันก็ไม่ใช่การหาเสียง และจะกระทบต่อการที่จะไม่ได้คะแนนด้วย เช่นไปพูดถึงเรื่องอื่น โดยไม่พูดว่าจะไปทำอะไร ในบริบทที่เป็นงานของตัวเอง คะแนนก็อาจจะไม่ค่อยได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่านายทักษิณ ไปปราศรัยพูดภาพใหญ่นโยบายของรัฐบาล และจากนั้นรัฐบาลก็รับลูก สามารถทำได้หรือไม่ในเวทีของท้องถิ่น นายอิทธิพร กล่าวว่า การพูดถึงนโยบายโดยบุคคลใดก็ตามที่มาช่วยหาเสียง กับการพูดถึงนโยบายในการหาเสียงตั้งท้องถิ่น มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกันได้ แต่จะถึงขั้นผิดหรือไม่ จะให้ตอบตอนนี้คงไม่ได้เพราะจะสับสนและไขว้เขว่ ฉะนั้นผู้สมัคร ผู้ช่วยหาเสียงก็ต้องมีบทบาทหน้าที่ของตัวเองในการที่จะทำอะไรก็ได้ให้มั่นใจว่าทำไปแล้วไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย และอย่าลืมว่ามีมาตรา 23 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ที่กำหนดว่า พรรคการเมืองหรือผู้สมัครที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองสามารถสอบถามมายัง กกต.ได้ โดยกกต.มีหน้าที่ต้องตอบภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่ง แต่ตนก็เชื่อว่าผู้สมัครและผู้ช่วยหาเสียงตระหนักดี ว่าทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนเพราะมีตัวอย่าง ทั้งคำวินิจฉัยกกต. ว่าหาเสียงอย่างไรเข้าข่ายหลอกหลวง เสนอว่าจะให้

"ฉะนั้นถือว่าการที่จะพูดอะไรบางอย่าง มันอาจจะไม่ตรงประเด็นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามันเชื่อมโยงกันได้ อย่าเพิ่งไปรีบตัดสินว่ามันถูกหรือผิด เราต้องดูพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นกรณี"นายอิทธิพร กล่าว

เมื่อถามอีกว่า กรณีที่นายทักษิณ ปราศรัยว่าจะลดค่าไฟจาก 4 บาท ให้เหลือ 3 บาทกว่า น่าจะไม่ใช่อำนาจของ อบจ.ที่จะสามารถทำได้ นายอิทธิพร กล่าวว่า ท้องถิ่นเท่าที่ตนจำได้ก็มีหน้าที่ในการให้บริการและทำนุบำรุงสาธารณูปโภค ซึ่งอันนี้ก็คือสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตามจะให้ไปตอบตอนนี้คงไม่ได้ เพราะกกต.มี 7 คน ฉะนั้นจุดเชื่อมโยงตรงไหนที่ว่าเป็นการพูดถึงนโยบายของตัวเองโดยแท้ ไม่เกี่ยวกับการหาเสียงหรือเข้าข่ายหาเสียงหลอกลวง ยังตอบจริงๆไม่ได้ ต้องมาดูเป็นกรณี ก่อนหน้านี้ตนก็พูดไปแล้วว่าอะไรทำได้ไม่ได้มันมีเส้นแบ่งอยู่เสมอ ต้องนำข้อเท็จจริงมาประกอบ แต่ถ้าเป็นไปได้ในเรื่องของการหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นก็ควรมุ่งเน้นที่นโยบาย ที่ผู้สมัครมุ่งเน้นจะดำเนินการเมื่อได้รับเลือกตั้ง ถ้ามันเกินขอบเขตอะไรไปแล้วมีคนร้อง ก็ต้องเอาเรื่องทั้งหมดมาดู

เมื่อถามอีกว่า กกต.ต้องทำหนังสือเตือนหรือไม่ ประธานกกต. กล่าวว่า คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น เพราะผู้สมัครรู้ดีอยู่แล้วว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้าง และเมื่อรับสมัครเสร็จแล้ กกต.ก็มีการประชุมเชิงสมานฉันท์ ซึ่งก็จะแจ้งให้ทราบอยู่แล้วว่าอะไรทำได้บ้าง ฉะนั้นผู้สมัครจะบอกว่าตัวเองไม่ทราบคงไม่ได้ และทั้งผู้สมัคร ผู้ช่วยหาเสียง ก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองพูดไป ผู้สมัครก็ต้องรู้ ว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร ผู้ช่วยหาเสียงก็ต้องรู้ว่าผู้สมัครของตัวเองมีนโยบายอย่างไร และหาเสียงช่วยสนับสนุนในประเด็นที่เป็นอำนาจหน้าที่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามถึงขณะนี้ยังไม่มีคำร้องเกี่ยวกับการหาเสียงของนายทักษิณ เข้ามา

เมื่อถามว่า ขณะนี้ กกต.ได้จับตาจังหวัดไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า ทุกจังหวัด ผอ.กกต.ทำงานเรื่องของการเลือกตั้งมาอย่างเข้มข้นต่อเนื่องอยู่แล้ว และ ตระหนักถึงสถานการณ์ของจังหวัดตัวเอง อาจมีบางจังหวัดที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษอย่างจังหวัดปราจีนบุรี ทีมสอบ สวนของกกต. ก็จะลงพื้นที่ 2 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า การแข่งขันจะอยู่ในกรอบกติกา ส่วนจังหวัดอื่นก็มีการพูดคุยกับผู้บังคับการตำรวจภูธรเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งตำรวจเอง ก็ทราบว่าสถานการณ์การแข่งขันแต่ละพื้นที่ว่ามีความเข้มข้นขนาดไหน ถ้าพื้นที่ไหนมีความเข้มข้นมาก ก็จะมีทีมงานของกกต.ร่วมกับตำรวจ ก็จะเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...