เปิดชนวนดรามาร้านราเมงดัง ลูกค้า อ้าง พนง.นำชามที่ซดแล้วให้โต๊ะอื่น
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงสนั่นสั่นสะเทือนไปทั้งโลกโซเชียลแซงทุกแรงโค้งและถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก สำหรับกรณีดรามาร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ที่ลูกค้าได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การใช้บริการที่ไม่น่าประทับใจเกี่ยวกับเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย จนกลายเป็นข้อถกเถียงใหญ่โตระหว่างฝั่งลูกค้าและทางแบรนด์ ซึ่งต่างฝ่ายต่างงัดหลักฐานออกมาโต้แย้งกันอย่างดุเดือด
โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มจาก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pannawit Changtholalek ได้โพสต์คลิปวิดีโอและเรื่องราวการไปใช้บริการที่ร้าน ฮาจิบัง ราเมง สาขาสยามเซ็นเตอร์ อ้างว่าเกิดเหตุการณ์ไม่น่าเชื่อถือด้านสุขอนามัย เมื่อตนสั่งอาหารผิดเมนูและได้ชิมน้ำซุปไปแล้ว แต่ผู้จัดการร้านกลับนำชามดังกล่าวไปเสิร์ฟต่อให้ลูกค้าโต๊ะอื่น จนเจ้าตัวต้องรีบวิ่งไปเตือนด้วยความตกใจ พร้อมเผยว่าทางร้านไม่ขอโทษ ไม่เปลี่ยนชามใหม่ แถมยังคิดเงินเต็มจำนวน สร้างความไม่พอใจอย่างมากจนกลายเป็นดราม่าข้ามสัปดาห์ โดยมีข้อความว่า "สวัสดีครับ เมื่อวาน 09/05/2569 ไปใช้บริการร้านฮาจิบังราเมง ที่สาขาสยามเซ็นเตอร์มา เจอเรื่องอุ฿ แบบรับไม่ได้เหี้ยๆ มาแชร์ให้ฟัง กุเอาเรื่องแน่สัส
เรื่องมีอยู่ว่า เราสั่งราเมงที่เป็นไก่เทอริยากิไป ตอนมาเสิร์ฟ มันไม่ใช่เมนูที่เราสั่ง ซึ่งก็ทวนถามพนักงานคนที่มาเสิร์ฟแล้วนะว่า ใช่เหรอ นาง(ผญ) บอกใช่ค่ะลูกค้า จุดนั้นกูรู้แหละ ว่าไม่ใช่เมนูที่สั่ง แต่กุหิว จุดนั้นผิดเมนูกินก็กินวะ ก็ซดน้ำซุปไป1ที ละวางช้อน กะว่าถ่ายรูปก่อนกิน
แต่มือไปโดนปุ่มวีดีโอพอดี เลยเป็นที่มาในคลิปคือ ผู้จัดการร้าน (มาทราบทีหลัง) เดินมาขอชามเมนูที่เสิร์ฟผิดจากโต๊ะเรา และเสิร์ฟเมนูที่ถูกต้องไปโต๊ะคนอื่น ซึ่งชามนั้นเราทานไปแล้ว แลเวนางเอาเสิร์ฟอีกโต๊ะนึงเยื้องๆกันกับเราไม่ไกลมาก เราถึงขั้นวิ่งไปบอกโต๊ะนั้นต่อหน้าทุกคน ว่าห้ามกิน ผมน่ะ กินไปแล้ว
ที่พีคกว่านั้นคือ อีผู้จัดการที่กำลังเสิร์ฟ มันเถียงว่า แต่ตะเกียบยังไม่ใช้เลยนะครับ! กูเลยวีนกลับไป ก็ผมกินแล้ว ผมชิมน้ำซุปไปแล้ว แล้วผมวางกลับไปที่เดิมเองเพราะจะถ่ายรูป แค่นั้นแหละ แล้วก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วอีพนักงานไม่มีใคามาขอโทษเลย จนฉันเอ๊ะว่า แล้วชามฉันล่ะๆๆๆ แม่งไม่ได้ดึงมาจากโต๊ะคนอื่นเหรอ? จึงให้พนักงานที่ยืนใกล้ๆ ไปเรียก ผจก มา แล้วถึงรู้ว่าอีตัวต้นเรื่องคือ ผจก!!! แล้วมันไม่เปลี่ยนชามใหม่ให้กุด้วย แถมคิดเงินกุปกติ เฮงซวย!!!! อีควาย!!! พอกันที!!!! ปล.หากใครอยู่ในเหตุการณ์ วานออกมายืนยันด้วยว่าจริงไหม"
และเจ้าตัวยังได้เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นได้โพสต์ตนเองอีกว่า"ทางแบรนด์ก็แจ้งว่า เขาได้ดูกล้องมาแล้ว เห็นเราวิ่งไปเตือนพนักงานท่านนั้นจริงๆ ตามที่เราได้เล่าในโพสต์ ทางแบรนด์รู้สึกเสียใจมากๆ ที่เกิดเรื่องนี้(แหงดิ) รวมทั้งจริงๆแบรนด์มีมาตราฐานนะ ว่าถ้าเสิร์ฟผิดให้เก็บเข้าครัว (ฉันขอย้ำว่าเข้าใช้คำว่าเก็บเข้าครัว ไม่ได้บอกว่าทิ้ง เพราะเขาพูดเรื่องโพลีซีนี้มากกว่า3ครั้ง ทุกครั้งใช้คำว่าเก็บเข้าครัว) ด้วยเหตุผลว่า เส้นจะอืด น้ำศุปไม่ร้อน ไม่อร่อยแล้ว (ฟีลคล้ายๆมาตราฐานการการทำกาแฟอะ ต้องผสมภายใน15วิอะไรแบบนั้น) แล้วพนักงานท่านนั้น‘จัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้ไม่ดีเท่าที่ควร’ (ในใจกูแบบห้ะะะะ) เขาปัญหาเข้าที่ประชุม และสรุปออกมา”รอบแรก“ว่าจะลงโทษดังนี้
1.ตัดเงินโบนัส และตัดการปรับเงินประจำปี
2.พักงาน(?เดือน?)
จบ ”ไม่ไล่ออก“ ซึ่งทางฉันก็ไม่ยอม ฉันได้ยื่นขอเสนอไปว่า ขอให้พิจารณาใหม่ได้ไหม เพราะตัวฉันเองอะ ไใ่มีทางกลับไปเหยียบร้านอีกแน่ๆ ถ้าพนักงานคนนั้นยังอยู่ ทางแบรนด์ก็รับปากว่าจะคุยให้ วันนี้ 12/05 ทางแบรนด์ติดต่อกลับมาช่วง 5โมงเย็น พร้อมอัพเดตว่า ทุกข้อเสนอที่ฉันขอให้พิจารณาการลงโทษนั้น ทางนู้นเห็นว่าสมควรแล้ว แต่ๆๆๆ อีน้องPt ที่มาเสิร์ฟผิดน่ะ ก็โดนลงโทษด้วย (กูแบบอ้าว น้องมันแค่เสิร์ฟผิดเอง ใครๆก็พลาดได้ มูลค่าความผิดมันแค่ไม่ถึงร้อยเลยมึง มึงทำชามให้กุก็จบแล้ว แต่พลาดแล้วอีผู้จัดการมึงเอาไปเสิร์ฟอีกโต๊ะนี่ ได้ยังไง อีควาย มึงบ้าป่าว)
ซึ่งผมก็ยืนกรานไปแล้วว่า ไม่พอใจ และจะไม่กลับไปกินอีก แล้วขอเขาแล้วว่าอยากให้ทางแบรนด์ชีแจ้งเป็นสเตรทเม้นใต้โพสต์ฉันได้ไหม ในFB ของฉันก็ได้ คือกุช่วยแล้วว่า ถ้ามึงไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ฟีลแบบเออ คนอื่นมันก็ยังไม่ค่อยรู้หรอก ถูกป่ะ มันไม่ได้แมสขนาดนั้น แต่อย่างน้อยขอโทษกุแบบ Official ให้ชาวเน็ตรู้หน่อยก็ยังดี
สรุป เขาไม่ทำ ก็แล้วแต่มึง แล้วอีกอย่าง อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะ ครึ่งชีวิตฉัน ฉันทำงานทั้งโรงแรม ร้านอาหารฉัน การสัมผัสอาหารเป็นเรื่องคอขาดบาดตายยิ่งกว่าพนักงานขโมยเงินเก๊ะอีก เพราะการที่ลูกป่วยต่อให้เล็กหรือใหญ่ มันคือสุขภาพที่เสียแล้วเสียเลย มันเอากลับคืนมาไม่ได้ 100% (ต่อให้จะแค่ท้องเสียก็ตามแต่) การที่แบรนด์ทำแค่นี้ แปลว่าแบรนด์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกค้าขนาดนั้น ไม่นับว่ามึงเทรนกันมายังไง พนักงานถึงแก้ไขสถานการณ์แบบนั้น ถึงไม่เห็นว่า Safety Food ต้องมาที่1 การบริการคือ 1.2 การที่แบรนด์มาแก้ตัวกับฉันส่วนตัว ฉันมองว่า แบรนด์ไม่ได้ให้ความสำคัญเลยกับใครหน้าไหนทั้งสิ้น ฟีลถ้าเกิดปัญหาก็แค่คืนเงิน ตอนแรกแบรนด์ให้ว้อยเชอร์ 1,000บาท พร้อมกับคืนเงินค่าอาหาร ฉันรับแค่เงินค่าอาหาร อีว็อยเชอร์ใครจะกล้ากลับไปแดกซ้ำ อุบาทว์ สุดท้าย อีพนักงานเจอเฟสฉัน ทักมาขอโอกาส มาขอโทษ นี่ไม่ตอบอะไรมัน กุอยากจะบอกว่า ตอนอยู่ในร้าน มึงมีโอกาสถึง4ครั้งที่จะแก้ไข
1.ตอนกุทักว่าใช่เมนูที่กูสั่งเหรอ
2.ตอนมึงมาดึงเมนูที่ผิดไป แล้วกุวิ่งไปบอกว่า กุกินำปแล้วมึงห้ามเสิร์ฟ
3.ตอนกุเรียกมึงมาคุย
4.ตอนกุจ่ายตัง มึงก็ยังปล่อยให้กูจ่ายราคาเต็ม 100% ชาติเปรต แล้วจะมาขอโอกาสกุตอนเพิ่งคิดได้เหรอว่ากำลังจะโดนพักงาน"
หลังจากที่โพสต์ของ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pannawit Changtholalek เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลต่อกรณีดีกล่าวกับร้านราเมชื่อดัง ทำเอาโลกโซเชียลภถึงกับสะเทือน ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ฮาจิบัง ออกหนังสือมาละ"
"กุเลิกแดกกกกกกก"
"เธอนาง take action ช้ามาก คิดว่าเหตุเกิดวันนี้"
"มันไม่น่าจะต้องคิดเงินจานที่มีปัญหานะ"
"อุ฿มากจริง มันลงโต๊ะคนอื่นไปแล้วมีการพูดคุยมีละอองน้ำลายลงไปบ้างแล้ว บางที่เขายังไม่ดึงไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นเลย เนื่องด้วยความร้อนของอาหาร และไฮยีนคอนเซิร์น นี่ขนาดบอกชิมแล้วยังเถียงอีก ร้านให้คนนั้นขึ้นมาเป็น ผจก ได้ไง เรื่องแค่นี้ยังจัดการให้ดีให้ถูกต้องไม่ได้ คิดว่าคนอื่นเขาอยากจะมั่วกินฟรีมากมั้ง ต่อให้มันผิดมันต้องเสีย ทิ้งมันก็ต้องทำเพราะความผิดพลาดมันไม่ได้อยู่ที่ลูกค้า เอาเรื่องเลยค่ะ รวบรวมลูกค้าวันนั้นเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานฟ้อง สคบ. จะดีมาก เป็นกำลังใจให้ค่ะ"
"แบรนด์ออกมาแถลงละคับ สู้ต่อมั้ย **แก้ไขข้อความคับ**"
ก่อนที่วานนี้ 22 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก Hachiban Ramen Thailand ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงระบุว่า "เรียน ลูกค้าทุกท่าน
ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการให้บริการ ณ สาขา สยามเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมานั้น ทางบริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมา ในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดจากทุกฝ่าย
บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการประสานงานที่คลาดเคลื่อนในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเมื่อพนักงานได้รับทราบข้อผิดพลาดดังกล่าว จึงได้รีบขออภัยลูกค้า และดำเนินการเสิร์ฟอาหารชามใหม่ที่ถูกต้องในทันที ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอขืนยันว่า อาหารชามที่มีการเสิร์ฟผิดข้างต้น ได้ถูกเรียกเก็บคืน โดยมิได้นำไปให้ลูกค้าท่านอื่นบริโภคต่อแต่อย่างใด
บริษัทฯ ขอขืนยันอย่างหนักแน่นว่า เราให้ความสำคัญสูงสุดกับ "มาตรฐานความสะอาด และสุขอนามัย" โดยเป็นนโยบายที่ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอดดังนี้ : "กรณีมีการเสิร์ฟอาหารผิด พนักงานจะต้องปรุงอาหารชามใหม่ที่ถูกต้องให้แก่ลูกค้า และห้ามนำอาหารที่ผ่านการเสิร์ฟแล้ว ไปเสิร์ฟต่อแก่ลูกค้าท่านอื่นโดยเด็ดขาด"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ บริษัทฯ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และได้ดำเนินการตักเตือน รวมถึงกวดขันมาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างเข้มงวดในทันที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต
ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ขอเน้อมรับทุกข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ พร้อมจะนำไปปรับปรุงการให้บริการ เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพ สร้างความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าทุกท่านต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ไทยฮะจิบัง จำกัด"
ทันทีที่แถลงการณ์ถูกเผยแพร่ ฝั่งลูกค้าเจ้าของเรื่องได้เข้าไปคอมเมนต์โต้กลับอย่างหนัก โดยนำภาพหลักฐานแชทที่อ้างว่าเป็นบทสนทนากับผู้จัดการร้าน ซึ่งมีการยอมรับผิดและโอนเงินคืน 270 บาท รวมถึงประวัติการโทรจากบริษัทมาแสดง พร้อมระบุว่า "สวัสดีครับ สำหรับท่านใดที่เข้าใจ คิดว่าผมโกหก… 1. ถ้ากูโกหก มันจะโทรมาหากูถึง 3 ครั้ง ใน 2 วันทำไม 2. ถ้ากูโกหก มันจะคืนเงินกูเพื่อ? 3. พนักงานตัวต้นเรื่อง ทักแชทมาหากูก่อนแบรนด์ติดต่อกูอีก ซึ่งก็ตามในแชท เนื้อหาทั้งหมดที่นางกล่าวมา ก็เป็นหลักฐานมัดตัวทั้งหมด… โหนกระแสได้นะยู นี่ไม่ติด"
ไม่เพียงแค่นั้นเจ้าตัวยังได้เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของตัวเองก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่องกับแถลงการณ์ดังกล่าว
"เออ อีเหี้ย บิดแถลงอีก มึงกูเลือดนักสู้ มีใครบอกทีได้บ้างว่า ฉันจะเอาแม่งให้ อย ลงร้าน สคบ ตรวจสอบบ้าง เอายังไงดี!!! แม่ง โมโหนะ มาหาว่ากุตอแหลเนี่ย เสียชื่อเสียงหมด อีสัส"
"ล่าสุด ฉันไปคอมเม้นในเพจ ก็Hide comment กูทุกอัน ใจหมาชิบหาย"
"พวกเธอฮันจะบอกว่า ที่โกรธเป็นไฟแค้นได้ขนาดนี้อะ มันเป็นเพราะฉันไม่ได้ชามใหม่ ทั้งๆที่ฉันก็เรียกมาถามแล้วว่าแล้วชามฉันละ มาจากโต๊ะไหนรึป่าว? ฉันจะมั่นใจได้ยังไง? คือฉันก็ถามดีๆไปนะ ไม่ได้พูดแบบคนโกรธ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ทำชามใหม่ให้ฉัน และฉันก็ต้องจำยอมทานไปอะ เพราะฉันหิวจนบิดแล้ว ฉันทำงานมาทั้งวัน กว่าจะได้เบรคกินข้าวคือสองทุ่มแล้ว แล้วนี่ยังมาแถลงบิด ให้คนเขาดูว่าฉันโกหกอีกเหรอ มึงหุบปากเงียบๆไปเลยสะยังจะดีกว่า"
"มาอัตเดตตตต แจ้ง สคบ แล้วน้าาา เรื่องนี้ต้องมีคนเปิดกล้องงง"
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Hachiban Ramen Thailand, เฟซบุ๊ก Pannawit Changtholalek