รัฐบาลเบี้ยว! พร้อมกลับมาใหม่ กลุ่มค้านแลนด์บริดจ์-SEC ยัน จับตาเดินหน้าตามข้อตกลงร่วม
ม็อบค้านแลนด์บริดจ์-SEC ยุติการชุมนุม หลัง “รองนายกฯ พิพัฒน์” เซ็นลงนามข้อตกลงร่วม หยุดผลักดันร่าง พ.ร.บ.SEC ตั้งคณะกรรมการศึกษาภาพรวมความเหมาะสมการพัฒนาภาคใต้ ชะลอ “แลนด์บริดจ์” จนกว่าคณะกรรมการ 2 ชุดจะดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จ
วันนี้ (1 ก.ค. 69) ภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงคมนาคม กับ กลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ตามที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือกัน เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 69 ณ สำนักงาน ก.พ. จนนำมาสู่ข้อตกลงร่วมกันดังนี้
ยุติการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. โดยกระทรวงคมนาคม (สนข.) จะไม่นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
ให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม (สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) เป็นประธาน ผู้แทนหน่วยงานราชการ ได้แก่ สำนักงาน นโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นผู้แทนหลัก ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชน ได้แก่ กลุ่มศึกษา การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) เพื่อทำการศึกษาภาพรวมของความเหมาะสมการพัฒนา ภาคใต้
ชะลอการดำเนินการ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียง เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร- ระนอง) โดยให้รอผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) โดยมี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) เป็นประธาน และ คณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ตามข้อ 2 ให้แล้วเสร็จ
ภายหลังได้ข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร เครือข่ายฯ จึงประกาศยุติการชุมนุม และเดินทางกลับภูมิลำเนาทันที
จับสัญญารัฐบาล เครือข่ายฯ ลั่น เบี้ยว!! ม็อบพร้อมมาใหม่
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล เครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน และในฐานะประธานกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) เปิดเผยกับ The Active ถึงประเด็นที่ต้องจับตามากที่สุด คือ ร่าง พ.ร.บ.SEC ถ้าไปตรวจสอบขั้นตอนตามกฎหมายแล้วไม่ถูกเสนอโดยกระทรวงคมนาคมก็จบ และยังมีกลไกคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ ซึ่งหากเดินหน้าเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่กลไกการกำกับตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เช่น มีการแอบจัดเวทีรับฟังหรือไม่ ทั้งที่มีการตกลงกันแล้วว่า จะไม่ทำต่อ เชื่อว่าเราจะมีกลไกมามอนิเตอร์หรือติดตาม หากเบี้ยวเราก็พร้อมมาใหม่
“ส่วนที่สังคมส่วนหนึ่งมีความกังวลว่า รัฐบาลจะมีการเบี้ยวหรือไม่ ตรงนี้มองว่าก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งหมดก็คือต้องจัดกลไกในการติดตามต่อ หากเบี้ยวก็กลับมาใหม่ได้ ก็ไม่ได้กังวลว่ารัฐบาลจะเบี้ยวหรือว่าจะไม่เบี้ยว แต่ยังไงก็ตามหากเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ต้องขึ้นมาทวงถาม”
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล