‘Phantom Egg Shop’ เปลี่ยน “ไข่ไก่” ให้เป็นแรร์ไอเทมที่คนยอมจ่ายแบบไม่สนราคา
เมื่อคนญี่ปุ่นมีความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง พวกเขาก็จะมีไอเดียที่จะไปให้สุดกับเรื่องเหล่านั้น ตัวอย่างร้าน ‘Phantom Egg Shop’ ร้านที่มีความเชี่ยวชาญด้านไข่ และรวบรวมไข่สายพันธุ์หายาก ไม่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปมาไว้ในร้าน
ย้อนกลับไป ถ้าหากเป็นช่วงเวลาปกติ ไข่สายพันธุ์หายากจะถูกผลิตส่งให้กับ โรงแรม ร้านอาหาร เท่านั้น แต่ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ร้านเหล่านี้ถูกให้หยุดดำเนินกิจการ ทำให้ Mr. TKG ผู้ก่อตั้ง ‘Phantom Egg Shop’ เกิดไอเดียที่จะรวบรวมไข่ไก่พรีเมียมจากทั่วประเทศมาให้ผู้บริโภคได้เข้าถึง และยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้ระบายสินค้า
ด้วยความพิเศษที่เป็นไข่หายาก ดังนั้นจึงมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น ไข่ Kimi no Yoin เป็นไข่ที่นำถวายราชสำนักญี่ปุ่น, ไข่ Tamango จากคุมาโมโตะ ที่ผสมผสานเลี้ยงด้วยมะม่วง และมะพร้าว, ไข่ Yuzutama จากโคจิที่มีกลิ่นหอมของส้มยูซุ โดยปัจจุบันมีผู้ผลิตไข่ลงทะเบียนกับร้านมากกว่า 130 ชนิด ซึ่งราคาสูงสุดอยู่ที่ฟองละ 200 บาท
อย่างไรก็ตาม ทางร้านได้คิดไอเดียต่อยอดไข่ไก่พรีเมียมทุกฟอง โดยการสร้างเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ, ที่มาที่ไป, วิธีการเลี้ยง, คำแนะนำว่าควรรับประทานกับเมนูอะไร ซึ่งร้านมีความตั้งใจที่จะนำเสนอข้อมูลถึงความพิเศษของไข่ก่อนเรื่องของราคา เปลี่ยนภาพจำเรื่องของราคา แต่แทนที่ด้วยเรื่องความเป็นมาแทน
เรื่องนี้คือภาพสะท้อนอันยอดเยี่ยมของกลยุทธ์ Value-driven Marketing ที่เปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์พื้นฐานอย่าง “ไข่ไก่” ให้กลายเป็น “งานศิลปะกินได้” ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเล่าเรื่อง ร้านไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการขายของราคาถูก แต่เริ่มด้วยการแก้ปัญหาของเกษตรกรในช่วงวิกฤต โยกย้าย supply chain จาก B2B สู่ B2C แล้วยกระดับด้วยการทำสินค้าให้กลายเป็น “Rare Item” ที่หาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด ทลายข้อจำกัดเรื่องสงครามราคาด้วยการนำเสนอเรื่องราว เบื้องหลัง วิธีการเลี้ยง และคำแนะนำการจับคู่เมนูอาหาร
เหล่านี้เป็นการกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกและความคุ้นชินในวัฒนธรรมการกินไข่ดิบของคนญี่ปุ่น (TKG) ให้กลายเป็นการลงทุนกับประสบการณ์ชั้นเลิศ ส่งผลให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินซื้อด้วยความเต็มใจเพราะรู้สึกว่ากำลังซื้อ “คุณค่าและความประณีต” ไม่ใช่แค่ซื้อวัตถุดิบทำอาหารทั่วไป
ที่มา: soranews24
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ