โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ทองคำนิวยอร์ก” ร่วง เซ่นสงคราม “ตะวันออกกลาง” ดันน้ำมัน-กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงในวันศุกร์ (10 ก.ค.) ส่งผลให้ภาพรวมการซื้อขายในสัปดาห์นี้ปิดตัวในแดนลบ โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้เข้าไปกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ และสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวลดลง 27.10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลงร้อยละ 0.65 ปิดที่ระดับ 4,113.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

นักวิเคราะห์จาก TD Securities เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดในขณะนี้คือ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการถือครองทองคำและโลหะเงินในระยะนี้ และเป็นแรงกดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ทางด้านทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกมาระบุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงที่ผ่านมานี้ อาจส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนประมาณการที่เคยคาดการณ์ไว้ว่า ตลาดน้ำมันโลกจะมีอุปทานส่วนเกินจำนวนมากในปีหน้า โดยราคาน้ำมันได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานหลังเกิดการโจมตีรอบใหม่

ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นได้เข้าไปกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางหลายแห่งเตรียมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าในเชิงทฤษฎีแล้ว ทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์สำหรับป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักจะส่งผลลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ทำให้สินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยมีความน่าสนใจมากกว่าในมุมมองของนักลงทุน

นักวิเคราะห์ประเมินเพิ่มเติมว่า ทุกสัญญาณในขณะนี้บ่งชี้ว่าตลาดกำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ราคาน้ำมันได้ฟื้นตัวขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะกดดันให้ธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะเฟด ยังคงต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังต่อไป

นอกจากนี้ ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนได้ให้น้ำหนักสูงถึงร้อยละ 69 ที่เฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานการประชุมของเฟดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคณะกรรมการเฟดมีมุมมองที่เข้มงวดต่อการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง

สำหรับทิศทางในระยะถัดไป ขณะนี้นักลงทุนต่างเฝ้าจับตาการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงการแถลงต่อสภาคองเกรสของ นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อค้นหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...