โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นานา - เวย์ ขึ้นศาลสู้คดีฉ้อโกง 195 ล้าน เจนสุดา ลั่น ความเป็นเพื่อนจบลงแล้ว

แนวหน้า

เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 17.00 น.

นานา ไรบีนา-เวย์ ไทเทเนียม ขึ้นศาลสู้คดีฉ้อโกงทุกข้อหา ผู้เสียหาย 6 รายเข้าเป็นโจทก์ร่วมเตรียมพยาน 39 ปากเบิกความมัดสืบ เริ่มสืบนัดแรก 8 มิถุนายน ปีหน้า ด้านอดีตเพื่อนรัก เจนสุดา เผย จบความเป็นเพื่อนนานแล้วจากนี้รอให้กฎแห่งกรรมทำงาน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห่องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยคดีดำ อ.508/2569 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้องนางไรบีนา หรือนานา อินทชัย อดีตนักแสดงชื่อดัง นายปริญญา อินทชัย หรือเวย์ ไทเทเนียม แร็ปเปอร์ชื่อดัง สองสามีภรรยากับพวกรวม 4 คนร่วมกันเป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) และอื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 195 ล้านบาท

นานา ไรบีนา เวย์ ไทเทเนียม

โดยวันนี้มี น.ส.เจนสุดา ปานโต สิริสันต์ หรือเจนอดีตนักแสดง และอดีตเพื่อนสนิทของนานา พร้อมกับผู้เสียหายรายอื่น ๆ เดินทางมาฟังการพิจารณาด้วย โดยมีผู้เสียหาย 6 รายยื่นคำร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดี ซึ่งฝ่ายโจทก์แถลง ขอนำพยานบุคคล 39 ปาก เป็นกลุ่มผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าสืบรวมทั้งพยานเอกสาร 71 ฉบับ ด้านฝ่ายจำเลย แถลงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ไม่ได้ทำกระทำผิดตามฟ้อง แต่เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง

ศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาต ให้ผู้เสียหายทั้ง 6 ราย เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีเฉพาะข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินฉ้อโกง และข้อหาปลอมเอกสาร เท่านั้น ศาลนัดสืบพยานโจทก์ทั้งหมด 39 ปาก จำนวน 9 นัด ขณะที่ฝ่ายจำเลยแลงขอสืบพยาน 8 ปาก รวม 2 นัด และนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์นัดแรกในวันที่ 8 มิถุนายน 2570 และสืบพยานต่อเนื่องให้แล้วเสร็จก่อนจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

เจนสุดา ปานโต สิริสันต์

นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของผู้เสียหายให้สัมภาษณ์ว่า การนัดพร้อมในวันนี้มีผู้เสียหายจำนวน 6 รายได้ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ศาลอนุญาตให้เข้าร่วมเฉพาะข้อหาฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดส่วนบุคคลที่ยอมความได้ บางรายก็เป็นโจทก์ร่วมในคดีเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร

อย่างไรก็ตาม ศาลไม่อนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมในคดีความผิดเรื่องการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แต่ทั้งนี้ตนยังไม่ขอกล่าวถึงรายชื่อผู้เสียหายที่เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมเพราะกระบวนการอยู่ในชั้นศาล

คดีฉ้อโกง

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ฝ่ายจำเลยได้ติดต่อมาทางผู้เสียหายเพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด แต่ถ้าฝ่ายจำเลยติดต่อเข้ามาจริง ฝ่ายผู้เสียหายก็ยินดีที่จะพูดคุย แต่ในทางกฎหมายแล้ว หากเป็นคดีอาญาเรื่องของฉ้อโกงซึ่งเป็นอาญาส่วนบุคคล ผู้เสียหายสามารถถอนคำร้องทุกข์ได้หากพึงพอใจ แต่หากเป็นคดีฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นอาญาแผ่นดิน การชดใช้ความเสียหายก็จะเป็นเพียงแค่เหตุบรรเทาโทษทางกฎหมายเท่านั้น

เมื่อถามว่าคดีนี้ต้องการให้ผู้เสียหายชดใช้ค่าเสียหายหรือต้องการให้เป็นกระบวนการอื่น นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ผู้เสียหายทุกคนอยากได้เงินคืน แต่กระบวนการต่อไป ดูว่าเขาจะใช้เงินคืนไหม หรือจะต้องติดคุกไหมตนขอให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล

คดีฉ้อโกง

เมื่อถามว่าจำนวนผู้เสียหายมีทั้งหมดกี่ราย เพราะมีบางกระแสข่าวระบุว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 17 ราย นายสวัสดิ์กล่าวว่า อาจจะมีผู้เสียหายบางรายที่ถอนคำร้องแจ้งความร้องทุกข์ไป แต่ยืนยันว่าอีก 6 รายที่เหลือจะมาเป็นพยานให้กับฝ่ายโจทก์ ส่วนยอดมูลค่าความเสียหายยังคงอยู่ที่หลักกว่าร้อยล้านบาท

ด้านน.ส.เจนสุดา กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเพิ่งขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิต แต่ก็โอเคที่ได้อยู่กับเพื่อน ๆ และทีมทนายมืออาชีพ และที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดต่อกับทางนางไรบีนาเลย ตนเชื่อในกฎแห่งกรรม นั่งอยู่บนเก้าอี้และมองดูกรรมทำงาน ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตนสังเกตแววตานางไรบีนาก็รู้ว่าเจ้าตัวเครียดเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีการทักทายอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ความเป็นเพื่อนสิ้นสุดลงไปแล้ว คงไม่ต้องทักทายกันอีกต่อไป และตนไม่ได้เป็นคนที่พาเจ้าตัวมาอยู่จุดนี้ ตัวนางไรบีนาเป็นผู้ที่พาตัวเองให้มาอยู่ตรงนี้เอง ต่อไปก็ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการของศาล

คดีฉ้อโกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการพิจารณา นางไรบีนา และนายปริญญา ไม่ได้เดินทางกลับทันที แต่รอให้สื่อมวลชนทยอยกลับก่อนจึงค่อยเดินลงจากอาคารศาลอาญาช่วงบ่ายเพื่อเดินทางกลับแต่ก็ไม่รอดสายตาสื่อบางส่วนที่ยังปักหลักอยู่ที่ศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...