โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเทศกาล 七夕 ถึงอ่านว่า “ทานาบาตะ” ? ย้อนที่มาจากพิธีโบราณของญี่ปุ่นสู่ตำนานสาวทอผ้าจากจีน

conomi

อัพเดต 03 ก.ค. เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • conomi.co

พูดถึงเทศกาลชื่อดังของญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมก็ต้องเป็น เทศกาลทานาบาตะ (七夕) เทศกาลแห่งการขอพรจากดวงดาว ว่าแต่เพื่อน ๆ เคยสังเกตกันไหมคะว่าทำไมคันจิ 七夕 ถึงอ่านว่า “ทานาบาตะ” ทั้งที่ไม่ใช่เสียงอ่านปกติของคันจิคำนี้ ? เราไปหาคำตอบของเรื่องนี้ผ่านประวัติศาสตร์ของเทศกาลนี้กันค่ะ

ประเทศจีน เทศกาลชีซี (七夕节)

เรามาเริ่มจากฝั่งที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานทานาบาตะอย่างประเทศจีนกันก่อนนะคะ ในประเทศจีนมี เทศกาลชีซี หรือชีซีเจี๋ย (七夕节 : qīxī jié) หากดูความหมายของอักษรจีน ตัว 七 คือเจ็ด และตัว 夕 คือยามเย็น/ค่ำ จึงมีความหมายตามตัวอักษรว่า “ค่ำคืนวันที่เจ็ด”

เทศกาลชีซีเป็นเทศกาลที่มีต้นกำเนิดจากตำนานความรักของนางฟ้าจือหนู่ว์หรือสาวทอผ้า (织女 : zhīnǚ) กับหนิวหลางหรือชายเลี้ยงวัว (牛郎 : niúláng) ที่ถูกกีดกันและได้รับอนุญาตให้พบกันได้ปีละครั้งในวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ

แต่เดิมเป็นเทศกาลที่หญิงสาวจะทำพิธีขอพรให้มีฝีมือด้านการทอผ้าและเย็บปักถักร้อย ต่อมาจึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็นเทศกาลแห่งความรัก เหล่าหนุ่มสาวจะแสดงความรักต่อกัน พากันไปทานอาหาร ซื้อของขวัญให้กัน ปัจจุบันจึงมักถูกเปรียบว่าเป็น “วันวาเลนไทน์ของจีน” และยังคงมีการจัดเทศกาลชีซีในวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติเช่นเดิม (หากเทียบกับปฏิทินสุริยคติจะตรงกับในเดือนสิงหาคม)

ประเทศญี่ปุ่น พิธีทานาบาตะ (棚機)

ตัดภาพมาที่ฝั่งประเทศญี่ปุ่น ในอดีตชาวญี่ปุ่นมี พิธีทานาบาตะ (棚機 : tanabata) ซึ่งเป็นพิธีกรรมของญี่ปุ่นโบราณก่อนที่จะรับวัฒนธรรมจากจีน คำว่าทานาบาตะ (棚機 : tanabata) เดิมหมายถึง กี่ทอผ้าหรือแท่นทอผ้าที่ใช้ในพิธี

พิธีทานาบาตะเป็นพิธีที่มักจัดขึ้นในช่วงก่อนฤดูเก็บเกี่ยวเพื่ออธิษฐานให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์และชำระล้างสิ่งไม่ดี โดยมีหญิงสาวที่เรียกว่าทานาบาตะทสึเมะ (棚機津女 : tanabata tsume) เป็นหญิงพรหมจารีผู้ได้รับเลือกให้ประกอบพิธี เธอจะต้องแยกตัวจากผู้คนไปอยู่ในกระท่อมริมน้ำ ทอผ้าพร้อมกับอธิษฐานขอพร ก่อนนำผ้าที่ทอเสร็จไปถวายเทพเจ้า เชื่อกันว่าการทอผ้าเป็นการขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ไม่มีโรคระบาด ปกป้องจากภัยพิบัติ และชำระล้างมลทิน

การผสมผสานสองวัฒนธรรม เทศกาลชีซีและพิธีทานาบาตะ

เมื่อญี่ปุ่นรับเอาทั้งตำนานและวัฒนธรรมเทศกาลชีซีจากจีนเข้ามาในช่วงสมัยนารา ความเชื่อดังกล่าวมีส่วนคล้ายกับพิธีทานาบาตะของญี่ปุ่นที่มีอยู่เดิม ฝั่งจีนมีนางฟ้าสาวทอผ้า ฝั่งญี่ปุ่นก็มีหญิงทอผ้าถวายเทพเจ้า ทั้งสองต่างก็มี “หญิงทอผ้า” เป็นตัวละครสำคัญ ทำให้เรื่องราวของทั้งสองฝั่งค่อย ๆ ซ้อนทับและผสมผสานกัน ความเชื่อเกี่ยวกับการทอผ้าเพื่อขอพรจึงถูกรวมเข้ากับตำนานของจีน จนเกิดเป็นเทศกาลทานาบาตะในรูปแบบของญี่ปุ่น และจัดงานเทศกาลในวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติเหมือนอย่างประเทศจีน

คนญี่ปุ่นได้นำชื่อพิธีทานาบาตะของตนเองมาใช้เรียกเทศกาลชีซีที่ได้รับมาจากจีน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคันจิ 七夕 ถึงอ่านว่า “ทานาบาตะ” นั่นเอง

การอ่านแบบนี้เรียกว่า จุคุจิคุง (熟字訓 : jyukujikun) คือการอ่านคันจิด้วยคำภาษาญี่ปุ่นเดิม ไม่ได้อ่านตามเสียงของตัวคันจิ เพราะโดยปกติแล้ว ตัว 七 จะอ่านว่า nana, shichi และตัว 夕 จะอ่านว่า yuu, seki แต่เมื่อรวมกันเป็น 七夕 จะอ่านว่า ทานาบาตะ ซึ่งเป็นชื่อเทศกาลที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ในเวลาต่อมา หลังจากญี่ปุ่นเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินสุริยคติ เทศกาลทานาบาตะในหลายพื้นที่จึงเปลี่ยนมาจัดในวันที่ 7 กรกฎาคม (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ “วันทานาบาตะแบบดั้งเดิม” คืออะไร แถมยังไม่ใช่วันที่ 7 เดือน 7 !?) และธรรมเนียมการเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษทังซาคุได้รับความนิยม เทศกาลทานาบาตะจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากพิธีทอผ้าของหญิงสาว มาเป็นเทศกาลที่ผู้คนทั่วไปเขียนคำอธิษฐานแขวนบนกิ่งไผ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

สรุปเนื้อหาจาก news.yahoo

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...