“กบ ไมโคร” รับ! เคยเป็นแม่ข่าย “ดิไอคอน” แต่เสียเงินกว่า 2 ล้านบาท
ยังคงเดือดปุดๆ สำหรับมหากาฬคดีหมื่นล้าน “ดิไอคอนกรุ๊ป” (The iCon Group) บริษัทเครือข่ายชื่อดังที่มีดาราระดับตัวท็อปเป็นบอส หลังจากมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนว่าถูกขายฝันให้มาร่วมลงทุน แต่สุดท้ายก็ผิดหวังสิ้นเนื้อประดาตัว สร้างความเสียหายให้ประชาชนเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ นักร้องคนดัง “กบ ไมโคร” หรือนายไกรภพ จันทร์ดี
ล่าสุดวันนี้ (15 ต.ค.67) กบ ไมโคร ได้เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจหลังเสียหายกว่า 2 ล้าน พร้อมเปิดเผยว่า…
วันนี้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะมีประเด็นที่เป็นไวรัลอยู่ในกระแสอินเทอร์เน็ต ว่าตนเป็นผู้ร่วมขบวนการหรือเป็นผู้เสียหายกันแน่ เนื่องจากมีคลิปตอนขึ้นเวที ซึ่งคลิปดังกล่าวตนเข้าร่วมประมาณ 4-5 เดือนก่อน เป็นการขึ้นไปในหัวข้อ Rising Star ยืนยันว่าไม่มีสคริปต์มีกรอบเชียร์อัพ บอกให้คนอื่นรู้ว่าธุรกิจนี้เปลี่ยนชีวิตอย่างไร
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ เพราะว่าเชื่อมั่น ในตัวเลขผลประกอบการของบริษัทที่มียอดขาย 4,000 กว่าล้านบาท ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี ซึ่งตนมาทำธุรกิจออนไลน์ ยืนยันว่าตอนนั้นที่ขึ้นเวทีไม่ได้รับค่าจ้าง โดยในบริษัทเรียกสิ่งนี้ว่า “การแบ่งปัน” ส่วนกรณีที่มีภาพปรากฎว่าตนไปท่องเที่ยวทริปฝรั่งเศส ขอชี้แจงว่าเป็นทริปโปรโมชั่นสำหรับ 10 ดิวเลอร์ ซึ่งตนเอง เปิดไว้ 5 ดีลเลอร์ ภรรยา 2 ดีลเลอร์ และคนในบ้าน 3 ดีลเลอร์มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท
เมื่อถามว่าเปิด 10 ดิวเลอร์ได้กำไรบ้างหรือไม่ กบ ไมโคร ระบุว่า ช่วงแรกขายพอได้แต่ช่วงหลังนั้นขายไม่ได้ ขายได้เฉพาะกับคนที่รู้จัก สุดท้ายพอสินค้าใกล้หมดอายุก็เริ่มลดราคา จนถึงขั้นนำไปถวายพระหรือคนรู้จัก โดยยอมรับว่าตนเองเป็นแม่ทีม ในบริษัทดังกล่าวประมาณ 1 ปีนิดๆ ซึ่งตอนที่ตนทำธุรกิจไม่มีคำว่าแม่ทีมด้วยซ้ำ รู้เพียงแค่ว่าเป็นธุรกิจแบบแฟรนไชส์ หลังมาร่วมธุรกิจนี้ก็ได้มีคนที่รักตนมาร่วมเปิดบิลทั้งหมด 8 ดีลเลอร์มีลักษณะการทำงาน “ไม่เถียง ไม่ถาม ทำตามอย่างเดียว” เมื่อมีดีลเลอร์สั่งคำสั่งออกมาเราก็ต้องทำตามที่เขาสั่ง
ส่วนสาเหตุที่ต้องออกจากธุรกิจนี้เป็น เพราะทั้ง 8 คนที่ตามมานั้นไม่สามารถขายของได้ทั้งที่ 8 คน พยายามทุกความสามารถ ในทุกช่องทางในการขายสินค้าแต่ก็ไม่สามารถที่จะขายได้ จึงตัดสินใจที่จะออกจากธุรกิจนี้ช่วง กรกฎาคม-สิงหาคม 2566 และออกมาศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้อย่างจริงจัง จึงพบว่ามีความไม่ชอบมาพากล ย้ำหากรู้ว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือเครือข่าย ก็ไม่มีใครที่อยากจะทำธุรกิจแบบนี้
พร้อมยอมรับว่าบริษัทดิไอคอน มีปัญหามานานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาพูดเนื่องจากคนที่พูดจะถูกฟ้องร้องกลับ เพราะตอนนี้มีคนที่ถูกฟ้องอยู่ในชั้นศาลจะมีความคืบหน้าในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ คนที่โดนฟ้องมีหลายคนก็รู้จักกันอยู่ และยังอยู่ในห้องผู้เสียหายด้วยเช่นกัน
เมื่อถามว่า เคยเจอบิ๊กบอสในบริษัทดิไอคอนหรือไม่ กบ ไมโคร ระบุว่าบิ๊กบอสมีเพียงคนเดียวนั่นก็ คือ บอสพอล แต่จะมีบอสรองลงมาอีก 10 คน และตนเพิ่งรู้ว่าเป็นธุรกิจแบบเครือข่าย เพราะตอนแรกคิดว่าเป็นธุรกิจแบบออนไลน์เท่านั้น
และในวันนี้ลูกทีมของตนจำนวน 8 คนได้มอบอำนาจให้ตนดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดิไอคอนและผู้บริหาร ซึ่งสำหรับผู้เสียหาย 8 คน ก็ยังต้องการเงินคืนแต่ตนยืนยันว่าไม่ได้อยากได้เงินคืน