โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ลิ้นจี่กวางตุ้ง’ อดีต ‘เครื่องบรรณาการ’ สู่ผลไม้ยอดนิยมนอกวัง

Xinhua

เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2564 เวลา 04.01 น.

กว่างโจว, 28 มิ.ย. (ซินหัว) -- "ผลไม้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอตรงหน้าผมคือลิ้นจี่ หนึ่งในผลไม้ฤดูร้อนยอดนิยมของจีน ลิ้นจี่ถูกปลูกในพื้นที่ตอนใต้ของจีนมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ต้องอาศัยสภาพอากาศอบอุ่นและชื้นเพื่อการเจริญเติบโต" จางอี๋เซิ่ง ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัวรายงานขณะลงพื้นที่สวนลิ้นจี่ในเขตฉงฮว่า นครกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน "ตอนนี้ฤดูกาลลิ้นจี่เวียนมาถึงอีกครั้ง ผมได้ยินมาว่าเราควรลิ้มรสสดใหม่ของมันทันทีหลังเก็บเกี่ยวจากต้น"

"อดีตลิ้นจี่เป็นเครื่องบรรณาการในยุคจีนโบราณ แต่ปัจจุบันกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมช่วงฤดูร้อนในหมู่ครอบครัวชาวจีนทั่วไป โดยลิ้นจี่กว่างตงถูกส่งออกไปหลายประเทศ การรักษาความสดใหม่ของลิ้นจี่ขณะขนส่งทางไกลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ลู่เฮ่า เพื่อนร่วมงานของผม จะมาช่วยเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องนี้ครับ" จางกล่าว

ลู่เฮ่า ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัว ระบุว่าลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่คงความสดเอาไว้ได้ยาก ในอดีตผู้คนแถบตอนเหนือของจีนเข้าถึงลิ้นจี่สดใหม่ได้ไม่ง่ายนัก ทว่าเทคนิคการถนอมอาหารขั้นสูงและการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนทั่วโลกสามารถลิ้มรสผลไม้ชนิดนี้ที่บ้านอย่างง่ายดาย

"หากผู้คนในปักกิ่งซื้อลิ้นจี่ผ่านร้านค้าออนไลน์ พวกเขาจะได้รับมันภายใน 2 วัน โดยตอนนี้กว่างโจวยังส่งออกลิ้นจี่ไปสิงคโปร์ด้วย ซึ่งจะยังคงมีความสดใหม่เหมือนตอนขนส่งจากเขตฉงฮว่าทุกประการ" ลู่เปิดเผย

ทั้งนี้ ฉงฮว่ามีพื้นที่เพาะปลูกลิ้นจี่ประมาณ 20,000 เฮกตาร์ (ราว 125,000 ไร่) สร้างผลผลิตรวม 65,000 ตันในปีนี้ โดยส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก อาทิ แคนาดา เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ ฯลฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...