โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หม่อมในวังหนีเที่ยวแล้วเจอโขลน ถลกผ้าถุงวิ่ง เหลือแค่กกน. ก็ยอม เพื่อให้เผ่นได้เร็ว

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ม.ค. 2566 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2566 เวลา 04.30 น.
ภาพประกอบข่าว - ตำหนักสายสุทธานพดลในสวนสุนันทาเดิม ปัจจุบันถูกใช้เป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมของสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ความเป็นอยู่ของสาวชาววังแต่ละแห่งอาจแตกต่างกันไปตามบริบททางสถานที่ แต่สำหรับเรื่องราวในวังสวนสุนันทาจากการบอกเล่าของหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ผ่านบันทึกความทรงจำช่วงหนึ่งมีข้อความเล่าเปรียบเปรยเด็กในวังว่า “เหมือนนกติดกรงขัง” เมื่อไม่มีทางออกก็ต้องหาความเพลิดเพลินตามประสาเด็กซุกซน และวีรกรรมในนั้นคือหนีเที่ยวตามตำหนักต่างๆ ยามค่ำคืน

หม่อมหลวง เนื่อง นิลรัตน์ เป็นบุตรีของหม่อมราชวงศ์อั้น นิลรัตน์ และนางเผือก นิลรัตน์ ณ อยุธยา ซึ่งสืบราชสกุลจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 2 กรมหมื่นอลงกฎกิจปรีชา ท่านเติบโตในพระราชวังสุนันทา ท่านบอกเล่าชีวิตในวังไว้ในบันทึกความทรงจำเรื่อง “ชีวิตที่อยู่ร่วมกันในวังสุนันทา ตำหนักพระวิมาดา กรมพระสุทธาสินีนาฏ” ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือที่ระลึกพระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว.ศรีคำ ทองแถม เมื่อ พ.ศ. 2528

ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ม.ล. เนื่อง นิลรัตน์ อาศัยในเรือนท่านหญิงสะบาย (หม่อมเจ้าหญิงสะบาย นิลรัตน์) จนถึงวัย 5-6 ขวบ เมื่อโตขึ้นตามวัยก็มีโอกาสไปทำกิจกรรมในเรือนอื่น เช่น เรียนหนังสือที่เรือนหม่อมพยอม (ในวังไม่เรียกเป็นบ้าน แต่เรียกเป็นเรือน แต่ละเรือนปลูกอยู่ห่างกันพอสมควร) ต่อมาไปถวายตัวเป็นข้าหลวงสมเด็จหญิงพระองค์น้อย (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี)

ช่วงหนึ่งของบันทึกบอกเล่าช่วงเวลาที่ “โตเป็นสาว” ซึ่งม.ล. เนื่อง บันทึกว่า “ชักเห็นว่าการซุกซนภายในเขตรั้วตำหนักพระวิมาดาไม่สนุก” จึงเริ่มชวนกันหนีเที่ยวไปหาเพื่อนฝูงต่างตำหนัก

ม.ล. เนื่อง เล่าว่า ต้องหนีออกหลังจาก 5 ทุ่มไปแล้ว จากที่เมื่อพวกข้าหลวงคอยเสวยเสร็จลงจากบนตำหนัก ต้องมาคอยนำตัวม.ล. เนื่อง มาเหยียบท่านย่าทุกคืน เลิกเหยียบก็ประมาณ 4 ทุ่ม เมื่อท่านย่าหลับแล้วจึงแอบไปรวมตัวกับเพื่อนที่มาคอย 6 คน มีรายชื่อ ได้แก่ ม.ร.ว. อาไทย ลดาวัลย์, ม.ร.ว. วัฒนพันธ์ ชมพูนุช, ม.ร.ว. วงศ์สินธุ์ สิงหรา, ม.ร.ว. ศรีคำ ทองแถม และนางสาวสุดา บูรณศิริ

พอได้เวลาแล้วก็ย่องปีนรั้วไปทางหลังเขาดินซึ่งเป็นรั้วไม้ตีโปร่งสีฟ้าปีนง่าย แต่ละคืนจะไปคืนละตำหนัก เวียนกันไปจนทั่วทุกตำหนักที่รู้จักกัน เมื่อพวกที่ตำหนักรู้ว่าจะไปหาก็จะออกมาหลายคน มานั่งรวมกลุ่มคุยกันที่ท่าน้ำหน้าตำหนัก แต่พอกลุ่มเห็นโขลน (ผู้หญิงนุ่งน้ำเงินใส่เสื้อขาว ออกเดินตรวจตามถนนในวังทุกยามจนเช้า) เดินมา 2 คน แต่ละคนลุกหนีกันจ้าละหวั่น

ข้าหลวงก็สามารถวิ่งเข้าตำหนักไปได้ แต่สำหรับพวกที่อยู่ไกลก็ต้องเร่งฝีเท้าหนีกันสุดแรง ม.ล. เนื่อง เล่าว่า บุคคลที่พบปัญหาการเคลื่อนที่คือ ม.ร.ว.วัฒนพันธุ์ ขาสั้นตัวเล็ก วิ่งช้าไม่ทันคนอื่นในกลุ่ม เนื่องด้วยความกลัวพวกโขลนจะจำได้ เลยถลกผ้าถุงที่นุ่งขึ้นมาม้วนพันรอบเอว เหลือแต่กางเกงใน เร่งวิ่งเข้า ขณะที่โขลนวิ่งไล่มาไม่ทัน กลุ่มที่ซุกซนทั้ง 6 คนวิ่งปีนรั้วไม้โปร่งหายกันไปภายในหมดแล้ว

“นึกว่าเรื่องจะจบแค่นั้น ที่ไหนได้ตอนสายวันรุ่งขึ้น โขลนเข้าเฝ้าทูลฟ้องว่าข้าหลวงที่ตำหนักนี้หนีเที่ยวเมื่อคืนไล่จับไม่ทัน เห็นชัดคนเดียว นุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว เมื่อทรงสอบสวนดูทุกคนแล้ว ข้าหลวงไม่มีใครนุ่งกางเกง เรื่องก็เลยเงียบไปโดยหาตัวลงโทษไม่ได้ แต่พวกเราก็ไม่เข็ด คราวต่อไปเรารีบกลับก่อนโขลนออกตรวจตอน 2 ยาม”

ข้อความถัดมาซึ่งม.ล.เนื่อง บรรยายเกี่ยวกับความรู้สึกต่อบรรยากาศการใช้ชีวิตในวังของเด็ก ๆ มีใจความที่น่าสนใจว่า

“น่าเห็นใจชีวิตที่ถูกขังอยู่ในวัง ไกลพ่อไกลแม่ ไปไหนก็ไม่ได้ไป เล่นอะไรก็ไม่ได้ถูกห้ามไปทุกอย่าง สมัยนั้นวิทยุก็ยังไม่มีฟัง โทรทัศน์ก็ยังไม่มีดู ออกจากประตูวังไปไหนก็ไม่ได้ เหมือนนกติดกรงขัง ร้องเพลงเล่นกันดังก็ไม่ได้ต้องกระซิบร้องกันเบา ๆ เด็กมันไม่มีทางออกหาความเพลิดเพลินก็เลยซุกซนขโมยโน่นนี่ไปตามเรื่อง”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เนื่อง นิลรัตน์, หม่อมหลวง. “ชีวิตที่อยู่ร่วมกันในวังสุนันทา ตำหนักพระวิมาดา กรมพระสุทธาสินีนาฏ”. ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 3 มกราคม, 2529

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...