โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนคุยกับนักล่ากลางกรุง แห่งบึงมักกะสัน เสี่ยงดวงทั้งจำนวนปลาและรถสัญจรไปมาที่อันตราย

BLT BANGKOK

เผยแพร่ 30 ก.ย 2563 เวลา 10.19 น. • BLT Bangkok

ใครที่เคยสัญจรผ่านบึงมักกะสัน เชื่อได้ว่าอาจจะเคยพบเห็นคนที่ยืนริมขอบถนนจตุรทิศ พร้อมกับคันเบ็ดตกปลาหรือปืนยิงปลาบริเวณบึงมักกะสันกันอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ขุดขึ้นในปี พ.ศ. 2474 โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแหล่งระบายน้ำและรับน้ำเสีย ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็ถ่ายสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยลงสู่บึงมักกะสัน จนเกิดสภาวะน้ำเน่าเสีย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำริ โครงการบำบัดน้ำเสียบึงมักกะสัน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงบึงมักกะสัน เพื่อช่วยระบายน้ำและบรรเทาสภาพน้ำเสียในคลองสามเสน โดยใช้ผักตบชวากรองน้ำเสียเพราะผักตบชวามีคุณสมบัติทำหน้าที่เป็นตัวกรองซึ่งเรียกว่า เครื่องกรองธรรมชาติ ผสมกับเครื่องบำบัดน้ำเสีย วันละ 260,000 ลูกบาศก์เมตรด้วยการใช้เครื่องเติมอากาศแบบทุ่นลอย ซึ่งสามารถบำบัดน้ำเสียได้เพิ่มจากเดิม 10 เท่า

นี่อาจจะเป็นภาพที่หลายคนคุ้นชิน หรือบางคนอาจจะเกิดความแปลกใจว่าบริเวณดังกล่าวสามารถตกปลาได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการสัญจรไป - มาน่าหวาดเสียว BLT มีโอกาสได้เดินทางผ่านในบริเวณดังกล่าวจึงไม่พลาดที่จะกระโดดหลบหลีกรถยนต์ที่สัญจร ลงไปพูดคุยกับนักล่าใจกลางกรุงอย่าง “คุณกาน และคุณลุงประวัติ”

นักล่าใจกลางเมือง จับปืนยิงปลานามว่า “กาน และคุณลุงประวัติ”

เราได้พบกับคุณกาน (นามสมมุติ) ชายร่างกำยำยืนถือปืนไม้ยิงปลาลูกดอกปลายแหลม อยู่บริเวณริมขอบถนนจตุรทิศ คอยสอดส่องเป้าหมายด้วยสายตาเฉียบแหลม จึงขออนุญาตพูดคุยกับการมาล่าปลาในบริเวณดังกล่าวนี้ ที่กานเล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนสุขุมวิท เมื่อว่างจากงานก็หยิบปืนไม้มาล่าปลาบริเวณนี้ ซึ่งมาได้ 2 ครั้งแล้ว จากที่เคยพบเห็นผู้คนที่มาหาบริเวณบริเวณนี้ จึงได้ลองมาดูบ้าง ซึ่งการมาในวันแรกสามารถล่าปลาได้ถึง 7 - 8 ตัว ปลาส่วนใหญ่เป็นปลานิล ปลาสวาย คุณกานบอกว่า ปลาในบึงนี้คาดว่าคงจะเป็นปลาที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งบริเวณนี้เป็นบึงรับน้ำ ปลาอาจจะว่ายมากับน้ำเวลาเปิดประตูรับน้ำ

และเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ จะได้พบเห็นกับชาวบ้านที่พายเรือวางตะข่ายดักปลา ราวกับว่าเป็นวิถีชีวิตของคนในละแวกนี้ คุณกานเล่าให้ฟังอีกว่า ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะได้พบเห็นกับกลุ่มคนที่มาหาปลาในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก แต่เขาเลือกที่จะมาในวันธรรมดา เพื่อจะได้ไม่ต้องแย่งกับใคร คอยหลบหลีกรถที่สัญจรไปมา บ้างครั้งก็มีความกลัวเหมือนกันที่จะมีรถวิ่งมาชน แต่ก็คอยระวังตัวเองไว้เสนอ และปลาที่จับได้นี้ส่วนใหญ่จะนำไปทำอาหาร

“หาปลาที่นี่คงจะเอาไปขายใครเข้าไม่ได้หรอกครับ บางคนเขาห่วงเรื่องความสะอาด บางคนเขาก็ว่าปลามาจากน้ำครำ แต่คนเราไม่มีทางเลือก (หัวเราะ) มันก็อยู่ที่เราจะทำความสะอาดมันดีแค่ไหน บางคนทำไม่ดีมันก็มีกลิ่นคราว กลิ่นเหม็น” คุณกานกล่าว พลางยิงปลาต่อ

อีกหนึ่งคนที่ BLT ชวนพูดคุยอย่างคุณลงประวัติ ข้าราชการวัยเกษียณที่ขับรถจักรยานยนต์จอดอยู่ริมขอบถนนจตุรทิศ พร้อมกับอุปกรณ์หาปลาเต็มท้ายรถและเครื่องดื่มน้ำสีใส ขวัญใจชาวแรงงาน พร้อมจิบไปพลางๆกับแดดกรุงเทพฯในยามบ่าย ลุงประวัติเล่าให้ฟังว่าเขาขับรถมาจอดตกปลาบริเวณนี้อยู่เป็นประจำ ด้วยความที่เบื่อหน่ายกับการอยู่บ้านเฉยๆ จึงหยิบคันเบ็ดคู่ใจพร้อมกับเหยื่อ ออกมาตกปลาอยู่บริเวณนี้ในช่วง 7 โมงเช้าถึงประมาณ 11 โมง จนเป็นงานอดิเรกของคุณลุงไปแล้ว ซึ่งปลาส่วนใหญ่ที่คุณลุงตกได้เป็นพวกปลาสวาย ปลาดุก ปลาฉลาด ถ้าหากได้ปลาเป็นจำนวนมากก็จะนำไปขายบ้าง

เราจึงถามว่า คนที่ซื้อปลาจากคุณลุงรู้ไหมว่าปลามาจากบริเวณนี้ ลุงประวัติตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “รู้ แต่คนส่วนใหญ่เขาไม่คิดมากนะที่เป็นปลาจากบึงมักกะสัน ถึงแม้ว่าเป็นปลาน้ำจากน้ำที่ดูสกปรกก็ตาม ส่วนใหญ่เขาก็ทำความสะอาดปลากันอย่างดี ลุงเองยังต้องล้างหลายๆรอบ เมื่อปรุงสุกๆ เชื้อโรคก็ตายหมด เราคนจนภูมิคุ้มกันดีอยู่แล้ว” (หัวเราะ) ลุงประวัติพูดและหยิบคัดเบ็ดขึ้นมาหมุนๆ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วปลาที่ได้ลุงประวัติก็จะไว้ทำกับข้าวกินเองอย่างปลาฉลาด หากได้ 5 - 6 ตัวคุณลุงจะนำไปทำลาบปลา ส่วนปลาดุกจะนำไปทำผัดเผ็ดปลาดุกหรือย่าง ไม่เพียงแค่คันเบ็ดที่ใช้หาปลาเท่านั้น ลุงประวัติยังใช้ตะข่ายในการดักอีกด้วย

“มาตกปลาแถวนี้ก็เพลินดี แต่ก็ต้องคอยระวังรถที่ขับไป - มา อยู่ตลอดมันก็อันตราย แต่ชีวิตคนแก่วันๆหนึ่งขอแค่ได้หยิบคันเบ็ดตกปลาออกจากบ้าน ได้ปลาวันละตัวสองตัวก็พอใจแล้ว ใช้ชีวิตหลังเกษียรแบบเรียบง่าย ก็สุขใจแล้ว” ลุงประวัติพูดพร้อมพลางยิ้มมุมปาก บงบอกถึงความสุขกับการได้จับคันเบ็ดยืนตกปลาริมถนนจตุรทิศ

หากมองดูแล้วบริเวณดังกล่าวนี้มีความเสี่ยงถึงความปลอดภัยและอันตรายจากรถที่สัญจรไปมาบริเวณดังกล่าวรวมถึงด้านสุขอนามัยสำหรับปลาที่อยู่ในน้ำที่เต็มไปด้วยความสกปรก ซึ่งอาจจะปนเปื้อนเชื้อโรคได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน และต้นทุนชีวิตของคนเราที่แตกต่างกัน หรือนี้อาจจะเป็นกิจกรรม งานอดิเรกที่สร้างความสุขให้กับคนในกรุงเทพฯ บางคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...