โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะวิธีเลือกรับประทานอาหารของผู้ป่วยโรคตับ

INN News

อัพเดต 09 ก.ค. 2562 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2562 เวลา 03.52 น.

 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตับเป็นแหล่งสะสมวิตามินต่างๆ และทำหน้าที่ขจัดสารพิษที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับอักเสบเฉียบพลัน ถ้าเป็นอยู่ในระยะสั้นจะไม่ส่งผลต่อภาวะโภชนาการมากนัก แต่ถ้าเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับจะทำให้สารอาหารต่างๆที่รับประทานเข้าไปไม่ถูกเผาผลาญและนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ร่างกายจึงได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและมีผลต่อภาวะโภชนาการ ดังนั้นโรคตับจึงมีผลกระทบต่อภาวะโภชนาการของผู้ป่วย ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ  รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า อาหารบำบัดโรคตับจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1.อาหารบำบัดโรคตับอักเสบ ขณะที่ผู้ป่วยเบื่ออาหารอาจช่วยได้โดยให้อาหารเหลวแต่มีคุณค่ามาก เช่น อาหารที่ทำจากไข่ นม น้ำตาล ไอศครีม เมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้น รับประทานอาหารธรรมดาได้จึงจัดอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนให้  2.อาหารบำบัดโรคตับแข็ง แพทย์จะสั่งเพิ่มหรือลดปริมาณโปรตีนให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน ระยะแรกของการเป็นตับแข็งที่ยังไม่มีผลทางสมอง สามารถได้รับปริมาณโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ไม่แตกต่างจากคนทั่วไปประมาณวันละ 6-12 ช้อนโต๊ะ ได้แก่ นม ไข่ทั้งฟอง เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู แต่ถ้าเป็นตับแข็งที่มีอาการทางสมองร่วมด้วย จะลดให้มาเหลือประมาณวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ หรืองดโปรตีนไประยะหนึ่ง เลือกรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่มีโปรตีนต่ำ เช่น วุ้นเส้น แป้งซาหริ่ม เส้นเซี่ยงไฮ้ แป้งสาคู แป้งมัน วิตามิน B1, B2, B6 และ B12 รับประทานอาหารปรุงสุกโดยเฉพาะอาหารทะเล ลดไขมัน 3.อาหารบำบัดโรคมะเร็งตับ ช่วงแรกของการเกิดโรคควรได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม จากเนื้อปลา ไข่ไก่ บริโภคไขมันแต่น้อย เพื่อป้องกันภาวะแน่นท้อง ท้องอืด เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร­­­ หากมีอาการบวมน้ำควรเสริมด้วยไข่ขาว อาจจะรับประทานไข่ลวกวันละ 2 ฟอง รับประทานคาร์โบไฮเดรตประเภทข้าว น้ำหวาน (เพิ่มได้ในรายที่ไม่เป็นเบาหวาน) ไม่ควรบริโภคธัญพืช ผักใบเขียวในปริมาณมากเกินไปเพราะจะเกิดอาการแน่นท้องมากขึ้น ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการทางระบบประสาทควรปรึกษาแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...