โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

50 อันดับมหาเศรษฐีไทย ปี 2020 ทรัพย์สินลดฮวบ ท่ามกลางวิกฤติไวรัสโควิด-19

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 เม.ย. 2563 เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 01.03 น. • The Bangkok Insight

50 อันดับมหาเศรษฐีไทย ปี 2020 ทรัพย์สินลดฮวบ ท่ามกลางวิกฤติไวรัสโควิด-19

38 มหาเศรษฐี ทรัพย์สินลดลงในปีนี้

สิงคโปร์ (3 เมษายน 2020) – เศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งได้เริ่มชะลอตัวแล้วจาก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ต้องถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 'บุคคลร่ำรวยที่สุดจากการจัดอันดับของ Forbes ประจำปี 2020' มีทรัพย์สินรวมกันลดลงถึง 2.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการลดลงถึง 18% เหลือเพียง 1.32 แสนล้านเหรียญ

แม้ว่ารัฐบาลจะได้ประกาศ แผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ก็ยัง 'ทรุดหนัก' โดยปรับตัวลดลง ต่อเนื่องไปแล้วเกือบ 1 ใน 3 เทียบจากเดือนเมษายน 2019 ส่งผลให้ มหาเศรษฐี 38 คน ในทำเนียบ มีทรัพย์สินสุทธิลดลง ในจำนวนนี้มี 6 คน ที่มี ความมั่งคั่งลดลงกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

พี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังครองตำแหน่ง อันดับหนึ่ง แม้ว่าทรัพย์สินของพวกเขาจะลดลง 2.2 พันล้านเหรียญ ไป อยู่ที่ 2.73 หมื่นล้านเหรียญ และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้เข้าซื้อกิจการ เทสโก้ในไทยและมาเลเซีย มูลค่า 1.06 หมื่นล้านเหรียญได้สำเร็จ

เฉลิม อยู่วิทยา ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับโลกอย่าง Red Bull ร่วมกับตระกูลของเขา มาใน อันดับที่ 2 เขาเป็น หนึ่งในแปดผู้มีรายชื่อในทำเนียบที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น แม้ภาพรวมจะย่ำแย่ โดยมีทรัพย์สิน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.99 หมื่นล้านเหรียญเมื่อปีก่อน เป็น 2.02 หมื่นล้านเหรียญในปีนี้

เจริญ สิริวัฒนภักดี จาก เครือไทยเบฟเวอเรจ ขยับขึ้นมาใน อันดับที่ 3 ด้วยทรัพย์สิน 1.05 หมื่นล้านเหรียญ อย่างไรก็ดี ทรัพย์สินสุทธิของเขาลดลงจาก 1.62 หมื่นล้านเหรียญจากปีที่ผ่านมา

ตระกูลจิราธิวัฒน์ หล่นจากอันดับ 2 มา อยู่ใน อันดับ 4 ในปีนี้ ด้วย ความมั่งคั่งที่ลดลงกว่าครึ่งไปอยู่ที่ 9.5 พันล้านเหรียญ พวกเขาเพิ่งนำ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย นับเป็นการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่ด้วย จำนวนนักท่องเที่ยวและนักช้อปที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ ราคาหุ้นของเซ็นทรัล รีเทล ต่ำกว่าราคาไอพีโอถึง 27% โดยตกลงต่อเนื่องตั้งแต่เข้าซื้อขาย

https://youtu.be/4cH4dWiSvJg

ผู้ที่มีทรัพย์สินลดฮวบอีกคนคือ อาลก โลเฮีย (อันดับ 26) มหาเศรษฐีชาวอินเดีย โดยกำเนิด เจ้าพ่อธุรกิจปิโตรเคมีผู้ที่ง่วนอยู่กับการเข้าซื้อกิจการมากมาย ทรัพย์สินสุทธิของเขา ลดลงจาก 2.52 พันล้านเหรียญ ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 1.09 พันล้านเหรียญ เมื่อราคาหุ้นบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส ของเขาดิ่งลงถึงร 57% ในช่วง 11 เดือนผ่านมา

แม้ว่า ราคาพลังงานทั่วโลก จะประสบ ภาวะตกต่ำครั้งรุนแรง มหาเศรษฐีจาก วงการพลังงานของไทย 3 ใน 4 คนกลับมีทรัพย์สินงอกเงย ทั้งนี้เป็นผลจากการที่พวกเขาพุ่งความสนใจไปที่ ก๊าซธรรมชาติและพลังงานทดแทน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการหันไปหาเชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น ในจำนวนนี้ มี สารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ที่ทำเงินเพิ่มขึ้นมากที่สุด ด้วยทรัพย์สินสุทธิ 6.8 พันล้านเหรียญ พุ่งขึ้น 1.6 พันล้านเหรียญ ขณะที่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ของเขาเปิดโรงพลังงานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มเติม ตลอดจนเข้าดำเนินการโครงการใหม่ๆ อาทิ ท่าเรือและถนน

ฮาราลด์ ลิงค์ (อันดับที่ 12 ทรัพย์สิน 2.3 พันล้านเหรียญ) หัวเรือใหญ่รุ่นที่สามของ บี.กริม มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 12% ขณะที่ บี.กริม เพาเวอร์ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีกร้อยละ 40 และ กำไรของบริษัทกระโดดขึ้น 34% ในปีที่ผ่านมา ภาคพลังงานที่คึกคักได้พามหาเศรษฐี 2 คนเข้าสู่ทำเนียบเป็นครั้งแรกในปีนี้

อีกหนึ่งได้แก่ วิระชัย ทรงเมตตา อันดับ 40 มีทรัพย์สิน 585 ล้านเหรียญ ผู้ที่เข้าทำเนียบครั้งแรกหลังจาก บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ ผู้ผลิตพลังไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

นายแพทย์กำพล พลัสสินทร์ อันดับ 38 ทรัพย์สิน 610 ล้านเหรียญ ผู้ก่อตั้งเครือโรงพยาบาลจุฬารัตน์ ที่เป็นบริษัทมหาชน กลับเข้าสู่ทำเนียบหลังจากห่างหายไปสามปี อันเป็นผลจากการที่บริษัทเปิดโรงพยาบาลใหม่อีกสองแห่ง ช่วยหนุนราคาหุ้นบริษัทให้ทะยานขึ้น

ปีนี้ Forbes กำหนด ทรัพย์สินสุทธิขั้นต่ำ สำหรับผู้ที่จะมี รายชื่ออยู่ในทำเนียบที่ 460 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจาก 565 ล้านเหรียญ ในปี 2019

10 อันดับแรกทำเนียบมหาเศรษฐีของไทย

อันดับ 1 พี่น้องเจียรวนนท์ 2.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 2 เฉลิม อยู่วิทยา 2.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 3 เจริญ สิริวัฒนภักดี 1.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 4 ตระกูลจิราธิวัฒน์ 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 5 สารัชถ์ รัตนาวะดี 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 6 อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 7 ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 8 ตระกูลโอสถสภา 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 9 วานิช ไชยวรรณ 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 10 ชูชาติ เพ็ชรอำไพ-ดาวนภา เพชรอำไพ 2.65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

หมายเหตุ: การจัดอันดับนี้ใช้ข้อมูลการเงินและการถือครองหุ้นที่ได้รับจากทางครอบครัวและปัจเจกบุคคล ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง อันดับนี้ต่างจากอันดับอภิมหาเศรษฐีตรงที่มีการรวมถึงทรัพย์สินของครอบครัวและทรัพย์สินที่ถือครองโดยสมาชิกครอบครัวหลายรุ่น ทั้งนี้ มูลค่าทรัพย์สินในบริษัทมหาชนเป็นการคำนวณจากราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 13 มีนาคม ทรัพย์สินในบริษัทที่ถือครองส่วนตัวประเมินค่าโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ติดตามรายชื่อบุคคลในอันดับได้ที่ www.forbes.com/thailand และ www.forbesthailand.com รวมทั้ง Forbes Asia และ Forbes Thailand ฉบับเดือนเมษายน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...