โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง

BT Beartai

อัพเดต 09 ก.พ. 2563 เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 05.35 น.
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง

ต้องยอมรับว่าหลังจาก โซเชียล มีเดีย ได้กลายเป็นสื่อสามัญประจำตัวของผู้บริโภคแล้ว บทบาทของสื่อมวลชนในปัจจุบันถูกตั้งคำถามเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นจะต้องเลือกสิ่งใดระหว่างการนำเสนอที่เร็วและโจ่งแจ้งเพื่อสนองตอบต่อผู้บริโภคที่กระหายข่าวแบบทันใจ หรือกลับไปยึดหลักจริยธรรมสื่อมวลชนเหมือนที่เคยเรียนในหลักการทางวารสารศาสตร์มา WHAT THE FACT ขอรวบรวมหนังที่ทั้งดูสนุกและให้ข้อคิดแต่สื่อมวลชนและผู้ที่กำลังเรียนด้านวารสารศาสตร์และนิเทศศาสตร์ทุกท่านได้ลองหามาชมกัน

Hero (1992)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

Hero

Hero ผลงานกำกับของ สตีเฟน เฟรียร์ส เล่าเรื่องของ เบอร์นี ลาแพลนต์ (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน)หนุ่มดวงซวยที่เมียเพิ่งขอหย่าซ้ำร้ายยังเจอเหตุเครื่องบินตกที่ตัวเองก็ดันลืมรองเท้าไว้ตอนเข้าไปช่วยผู้โดยสารในเครื่องให้รอดตาย แต่แทนที่เรื่องราวจะจบแค่นั้น ก็ดันมีสถานีข่าวช่องดังที่ประกาศหาฮีโรที่ช่วยเหลือผู้โดยสารลึกลับโดยมีเงินรางวัลล่อใจถึง 1 ล้านเหรียญ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะดันมีคนไปแอบอ้างเป็นฮีโรจน เบอร์นี ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองและประกาศว่าเขานี่แหละคือฮีโรตัวจริง

จากพลอตเรื่องเราจะเห็นได้เลยว่าสื่อมวลชนมีบทบาทและอิทธิพลในการบิดเบือนข้อเท็จจริงแค่ไหน เพราะไม่ว่าเบอร์นีจะพยายามออกมาพูดความจริงแค่ไหน แต่เสียงของเขาก็ไม่ได้ดังไปกว่าสื่อมวลชน ดั่งฉากปิดเรื่องที่เปรียบเปรยได้อย่างเจ็บแสบเมื่อเขาพยายามเล่าความจริงให้ใครสักคนฟังแต่พอเริ่มพูดก็ดันมีขบวนพาเหรดที่เล่นดนตรีเสียงดังจนกลบความจริงจากปากของเขาไม่ต่างจากเสียงของสื่อมวลชนที่มักดังกว่าความจริงจากปากคนเสมอ

MAD CITY (1997)

WHAT THE FACT หนังดีสอนหน้าที่สื่อมวลชน

MAD CITY

เมื่อถูกไล่ออกจากงาน รปภ.แซม เบย์ลี (จอห์น ทราโวลตา)จึงตัดสินใจแบบคนหลังชนฝาด้วยการจับตัวเด็กนักเรียนเป็นตัวประกันในพิพิธภัณฑ์ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของ แบรคเกต (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) นักข่าวผู้กระหายชื่อเสียงมากพอที่จะผูกมิตรกับแซมเพื่อหวังทำสกู๊ปข่าวเจาะลึก

ผลงานกำกับของ คอสตา กาฟราส ที่เหมือนตีแสกหน้าบทบาทและจริยธรรมของสื่อมวลชนผ่านหนังทริลเลอร์เรื่องนี้ โดยได้สุดยอดนักแสดงของยุคอย่าง จอห์น ทราโวลตา และ ดัสติน ฮอฟแมน ที่มาประชันบทบาทอย่างถึงพริกถึงขิง โดยบทเรียนสำคัญคือการที่สื่อควรรู้จักประเมินเหตุการณ์และชั่งตวงระหว่างประโยชน์ในฐานะสื่อมวลขนที่รายงานเหตุการณ์อย่างรวดเร็วและโทษจากการใช้ประโยชน์ในฐานะสื่อจนทำให้เหตุการณ์บานปลายเกินควบคุม

 

Dog Day Afternoon (1975)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

Dog Day Afternoon

ซอนนี (อัล พาชิโน) ตัดสินใจพาพวกบุกปล้นธนาคารเพื่อหวังเอาเงินไปให้ ซัล (จอห์น คาซาล) คนรักหนุ่มผ่าตัดแปลงเพศ โดยจับพนักงานและลูกค้าเป็นตัวประกัน และเมื่อเหตุการณ์เริ่มสะเด็ดน้ำเหตุปล้นธนาคารที่กินระยะเวลาอันยาวนานครั้งนี้ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเพราะการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่มุ่งเกาะติดรายงานสถานการณ์นาทีต่อนาที

Dog Day Afternoon หรือ ปล้นกลางแดด ถือเป็นหนังคลาสสิกที่การันตีด้วยรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ โดยตัวหนังสร้างจากเหตุการณ์จริงโดยมีบทความชื่อ The Boys in the Bank โดย พี เอฟ คลัจ ที่บันทึกเหตุการณ์ปล้นเพื่อคนรักหนุ่มของ จอห์น วอจโตวิตซ์ โดยนี่น่าจะเป็นหนังทริลเลอร์ต้นแบบที่นำเสนอบทบาทของสื่อมวลขนเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นเป็นเรื่องแรก ๆ

All The President’s Men (1976)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

All The President’s Men

หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกตึกวอเตอร์เกตที่ทำการของพรรคเดโมแครต คาร์ล เบิร์นสตีน (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) กับ บ็อบ วูดเวิร์ด (โรเบิร์ต เรดฟอร์ด) คู่หูนักข่าวแห่งเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ต้องทำงานอย่างหนักในการสืบเสาะหาข้อมูลข่าวมายืนยันให้ได้ว่า ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีวอเตอร์เกตที่อาจกระทบกระเทือนต่อศรัทธาของคนอเมริกันทั้งประเทศ

หากวงการตำรวจมี Serpico เป็นหนังที่เปิดเพื่ออบรมตำรวจให้ยึดถือคุณธรรมในวิชาชีพ สำหรับสายนักข่าวและนักศึกษาวารสารศาสตร์-นิเทศศาสตร์ ก็มี All The President Men เป็นเหมือนตำราจริยธรรมสื่อมวลชนฉบับภาพยนตร์ที่สอนให้นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ หลายรุ่นยึดถือหลักการความถูกต้องในการนำเสนอข้อมูลโดยมีภาพของ คาร์ล และ บ็อบ ที่ถูกปฏิเสธจาก บก.ข่าวให้กลับไปแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและขอแหล่งข้อมูลยืนยันในทุกตัวอักษรที่เขียนออกไป การันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

Nightcrawler (2014)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

Nightcrawler

หลังผ่านไปเห็นตากล้องรุมถ่ายที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ ลูอิส บลูม (เจค จิลเลนฮาล)จึงเกิดไอเดียหากล้องวิดีโอมาเพื่อถ่ายภาพอาชญากรรม แลกกับค่าตอบแทนเพื่อนำฟุตเตจภาพไปขายต่อให้กับสถานีโทรทัศน์เพื่อนำไปประกอบข่าว และเมื่อลูกค้าต้องการภาพเหตุการณ์ที่ชัดเจนขึ้นและรวดเร็วขึ้น บลูม เลยต้องทำทุกทางเพื่อไปที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุดพร้อมกล้องวิดีโอคู่ใจเพื่อเก็บภาพอันน่าสยดสยอง แม้จะต้องแลกด้วยมนุษยธรรมที่เหือดแห้งจนแทบไม่มีเหลือของเขาก็ตาม

นี่คือหนังจากมันสมองของ แดน กิลรอย ที่ตีแสกหน้าการทำงานของสื่อมวลชนในยุคปัจจุบันได้อย่างเจ็บแสบที่สุด เมื่อสื่อมวลชนมุ่งนำเสนอเหตุการณ์โดยทิ้งจริยธรรมไว้แค่ในตำราจนล่วงล้ำสิทธิมนุษยชนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อหวังสนองตอบต่อการเสพย์ข้อมูลข่าวสารแบบไร้ขีดจำกัดในปัจจุบัน

Breaking News (2004) 

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

Breaking News

หลังมีภาพตำรวจถูกโจรยิงขณะปฏิบัติหน้าที่ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ รีเบคกา (เคลลี เฉิน)ผู้ดูแลงานภาพลักษณ์กรมตำรวจฮ่องกง จึงหวังใช้สื่อถ่ายทอดสดโดยเอากล้องติดกับตัวเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อถ่ายทอดภาพการบุกจับตัวโจรร้ายนำโดย หยวน (ริชชี เจน) หัวโจกที่มีมันสมองฉลาดทันเกมกับเธอ

ผลงานกำกับของ ตู้ฉีฟง ที่สร้างชื่อให้เขาไปทั่วโลกหลังออกฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ โดยหนังบอกเล่าบทบาทของสื่อมวลชนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกอบกู้ภาพลักษณ์ของตำรวจได้อย่างเจ็บแสบและทำให้เห็นอิทธิพลของสื่อที่เหมือนดาบสองคมได้อย่างชัดเจน และที่ต้องบันทึกไว้สำหรับเมืองไทย เพราะหนังเข้าฉายในช่วงที่ข่าวถูกทำให้เป็นสินค้าที่ขายได้จนหนังตั้งชื่อตามรายการดังว่า “ปล้นถึงลูกถึงคน”

15 Minutes (2001)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

15 Minutes

หลังฆาตกรโฉดคู่หนึ่งหวังดังด้วยการบันทึกภาพการฆ่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายแล้วส่งให้สื่อมวลชน เอดดี เฟลมมิง (โรเบิร์ต เดอ นีโร) และ จอร์ดี วอร์ซอว์ (เอ็ดเวิร์ด เบิร์นส์) หนึ่งนักสืบกับหนึ่งนักดับเพลิงต้องร่วมมือกันหาตัวฆาตกรให้ได้ก่อนจะมีภาพเหยื่อเคราะห์ร้ายถูกนำเสนอผ่านสื่ออีก

นี่คือหนังดังดูสนุกที่ต่อมาอาจกลายเป็นงานตกสำรวจไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมันเป็นหนังทริลเลอร์แนวตำรวจจับผู้ร้ายที่เล่นกับอิทธิพลของสื่อมวลชนได้อย่างมีสีสันมาก เมื่อจริยธรรมไม่สำคัญเท่าเรตติงผู้บริโภคจึงได้รับแต่ข่าวฆาตกรรมที่มีแต่ภาพอันน่าสยดสยองโดยมีสื่อมวลชนเป็นเหมือนเครื่องมือให้ฆาตกรได้แสดงผลงานแทน ซึ่งเมื่อไม่นานนี้หลายเหตุการณ์ในหนังเหมือนได้ทำนายสิ่งที่จะเกืดขึ้นในยุคนี้หลังมีโซเชียล มีเดียได้อย่างแม่นยำจนน่าขนลุก

Natural Born Killers (1994)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

Natural Born Killers

มิกกี (วูดดี ฮาเรลสัน)  และ มัลลอรี (จูเลียต ลิวอิส) คู่รักฆาตกรได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในชั่วข้ามคืนหลัง เวย์น เกล (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) นักข่าวได้นำเรื่องของพวกเขาไปตีพิมพ์ถึงวีรกรรมสุดโหดจนกลายเป็นฮีโรให้เหล่าฆาตกรและพวกนอกกฎหมายทั้งหลายทั่วสหรัฐอเมริกา แต่ความกระหายในขื่อเสียงและเรตติงก็พามาสู่รายการสัมภาษณ์ถ่ายทอดสดคู่รักฆาตกรที่หวังโกยเรตติงต่อเนื่องเพราะจะออกอากาศหลังถ่ายทอดสดซูเปอร์โบวล์ทันที โดยหารู้ไม่ว่าคนดูทั่วประเทศกำลังได้เป็นประจักษ์พยานการฆาตกรรมออกอากาศที่อื้อฉาวที่สุดในวงการสื่อมวลชน

เรียกได้ว่าหนังที่กำกับโดย โอลิเวอร์ สโตน และเขียนบทโดย เควนติน ทารันติโน เรื่องนี้ได้กลายเป็นหนังสุดอื้อฉาวเรื่องหนึ่งที่แม้แต่บ้านเราก็เคยแบนไม่ให้มีการเผยแพร่ไปช่วงเวลาหนึ่งเพราะหนังอุดมไปด้วยความรุนแรงและภาพสยดสยองมากมาย แต่สิ่งที่ต้องบันทึกไว้คือนี่เป็นหนังที่แสดงด้านมืดของสื่อออกมาได้เห็นภาพที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังฮอลลีวูดเลยทีเดียว

 

Spotlight (2015)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

Spotlight

 เรื่องราวตามติดการทำงานของทีม บอสตันโกลบ สปอตไลต์ ที่ทำการสืบสวนกรณีการล่วงละเมิดทางเพศเยาวชนหลายรายโดยผู้ที่ถูกกล่าวหาคือบรรดาบาดหลวงนิกายโรมันคาธอลิกในเมืองที่โบสถ์เป็นเหมิอนแหล่งรวมศรัทธาและเครื่องยึดเหนี่ยวขีวิต โดยในทีมข่าวต้องต่อสู้ทั้งกระแสต่อต้านจากชาวเมืองและศรัทธาในศาสนากับความถูกต้องของคนในทีมงาน

หาก All The President’s Men อาจเป็นตัวอย่างที่เก่าเกินไป แต่กับ Spotlight งานกำกับของ ทอม แมกคาร์ธี ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์มาได้เรื่องนี้อาจเป็นบทเรียนดี ๆ สำหรับนักข่าวและนักศึกษาวารสารศาสตร์ –  นิเทศศาสตร์ได้ไม่แพ้กัน เพราะหนังเองก็นำเสนอขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลการต่อสู้กับอคติของนักข่าวและการนำเสนอข้อมูลที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อแหล่งข่าวทั้งไม่เป็นใจรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนทำงานข่าวกับโบสถ์คู่กรณีที่สุ่มเสี่ยงต่อการนำเสนอที่ลำเอียงจนความจริงอาจถูกบิดเบือนในข่าวได้

The Post (2017)

WHAT THE FACT เจาะบทเรียนสื่อจากหนังดัง

The Post

เมื่อทีมข่าว เดอะ วอชิงตันโพสต์ ต้องเดินพันในอาชีพครั้งใหญ่หลังได้รับเอาสารลับของเพนตากอนที่แฉว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าไปมีส่วนในสงครามเวียตนามตลอดระยะเวลา 20 ปี พวกเขาต้องเลือกระหว่างตีพิมพ์เอกสารนี้ลงหนังสือพิมพ์นั่นหมายถึงการยอมแลกหมัดกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาซึ่งอาจสร้างความยากลำบากให้พวกเขาในอนาคต หรือทำตามหน้าที่ของสื่อมวลชนในการนำความจริงออกมาให้ประชาชนได้รับรู้

ตัวหนังอาจไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่หากเทียบกับ All The President’s Men และ Spotlight แต่หนังของพ่อมดฮอลลีวูดอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ได้ไปเป็นผู้เข้าชิงออสการ์ในปีที่ออกฉายก็การันตีได้ถึงความเข้นข้นและเทคนิคทางภาพยนตร์อันแพรวพราวจนทำให้หนังที่เต็มไปด้วยบทสนทนาเรื่องนี้ดูสนุกและที่สำคัญมันยังสอนให้ผู้ชมเห็นถึงกระบวนการทำข่าวที่หลายครั้ง ธุรกิจกับการเมืองก็ดันมาเกี่ยวข้องกันจนอาจทำให้ตาชั่งในอาชีพสื่อมวลชนเกิดความอ่อนไหวได้มากแค่ไหน

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
เจาะบทเรียน “สื่อ” จากหนังดัง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...