โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลปกครองสูงสุดยกคำขอ'กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี'ทุเลาคำสั่งไม่ผ่านประเมินเอกสารข้อเสนอร่วมลงทุน'ท่าเรือแหลมฉบัง'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ม.ค. 2563 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2563 เวลา 09.57 น.

ศาลปกครองสูงสุดยกคำขอ “กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี” ทุเลาคำสั่งไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ชี้ คำขอยังไม่เข้าเงื่อนไขศาลปกครองจะมีอำนาจออกคำสั่งทุเลาการบังคับได้ ส่วนคดีหลักอยู่ระหว่างการพิจารณาศาลปกครองสูงสุด

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ยกคำขอของกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ที่ขอกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในการทุเลาการบังคับตามคำสั่งคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งคณะกรรมการฯ ให้กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีเป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 ซองคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอโครงการฯ ในการเสนอตัวร่วมลงทุนโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนท่าเทียบเรือ F จากเดิมที่ศาลปกครองชั้นต้น พิจารณาคำขอของกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีแล้วมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3

โดยศาลปกครองสูงสุด เห็นว่า กรณีตามคำขอของกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ยังไม่เข้าเงื่อนไขในการที่ศาลปกครองจะมีอำนาจออกคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองได้ จึงให้ยกคำขอ กำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในการทุเลาการบังคับตามคำสั่งคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3

อ่านรายละเอียดคำสั่งศาลปกครองสูงสุดได้ที่นี่http://bit.ly/370Xktb

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ บริษัท นทลิน จำกัด , บริษัท แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด , บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) , บริษัท พีเอชเอส ออแกนิค จำกัด ( โดยบริษัททั้ง 4 แห่ง และบริษัท ไชน่าเรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกันในนาม “กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี”) ยื่นฟ้อง คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนท่าเทียบเรือ F , คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก , คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 ในคดีหมายเลขดำ 1986/2562 เรื่องออกคำสั่งโดยไม่ชอบ

โดยศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น พิจารณาข้อเท็จจริง เอกสารที่เกี่ยวข้อง และข้อกฎหมายแล้วมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 เห็นว่า การที่กลุ่มบริษัทในนาม กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ดังกล่าว ระบุรายชื่อ-ตำแหน่งของตัวแทนหรือผู้แทน โดยที่ตัวแทนหรือผู้แทน ไม่ได้ลงลายมือชื่อในช่องที่แบบเอกสารภาคผนวก 16-ฌ กำหนด (แบบเอกสาร 16-ฌ เป็นเอกสารที่ให้สมาชิกผู้ร่วมลงทุนแสดงความรับผิดชอบร่วมกันหรือแทนกัน) แต่กลับลงลายมือชื่อในที่ว่างด้านล่างของแผ่นกระดาษเรียงตามแนวยาวแทนนั้น เป็นเพียงการเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในแบบเอกสารดังกล่าวในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ซึ่งเห็นได้ชัดโดยสภาพของเรื่องว่าไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นแต่อย่างใด คณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 จึงไม่อาจตัดสิทธิกลุ่มบริษัทดังกล่าว จากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ด้วยเหตุดังกล่าวได้ คำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ให้กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี เป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่ให้กลุ่มบริษัทในนาม กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี เป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 โดยการเพิกถอนคำสั่งนั้นให้มีผลนับแต่วันที่ออกคำสั่ง คือวันที่ 23 เม.ย.62 และให้คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นที่ให้ทุเลาการบังคับคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ไว้เป็นการชั่วคราวนั้นยังมีผลต่อไปจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยให้ยกฟ้องคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ผลหลักคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3ฯ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ และคำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด โดยศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาและมีคำสั่งเรื่องทุเลาการบังคับคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ก่อน ส่วนการอุทธรณ์เนื้อหาคดีหลักยังพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ นายประวิตร บุญเทียม โฆษกศาลปกครองสูงสุด ได้กล่าวอธิบายผลคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ดังกล่าวว่า ตามกฎหมาย คือ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 70 วรรคสอง กำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาไว้ว่า ในกรณีทีเป็นคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ให้รอการปฏิบัติตามคำบังคับไว้จนกว่า จะพ้นระยะเวลาการอุทธรณ์หรือในกรณีทีมีการอุทธรณ์ให้รอการบังคับคดีไวจ้นกว่าคดีจะถึงทีสุด ดังนั้นเมื่อคดีนี้ผู้ถูกฟ้องได้อุทธรณ์คำสั่งการขอทุเลาไว้ แล้วขณะนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกคำขอทุเลาของกลุ่มเอ็นซีพี ผู้ฟ้อง จึงมีผลทำให้คำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ผู้ถูกฟ้อง ที่เคยตัดสิทธิกลุ่มเอ็นซีพีเป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 มีผลใช้บังคับอยู่ต่อไป จนกว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาที่คู่กรณีอุทธรณ์ไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...