คุก 1 ปี 8 เดือน เกรียงไกร ไทยอ่อน โพสต์หมิ่นตำรวจ "ปล้นกลางวัน" แกร็บคาร์ก็โดนด้วย
คุก 1 ปี 8 เดือน เกรียงไกร ไทยอ่อน ไม่รอลงอาญา ปมโพสต์หมิ่นตำรวจ “ปล้นกลางวัน” แกร็บคาร์ก็โดนด้วย ปรับ 4 พันบาท เจ้าตัวลั่นไม่ได้ทำอะไรผิด ขอสู้ทุกศาล
เกรียงไกร ไทยอ่อน วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 25 ก.ย.61 นายคณพศ สุวพงศ์ ผู้ขับแกร็บแท็กซี่ มารับผู้โดยสารที่ใช้บริการเรียกผ่านแอปพลิเคชั่น ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ปรากฏผู้เรียกใช้บริการได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ทราบชื่อภายหลังคือ ส.ต.ท.อภิลักษณ์ หวังช่วยกลาง ผบ.หมู่ กก.1 บก.ทท. ได้แจ้งข้อกล่าวหาใช้รถผิดประเภท และพยายามจะจับกุมดำเนินคดี ทำให้มีปากเสียงกัน สุดท้ายก็ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด และคู่กรณีต่างแยกย้ายจากกันด้วยดี
ต่อมา นายคณพศ ได้แจ้งเรื่องราวให้ นายเกรียงไกร ไทยอ่อน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก เกรียงไกร ไทยอ่อน ที่มักจะโพสต์และไลฟ์ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ซึ่ง นายเกรียงไกร ได้มาโพสต์ข้อความในกลุ่มเพจ ระบุข้อความ “ปล้นกลางวัน ช่องว่างกฎหมาย” เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 ก.ย.61 ปรากฏว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้เข้ามากดถูกใจ พร้อมแสดงความคิดเห็นกว่า 3 พันข้อความ โดยส่วนใหญ่ด่าทอการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย และต่อมาได้มีการแก้ไขความดังกล่าวเป็น “กลางวันแสกๆ ช่องว่างของกฎหมาย”
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
ส.ต.ท.อภิลักษณ์ จึงได้คัดลอกข้อความหน้าเพจเอาไว้ก่อนที่จะถูกลบออก แล้วนำไปประกอบคำแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ร.ต.อ.พีระกิตต์ หาญเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับ นายเกียงไกร และ นายคณพศ ข้อกล่าวหากระทำการหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานที่กระทำตามหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาด้วยตัวอักษร ต่อมา ร.ต.อ.พีระกิตต์ ได้ออกหมายเรียก นายเกรียงไกร เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 15 ต.ค.61 แต่ นายเกรียงไกร แจ้งว่าติดธุระจำเป็น และขอเข้าพบก่อนในวันที่ 14 ต.ค.61
โดยได้มีการตั้งข้อกล่าวหา นายเกรียงไกร และ นายคณพศ ในข้อหากระทำการหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานที่กระทำตามหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาด้วยตัวอักษร รวมถึง ตั้งข้อหาเพิ่มกับนายคณพศ ในข้อหาใช้รถยนต์ผิดประเภทจากที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เบื้องต้น นายเกรียงไกร และ นายคณพศ ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้อ่านคำพิพากษาคดี นายเกรียงไกร และ นายคณพศ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า นายเกรียงไกร มีความผิดจริง จึงพิพากษาให้จำคุก 1 ปี แต่เนื่องจาก นายเกรียงไกร มีคดีที่ศาลตัดสินแล้วรอลงอาญาไว้อีก 2 คดี จึงนำโทษมารวมกัน คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ภายหลังรับทราบคำตัดสิน นายเกียงไกร น้อมรับคำสั่งศาล พร้อมได้ยื่นขอประกันตัว ทางศาลอนุมัติให้ปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนนายคณพศ ศาลมีคำสั่งให้ลงโทษปรับ 4,000 บาท เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ที่นำข้อความ-ภาพลงในเฟซบุ๊ก
ทั้งนี้ หลังจากศาลปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว นายเกรียงไกร ได้ออกมาเคลื่อนไหวไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า น้อมรับคำพิพากษาของศาล และก็พร้อมจะสู้คดีต่อตามที่กระบวนการยุติธรรมให้โอกาสทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา โดยยังคงยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำความผิด จึงต้องสู้ต่อไปตามกระบวนการในชั้นศาล