โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ'ไอ้เอ็ม'คาผ้าเหลือง 'ADMINจัดสวิงกิ้ง' หารายได้จากการขายคลิป

แนวหน้า

เผยแพร่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 05.30 น.

พ่อใจสลายเห็นคลิปอนาจารลูกสาวว่อนโซเซียลพาลูกสาวเข้าขอความช่วยเหลือพัฒนาสังคมจังหวัดพิจิตร-พิษณุโลกและเจ้าหน้าที่ตำรวจจนออกหมายจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้คาผ้าเหลืองขณะหนีไปบวชเป็นพระในวัดจังหวัดพิจิตรได้เพียง 3 วัน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ต.ค.63 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.พยู ธนะศรีสืบวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6) และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลก ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม ADMIN จัดสวิงกิ้งหารายได้จากการขายคลิปในโลกออนไลน์

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 ได้มีพ่อของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปีเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ว่าบุตรสาวได้ถูกนายณัฐภัทร จารุฤกษ์ หรือ เอ็ม อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 ม.1 ต.วังสำโรง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ผู้ต้องหาได้ข่มขืนใจกักขังหน่วงเหนียว ทำร้ายร่างกาย และพา น.ส.เอ ไปให้ผู้อื่นกระทำชำเราในลักษณะกลุ่ม (สวิงกิ้ง) โดยนายเอ็มได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวขณะที่ น.ส.เอ ถูกกระทำชำเราไว้จากนั้นได้นำภาพและภาพเคลื่อนไหวไปเผยแพร่และโฆษณาในแอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ ไลน์เพื่อหารายได้ที่นายเอ็ม ได้จัดตั้งขึ้น โดยเชิญชวนให้บุคคลที่สนใจจ่ายเงินจำนวน 600 บาทเพื่อเป็นค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มและสามารถเข้าไปชมภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวที่นายเอ็ม ได้บันทึกขณะที่ น.ส.เอ ถูกกระทำชำเราไว้ อีกทั้งนายเอ็มได้พา น.ส.เอไปให้ผู้อื่นกระทำชำเราในลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้งต่างท้องที่ทั้ง จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ และ จ.พิษณุโลก ทำให้ น ส.เอได้รับความเสียหาย

 

 

เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชนและเป็นการนำสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นอย่างมากทางศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 6 จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีอำนาจหน้าที่สืบสวน ปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต และชุดปฏิบัติงานศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ภาค 6 ชุดปฏิบัติการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้ร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

จนขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ จ.248/2563 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2563 ในฐานความผิด "เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อลวงไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม" และเป็นความผิดฐาน "ผลิตมีไว้หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร เพื่อการค้า และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้" จึงได้ทำการสืบสวนจับกุมนายเอ็ม ผู้ต้องหาได้ที่ จ.พิจิตร และขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพิจิตร เข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 

 

 

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่าจากการตรวจค้นได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่องเพื่อส่งตรวจพิสูจน์การกระทำความผิดต่อไป จากพฤติการณ์การกระทำผิดของนายเอ็ม ผู้ต้องหา จะเห็นได้ว่านอกจากความผิดที่ปรากฏตามหมายจับแล้วยังมีการกระทำที่เป็นธุระจัดหาจัดให้มีการค้าประเวณีจากการสวิงกิ้งและเป็นผู้ถ่ายภาพผลิตสื่อลามกด้วยตนเองโดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์รายได้ จากการนำภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง กลุ่มไลน์ ที่จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งเป็นฐานความผิด "ค้ามนุษย์"

พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกต่อว่าพฤติกรรมของนายเอ็ม ผู้ต้องหานั้นได้ใช้วิธีการคบหาเป็นแฟนกับผู้เสียหายก่อนโดยคบกันได้ประมาณ 1 ปีหลังจากนั้นได้ตั้งกล้องแอบถ่ายขณะมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย จากนั้นได้นำคลิปตัวนั้นมาข่มขู่บังคับ ขืนใจ ให้ตัวผู้เสียหายต้องยอมไปมีเพศสัมพันธ์แบบสวิงกิ้งใน 3 จังหวัด คือ พิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก รวมทั้งยังมีการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอีกด้วย

"จึงฝากสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันในเรื่องความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีการสร้างกลุ่มไม่ว่าจะเป็นไลน์ ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊กมาเพื่อหารายได้จากการเผยแพร่สื่อลามกเป็นจำนวนมาก ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก และหากมีผู้เสียหายในลักษณะดังกล่าวขอให้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที โดยทางตำรวจจะทำการเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้เป็นความลับเพื่อป้องกันการเสียหายของตัวผู้เสียหาย เพื่อช่วยกันกำจัดขบวนการสื่อลามก อนาจารให้หมดสิ้น" พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าว
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...