โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : ขนไก่‘เวิลด์ทัวร์ไฟนัลส์ 2019’ ผลสำคัญที่อาจชี้ชะตาโอลิมปิกเกมส์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ธ.ค. 2562 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 00.53 น.

ศึกแบดมินตันรายการใหญ่ส่งท้ายปี “เอชเอสบีซี บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนัลส์ 2019” ทัวร์นาเมนต์ที่เฟ้นสุดยอดนักแบดมินตันที่ทำผลงานดีที่สุด 8 อันดับแรกของโลกในแต่ละประเภทมาชิงชัยกัน จะทำการแข่งขันกันระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคมนี้

โดยการแข่งขันในปีนี้ จะยังคงอยู่ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน เป็นปีที่ 2 ในสัญญา 4 ปี

ผู้ที่จะผ่านเข้าไปเล่นในรายการนี้ได้ คือคนที่เก็บคะแนนจากการแข่งขันในระดับ “บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์” ทั้งหมด 37 รายการตลอดปี ได้มากที่สุด 1-8 อันดับแรก และรายการนี้ถือว่ามีเงินรางวัลรวมสูงมากถึง 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 45 ล้านบาท)

ขณะที่ระบบการแข่งขันนั้น จากนักกีฬาที่เข้ารอบมา 8 คน/คู่ ก็จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม แข่งแบบพบกันหมด จนได้อันดับ 1-2 เข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก และรอบชิงชนะเลิศต่อไป

ปีนี้มีนักกีฬาไทยที่สามารถผ่านเข้าไปเล่นได้ทั้งหมด 3 ประเภท (6 คน) คือ หญิงเดี่ยว “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ กับ “น้องครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์, หญิงคู่ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิตติธรากุล-“วิว” รวินดา ประจงใจ และ คู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

ย้อนอดีตไป สำหรับรายการนี้ เคยหยุดการแข่งขันไปนานถึง 7 ปีด้วยกัน โดยเว้นว่างจากการแข่งขันตั้งแต่ปี 2000 ก่อนจะกลับมาจัดอีกครั้งในปี 2008 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ต้องบอกว่านักกีฬาไทยถือว่าเป็นขาประจำสำหรับรายการนี้ เพราะทุกปีจะต้องมีนักกีฬาไทยอย่างน้อย 1 ประเภท ฝ่าด่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายได้

ในปี 2008 นั้น มีนักกีฬาไทยผ่านเข้ามาได้ 2 ประเภท รวม 2 คู่ ก็คือคู่ผสม “เต่า” สุดเขต ประภากมล กับ “ส้ม” สราลีย์ ทุ่งทองคำ และ “ดั๊ก” ทรงพล อนุกฤตยาวรรณ กับ “โอ๋” กุลชลา วรวิจิตรชัยกุล โดยกุลชลายังเข้าประเภทหญิงคู่กับ “หญิง” ดวงอนงค์ อรุณเกษร อีกด้วย ขณะที่คู่ของสุดเขต-สราลีย์ทำผลงานเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้

จากนั้นในปี 2009 คือปีที่มีจำนวนนักกีฬาไทยผ่านเข้าไปเล่นได้มากที่สุดคือ 6 คน/คู่ จาก 4 ประเภท โดยชายเดี่ยวเป็น “ซุปเปอร์แมน” บุญศักดิ์ พลสนะ หญิงเดี่ยวมี 2 คน คือ “พีช” พรทิพย์ บูรณะประเสริฐสุข กับ “มิ้ง” สลักจิต พลสนะ ขณะที่คู่ผสม 2 คู่เดิมก็ยังคงผ่านเข้ามาเล่นได้ โดยครั้งนี้ กุลชลา กับ ดวงอนงค์ อรุณเกษร ซึ่งได้สิทธิประเภทหญิงคู่เป็นประเภทเดียวที่ทะลุถึงรอบตัดเชือกได้

ในปี 2010 นับเป็นปีที่นักตบลูกขนไก่ไทยทำผลงานได้ดีที่สุด โดยจากปี 2009 มีเพียงแค่ พรทิพย์ คนเดียวที่ไม่ได้เข้ามาในปีนี้ ขณะที่ผลการแข่งขันนั้นมีบุญศักดิ์ ในประเภทชายเดี่ยว และคู่ผสมของ กุลชลา กับ ทรงพล ที่ผ่านเข้ารอบตัดเชือก ส่วนคนที่ทำผลงานดีที่สุดคือคู่ของสุดเขต-สราลีย์ ที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ก่อนจบที่ตำแหน่งรองแชมป์ ซึ่งนี่ยังเป็นสถิตินักแบดไทยในรายการนี้ที่ดีที่สุดมาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย

แม้ว่าในปี 2011 ผลงานแบดมินตันไทยอาจจะซบเซาเพราะมีแค่สุดเขต-สราลีย์ ผ่านเข้ามาเล่นและตกรอบแรกไป แต่ในปี 2012 ก็เป็นอีกปีที่ต้องจารึก เพราะนักแบดมินตันไทยผ่านเข้ามาเล่นได้ครบทุกประเภทเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว

ในประเภทชายคู่ซึ่งนักกีฬาไทยเข้ามาได้ครั้งแรกก็คือคู่ของ “เอ” มณีพงศ์ จงจิตร กับ “อาท” บดินทร์ อิสสระ ที่กอดคอกับชายเดี่ยว บุญศักดิ์ และหญิงคู่ ดวงอนงค์-กุลชลา ตกรอบแรกไปทั้งหมด แต่ในประเภทหญิงเดี่ยว “น้องเมย์” ที่ผ่านเข้ามาเล่นครั้งแรกสามารถทะลุถึงตัดเชือกได้ รวมถึงคู่ผสม “ส้ม-เต่า” ก็เข้าถึงตัดเชือกเช่นกัน

2 ปีต่อมา นักแบดมินตันไทยสามารถผ่านเข้ามาเล่นได้ แต่ก็ตกรอบแรกไปกันทั้งหมด จนในช่วงปี 2015-2017 เป็น 3 ปี ที่มีเพียง รัชนก ที่สามารถเข้าไปเล่นในรายการนี้ได้ พร้อมกับผลงานผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้ 2 ครั้งในปี 2015 กับ 2107 และตกรอบแรกในปี 2016

ส่วนผลงานของนักกีฬาไทยเมื่อปีที่แล้ว สามารถผ่านเข้าไปเล่นได้ 4 ประเภทด้วยกัน โดยชายเดี่ยว กันตภณ กับ หญิงคู่ “กิ๊ฟ-วิว” ตกรอบแรก ส่วนหญิงเดี่ยว รัชนก เข้าไปเล่นรอบตัดเชือกอีกครั้ง และพ่ายให้กับแชมป์อย่าง ปุซารา เวนกะตา สินธุ ไป

กับอีกหนึ่งประเภทคือคู่ผสม เดชาพล-ทรัพย์สิรี ที่ผ่านเข้ามาเล่นเป็นครั้งแรก เข้าถึงรอบตัดเชือกได้ ก่อนจะแพ้ให้กับคู่ปรับเก่า มือ 1 ของโลก อย่าง เจิ้ง ซีเหว่ย และ หวง ย่าเฉียง ไป

สำหรับปีนี้ นอกเหนือจากเรื่องของเกียรติยศกับเงินรางวัลแล้ว ต้องอย่าลืมว่านี่เป็นอีกหนึ่งรายการที่มีการเก็บสะสมคะแนนเพื่อเข้าไปเล่นในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในปีหน้า ซึ่งยิ่งบอกว่ามีแค่นักกีฬา 8 คน/คู่ เท่านั้นที่ได้มาเล่น ก็ยิ่งหมายความว่า 8 คนนี้มีโอกาสจะทำคะแนนหนีเพื่อนๆ ไปได้ด้วย

สำหรับนักกีฬาไทยที่ตอนนี้เรียกได้ว่าก้าวขาไป “โตเกียว 2020” ข้างหนึ่งแล้วคือ รัชนก หรือ เดชาพล-ทรัพย์สิรี มีภารกิจสำคัญคือการเก็บคะแนนตุนไว้ให้ได้มากๆ เพื่อทำอันดับให้สูงที่สุด ซึ่งจะส่งผลกับการเป็นมือวางในโอลิมปิกเกมส์ และเกี่ยวเนื่องต่อไปกับการลุ้นเหรียญรางวัล

…..และนั่นคือ เหรียญประวัติศาสตร์ของวงการแบดมินตันไทยด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...