โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sansiri ก้าวสู่ Thailand First Digital Real Estate Developer พร้อมเติมเต็มผู้อยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยี

BT Beartai

อัพเดต 07 มี.ค. 2562 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2562 เวลา 09.56 น.
Sansiri ก้าวสู่ Thailand First Digital Real Estate Developer พร้อมเติมเต็มผู้อยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยี

แสนสิริ ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2019 ทุ่มงบกว่า 600 ล้านบาท ผลักดันเทคโนโลยีซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะด้าน AI, IoT และ BlockChain พร้อมจับมือพันธมิตรระดับโลกอย่าง Microsoft, Amazon Web Services และ Digital Ventures ที่ร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ลูกบ้านแสนสิริโดยเน้นตอบโจทย์ 3 ด้านหลักคือ iConvernience (ด้านความสะดวกสบาย) iSafe (ด้านความปลอดภัย) และ iGreen (ด้านประหยัดพลังงาน) โดยยึดหลัก Human-Centric

Sansiri ตั้งใจเปลี่ยนคำว่า Innovation มาเป็นคำว่า Standard เพื่อบอกว่าเทคโนโลยีนี้สามารถเข้าถึงลูกบ้านกว่า 8,800 ครอบครัวได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ และจะคอยพัฒนา Innovation อื่น ๆ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เผย Home Service App ที่ตอบโจทย์การใช้งานลูกบ้าน ที่สามารถแจ้งซ่อมต่าง ๆ ได้ผ่านแอปฯ ทันที และถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกบ้านแสนสิริให้ครอบคลุมมากที่สุด

แสนสิริเผยเทรนด์โลกของ Property Tech Trends มี 4 เรื่องพื้นฐานคือ

  • AI IoT Blockchain นำมาใช้ในด้านการวิเคราะห์ลูกค้า เอา IoT มาใช้เพิ่มความสะดวกมากขึ้น และการใช้ Blockchain มาใช้ทำระบบการซื้อขายที่ดินเป็นต้น
  • Personalization คนมีความต้องการที่เป็นตัวตนของเรามากขึ้น จึงต้องมี AI เข้ามาคอยช่วยเหลือเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหมาะกับเรา
  • Hybrid Agent การใช้ช่องทางออนไลน์ร่วมกับการให้บริการลูกค้าแบบ Face to Face เพื่อให้การเชื่อมต่อกับลูกค้าเป็นไปอย่างไร้รอบต่อได้มากที่สุด
  • Instant Home Buyer Model เป็นวิธีการลดระยะเวลาการตัดสินใจในการซื้อขายบ้านได้เร็วขึ้น ซึ่งจะมีนักลงทุนหรือผู้พร้อมรอซื้ออสังหาของเราได้ทันทีผ่านการประเมินด้วย AI และเจ้าของบ้านพอใจในราคา ก็จะสามารถซื้อขายได้ทันที

กลยุทธ์ที่ Sansiri ได้วางแผนไว้ในปี 2019 – 2020

  • ขับเคลื่อนองค์กรด้วยระบบ AI เพิ่มการตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะเป็นบริษัท AI First ภายในปี 2020 นี้ โดยมีปัจจัยคือเรื่องสถานที่ ผู้บริโภค และไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยีตรวจจับมบหน้าที่มีความแม่นยำสูง ระบบหุ่นยนต์ใช้งานภายใน แชทบอทที่ใช้ AI รวมไปถึงผู้ช่วยส่วนตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

  • นำ IoT มาจับมมือร่วมกับ AI เพื่อสร้าง Smart Home Model ครั้งแรก ที่จะรู้จักเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี สามารถช่วยวางแผนให้คุณได้

  • นำ BlockChain มาใช้ในองค์กร ทำ Smart Contract ทำระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ

  • ด้านพัฒนาโครงการด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ

  • EMMA ระบบข่วยเหลือลูกค้าด้านการซื้อขายคอนโด โดยจะมีการดึงเอา Virtual Sale Gallery ให้คุณรับชมได้ทุกที่ทุกเวลาแบบ Immersive Experience และเข้ารับชมฟรี และสามารถจองได้ทันที 24/7 ไม่ต้องผ่านนายหน้า ซึ่งจะเปิดตัวใน Q2 ปีนี้

  • Noah Platform บริหารการก่อสร้างทั้งหมดตั้งแต่การเลือกที่ การออกแบบ ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพ ทุกอย่างถ้ามีข้อมูลถึงกัน ก็จะช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลาและบุคลากรที่ต้องใช้งานลงอย่างมาก

  • Smart Command Center ศูนย์เฝ้าระวังอัจฉริยะจากส่วนกลาง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นไปอีกระดับตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะถูกสร้างขึ้นบน 29 โครงการภายในปี 2019 นี้ นอกจากความปลอดภัยแล้วยังช่วยในด้านรักษาสภาพแวดล้อมของบ้านเช่นระบบตรวจสอบน้ำ ตรวจสอบความผิดปกติต่าง ๆ ภายในบ้าน และระบบ Dust-Free House บ้านปลอดฝุ่น เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับทุกคนในครอบครัว

  • พัฒนาระบบ Cloud Services โดยการจับมือกับ Partner ชื่อดังอย่าง AWS Digital Venture และ Microsoft ในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรเดิม ๆ ไปสู่ยุคแห่ง Startups ได้อย่างก้าวกระโดด

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...