โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังบทเพลงแห่งชัยชนะ 1812 Overture โดย ไชคอฟสกี จากรัสเซียสู่เพลงวันชาติอเมริกา

Sarakadee Lite

อัพเดต 20 ส.ค. 2564 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 06.43 น. • ทศพร กลิ่นหอม

ชื่อของนักประพันธ์ชาวรัสเซีย ปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี (Pyotr Ilyich Tchaikovsky) กลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้งหลังจากที่ทัพนักกีฬารัสเซียในนาม Russian Olympic Committee (ROC) เลือกใช้เพลงบรรเลง Piano Concerto No. 1 ของ ไชคอฟสกี แทนเพลงชาติบนแท่นรับรางวัล โอลิมปิก โตกียว 2020 เพื่อประกาศถึงศักยภาพทางดนตรีของรัสเซียที่ส่งอิทธิพลต่อโลกโดยเฉพาะดนตรีออร์เคสตรา ซึ่งบทเพลงของ ไชคอฟสกี ไม่ได้ถูกใช้แค่ในรัสเซีย แต่ความคลาสสิกสากลของท่วงทำนองเพลงยังถูกใช้ในงานสำคัญของหลายประเทศ เช่นเดียวกับบทเพลงแห่งชัยชนะ 1812 Overture ซึ่งเผยแพร่ครั้งแรกในวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ.1882 ณ กรุงมอสโก และปัจจุบันได้กลายเป็นเพลงบรรเลงที่จะขาดไม่ได้ในงานวันชาติสหรัฐอเมริกา

ไชคอฟสกี

20 สิงหาคม ค.ศ.1882 ตรงกับวันที่บทเพลงแห่งชัยชนะ 1812 Overture โดย คีตกวีชื่อก้องโลกชาวรัสเซีย ไชคอฟสกี ถูกบรรเลงครั้งแรกในงานแสดงดนตรี 1882 Moscow Exhibition ณ มหาวิหารของพระคริสต์ผู้ช่วยให้รอด (Cathedral of Christ the Savior) กลางกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โดยงานแสดงดนตรีในวันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะและการแสดงในงาน 1882 ALL : RUSSIA INDUSTRY AND ART EXHIBITION IN MOSCOW หรือเรียกสั้นๆ ว่า 1882 Moscow Exhibition งานมหกรรมแสดงความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมของรัสเซีย จัดขึ้นในยุคเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป แต่เดิม 1882 Moscow Exhibition มีกำหนดจัดงานในปี ค.ศ. 1881 แต่ถูกเลื่อนไปจัดในปี ค.ศ. 1882 เนื่องจากเกิดเหตุลอบปลงพระชนม์ซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย

ไชคอฟสกี ใช้เวลา 2 เดือน ระหว่างกันยายน ถึง พฤศจิกายน ค.ศ.1880  ในการแต่งและเรียบเรียงดนตรี เพื่อให้เพลงนี้เป็นบทเพลงพิเศษประกาศความยิ่งใหญ่ของรัสเซียกลางงานมหกรรมเอ็กซ์โปซึ่งจัดตรงกับวาระครบรอบ 70 ปี ชัยชนะของรัสเซียที่มีเหนือกองทัพจักรพรรดินโปเลียนในสงครามเมื่อปี ค.ศ. 1812 

ปีเตอร์ อิลิช ไชคอฟสกี (Pyotr Ilyich Tchaikovsky)

ประวัติศาสตร์สงครามรัสเซียที่ซ่อนไว้ในบทเพลง

ไชคอฟสกี้เริ่มแต่งเพลงนี้เพื่อรำลึกชัยชนะของรัสเซียในสงคราม ค.ศ. 1812 ซึ่งเป็นสงครามครั้งสำคัญที่ปกป้องมอสโกจากการรุกรานของกองทัพฝรั่งเศสภายใต้การนำของ จักรพรรดินโปเลียน หรือ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) หรือ นโปเลียนที่ 1 (Napoleon I) สามัญชนผู้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสด้วยการรัฐประหาร ขุนศึกและวีรบุรุษสงครามที่ก้าวขึ้นอำนาจสูงสุดในการปกครองระบอบสาธารณรัฐฝรั่งเศสหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งแรก แต่การติดสินใจบุกรัสเซียในครั้งนี้กลายเป็นจุดพลิกผันสู่ความพ่ายแพ้และทำให้เขาถูกเนรเทศไปสิ้นชีวิตบนเกาะเซนต์เฮเลนา

กองทัพฝรั่งเศสภายใต้การนำของจักรพรรดินโปเลียนยกทัพบุกรัสเซีย โดยมีเป้าหมายคือยึดกรุงมอสโก เริ่มสงครามตั้งแต่มิถุนายน-ตุลาคม ค.ศ. 1812 ครั้งนั้นมีทหารล้มตายมากมายรวมทั้งสองฝ่ายกว่า 1 แสนคน และการปะทะจบลงกลางสมรภูมิครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 กันยายน 1812 ที่หมู่บ้าน โบโรดิโน เมืองชั้นนอกห่างจากกรุงมอสโกไปราว 60 ไมล์  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการปะทะสมรภูมิโบโรดิโน ปี ค.ศ. 1812 มีความยืดเยื้อยังไม่สามารถตัดสินผู้แพ้ผู้ชนะ กองทัพรัสเซียตัดสินใจทุบหม้อข้าวกลับเข้าเมืองมอสโกไม่ออกมาปะทะซึ่งๆ หน้า แต่หลบกบดานรอจนกองทหารของนโปเลียนเสบียงร่อยหรอ และเผชิญลมหนาวอันโหดร้ายของรัสเซียช่วงเดือนตุลาคม สุดท้ายนโปเลียนจำต้องถอนทัพกลับฝรั่งเศสโดยไม่ได้ชัยชนะ แต่การยืนหยัดปกป้องกรุงมอสโกให้รอดจากกองทัพของฝรั่งเศสมหาอำนาจแห่งยุโรปในครั้งนั้น ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของรัสเซียก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง

เมื่อประวัติศาสตร์สงครามถูกเปลี่ยนแปลงเป็นบทเพลง 1812 Overture จึงมีการใส่ห้วงอารมณ์ของการเคลื่อนทัพเข้าสู่สงคราม ในท่อนที่สองของบทเพลงมีเสียงแตรบรรเลงตัวโน้ตที่อิงบทเพลง La Marseillaise เพลงชาติฝรั่งเศส สื่อถึงประวัติศาสตร์จริงในวันที่กองทัพฝรั่งเศสเดินทัพสู่รัสเซีย ต่อด้วยท่อนที่มีท่วงทำนองครื้นเครงสื่ออารมณ์คุ้นเคยกับความเป็นท้องถิ่นรัสเซีย ก่อนจะจบส่งท้ายด้วยความคึกโครมอลังการของเสียงระฆังและเสียงดนตรีที่เลียนเสียงยิงปืนใหญ่สลุตแสดงถึงชัยชนะ และนั่นก็ทำให้เพลงนี้อลังการสมกับการเป็นเพลงโหมโรงแห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะ  

ไชคอฟสกี ได้หมายเหตุรายละเอียดในการบรรเลงเพลงนี้ไว้ตั้งแต่ต้นร่างของโน้ตเพลงแล้วว่า การบรรเลงเพลงนี้ต้องให้เสียงระฆังก้องกังวาน และเน้นให้คนเล่นระฆังหรือเบลล์ในวงเล่นให้ได้อารมณ์แบบงานรื่นเริง ใช้เสียงเครื่องดนตรีที่เลียนเสียงตอนยิงสลุตปืนใหญ่ในเพลงด้วย

บทเพลง 1812 Overture จบลงด้วยการอ้างอิงความเป็นชาติของรัสเซีย ใส่บทร้องของคณะนักร้องประสานเสียงที่ยืมมาจาก เพลงชาติรัสเซียสมัยนั้น เนื้อความมีความหมายว่า พระเจ้าคุ้มครองพระเจ้าซาร์ (God Preserve The Czar) เป็นการถวายพระพรผู้นำสูงสุดของรัสเซีย ซึ่งในปี ค.ศ. 1880-1882 นั้นรัสเซียยังปกครองใต้ระบอบสถาบันกษัตริย์ ก่อนที่ราชวงศ์โรมานอฟจะถูกโค่นล้มโดยคณะปฎิวัติ*

สำหรับชื่อเต็มๆ ของเพลง 1812 Overture  คือ The Solemn Overture of the Year 1812, Op. 49 โดยคำว่า Overture ในชื่อเพลง ที่เขียนต่อท้ายจากปี ค.ศ. 1882 ซึ่งเป็นปีต้นเรื่องเพลงนี้นั้น เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในศตวรรษที่ 19 (ช่วงค.ศ.1800-1900) แทนความหมายของไวยากรณ์ดนตรีในการบรรเลงที่สะท้อนอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจงเป็นการสื่อเรื่องราว เหมือนการร่ายบทกวีด้วยเสียงดนตรีเพื่อสื่ออารมณ์ของเรื่องราวจำเพาะ การตั้งชื่อเพลง  1812 Overture  ก็ให้ความหมายครอบคลุมถึงเพลงที่ต้องการสื่ออารมณ์จากสมรภูมิรบปี 1812  

จากเพลงรัสเซียสู่เพลงสากลของการเฉลิมฉลอง

จากเพลงฉลอง 70 ปีชัยชนะของรัสเซียเหนือฝรั่งเศส 1812 Overture เริ่มถูกใช้ในวาระเฉลิมฉลองของประเทศต่างๆ และในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1974 ก็เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาเลือกใช้ผลงานชิ้นเอกของคีตกวีชาวรัสเซียผู้นี้เป็นเพลงบรรเลงประกอบการจัดแสดงแสงสีพลุไฟในวันชาติอเมริกาในวาระสำคัญฉลอง 200 ปี เอกราช บรรเลงโดย วงบอสตัน ซิมโฟนี ออร์เคสตรา (Boston Symphony Orchestra) แห่งเมืองบอสตัน เป็นการบรรเลงบทเพลง 1812 Overture  ประกอบการยิงปืนใหญ่สลุตและการจุดพลุไฟสุดอลังการเหนือแม่น้ำชาร์ลส์ (Charles River) เมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซ็ต สหรัฐอเมริกา

สำหรับวงบอสตัน ซิมโฟนี ออร์เคสตรา (Boston Symphony Orchestra) เรียกสั้นๆ ว่า วงบอสตัน ป๊อปส์ (Boston Pops) เป็นวงซิมโฟนีออร์เคสตราวงแรกที่เปิดการแสดงสดบรรเลงในงานฉลองวันชาติอเมริกา พร้อมโหมโรงด้วยเพลง 1812 Overture ประกอบการแสดงแสงสีเสียง ยิงปืนใหญ่ และจุดพลุไฟ ซึ่งในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1974 ได้มีการทุบสถิติกินเนสบุคส์ เป็นงานฉลองที่มีผู้คนมาชมคอนเสิร์ตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแสดงคอนเสิร์ตโดยวงออร์เคสตรา โดยในวันนั้นมีผู้ชมมากกว่า 400,000 คน และสถิตินี้ก็ยืนหยัดมาจนถึงปี ค.ศ.1998

นับจาก 4 กรกฎาคม ค.ศ.1974 บทเพลง 1812 Overture โดย ไชคอฟสกี ก็ถูกใช้เรื่อยมาจนกลายเป็นธรรมเนียมการแสดงสดของวงอื่นๆ ทั่วทุกเมืองที่มีวงออร์เคสตราว่าต้องบรรเลง 1812 Overture  เป็นอีกบทเพลงที่จะขาดไม่ได้ในงานฉลองวันชาติอเมริกา

*หมายเหตุ : เรียบเรียงจากบทวิเคราะห์ โดย จอห์น ซูเช็ต นักวิจารณ์ดนตรีทางClassic FMสื่อดนตรีในอังกฤษ

อ้างอิง

The post เบื้องหลังบทเพลงแห่งชัยชนะ 1812 Overture โดย ไชคอฟสกี จากรัสเซียสู่เพลงวันชาติอเมริกา appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...