โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมืองอำนาจนิยม : ระบอบเผด็จการส่วนบุคคล/การเมืองวัฒนธรรม เกษียร เตชะพีระ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.ย 2564 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2564 เวลา 10.41 น.

การเมืองวัฒนธรรม

เกษียร เตชะพีระ

 

การเมืองอำนาจนิยม

: ระบอบเผด็จการส่วนบุคคล

 

บุคลาภิวัตน์ –> ระบอบเผด็จการส่วนบุคคล

แนวโน้มบุคลาภิวัตน์ (personalization) ในระบอบอำนาจนิยมทั้ง 6 ประการ อันได้แก่ :

[1) ผู้นำกระชับวงในอำนาจให้แคบเล็กลง

2) บรรจุแต่งตั้งผู้จงรักภักดีไว้ในตำแหน่งกุมอำนาจสำคัญทั้งหลาย

3) ส่งเสริมญาติพี่น้องให้เข้าสู่ตำแหน่งอันทรงอำนาจ

4) การก่อตั้งพรรคหรือขบวนการการเมืองใหม่ขึ้นมา

5) การใช้การลงประชามติเป็นวิธีการตัดสินชี้ขาดเรื่องใหญ่ทางการเมือง และ

6) การสร้างกองกำลังความมั่นคงใหม่ขึ้นมาแยกต่างหากจากกองทัพประจำการแห่งชาติเดิม]

ซึ่งอาจเกิดครบบ้างขาดบ้างแล้วแต่สภาพการณ์กาละเทศะเฉพาะของสังคมการเมืองแต่ละแห่งนั้น

หากดำเนินไปถึงจุดที่ผู้นำรวมศูนย์อำนาจไว้ในกำมือได้เป็นปึกแผ่น ก็จะนำไปสู่ระบบการเมืองที่ทางรัฐศาสตร์เรียกว่า –> ระบอบเผด็จการส่วนบุคคล (personalist dictatorship)

อันมีบุคลิกลักษณะดังนี้คือ :

– ผู้นำปกครองโดยปลอดจากกลไกเหนี่ยวรั้งยับยั้งทั้งปวงและสามารถดำเนินนโยบายได้ตามใจชอบ

– ยากที่ชนชั้นนำด้วยกันจะกดดันให้ผู้นำต้องพร้อมรับผิดต่อการกระทำของตน ส่งผลให้ผู้นำอาจเลือกตัดสินใจผิดๆ ได้โดยไม่ต้องรับผลสืบเนื่องจากการกระทำนั้น

– ผู้นำแวดล้อมตัวเองด้วยที่ปรึกษาผู้จงรักภักดีแทนที่จะเน้นความสามารถ ใครดูท่าเอาใจออกห่างก็จะถูกปลดโละทิ้งไป สร้างแรงกดดันให้ชนชั้นนำต้องกลายเป็นพวกประจบสอพลอผู้นำที่ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้

“ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน”

 

งานวิจัยบ่งชี้ว่าพลวัตของระบอบเผด็จการส่วนบุคคลข้างต้นก่อผลเสียทางการเมืองทั่วด้านได้แก่ (Andrea Kendall-Taylor, Erica Frantz, and Joseph Wright, “The Global Rise of Personalized Politics : It’s Not Just Dictators Anymore”, The Washington Quarterly, 40:1 (Spring 2017), 7-19)

– ในบรรดาระบอบอำนาจนิยมนานาชนิดนั้น ระบอบเผด็จการส่วนบุคคลถือว่าเอื้อเฟื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด โดยผู้นำแจกจ่ายแบ่งปันทรัพยากรให้กลุ่มผู้สนับสนุนวงแคบๆ บนพื้นฐานระบบอุปถัมภ์ (Eric Chang and Miriam A. Goldenm “Sources of Corruption in Authoritarian Regimes”, Social Science Quarterly, 91:1 (2010), 1-20)

– สถาบันตรวจสอบถ่วงดุลการกระทำของผู้นำอยู่ในสภาพอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เอื้ออำนวยให้ผู้นำฉวยใช้อำนาจในทางมิชอบโดยสะดวก

– ระบอบเผด็จการส่วนบุคคลโน้มเอียงจะหาเรื่องพิพาทขัดแย้งระหว่างรัฐมากที่สุดในบรรดาการปกครองในรูปแบบอำนาจนิยมทั้งหลาย เนื่องจากผู้นำสามารถปฏิบัติการสุ่มเสี่ยงได้โดยไม่ต้องกลัวจะถูกเอาผิดลงโทษในประเทศ ส่งผลให้ระบอบนี้น่าจะกล้าทุ่มทุนติดอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคง อาศัยที่มันปลอดกลไกเหนี่ยวรั้งยับยั้งภายใน ดังพฤติการณ์ต่างประเทศของเกาหลีเหนือภายใต้ราชวงศ์คิมเป็นตัวอย่าง (https://www.aljazeera.com/news/2014/4/26/obama-brands-north-korea-a-pariah-state)

– ในทางกลับกัน ระบอบเผด็จการส่วนบุคคลก็เป็นเผด็จการประเภทที่น่าจะดำเนินนโยบายต่างประเทศผิดพลาดมากที่สุด เนื่องจากผู้นำแวดล้อมตัวเองด้วยประดาเชลียร์ชนซึ่งพร่ำบอกสิ่งที่ท่านผู้นำอยากได้ยินได้ฟังด้วยความรักตัวกลัวตาย ทำให้ผู้นำไม่ได้รับฟังข้อสนเทศที่ถูกต้องแม่นยำตามความเป็นจริงในประเด็นนโยบายต่างประเทศจากบรรดาลูกขุนพลอยพยักทั้งหลาย

– ระบอบเผด็จการส่วนบุคคลยังน่าจะมีพฤติกรรมร่วมมือกับรัฐและองค์การระหว่างประเทศน้อยที่สุด เช่น ปัดปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศเพราะผู้นำในระบอบนี้สามารถทำตามใจชอบได้สะดวกคล่องตัวกว่าในระบอบอำนาจนิยมแบบอื่นๆ (Michaela Mattes and Mariana Rodriguez, “Autocracies and International Cooperation”, International Studies Quarterly, 58:3 (2014), 527-538)

– ในทำนองเดียวกัน ระบอบเผด็จการส่วนบุคคลน่าจะถลุงความช่วยเหลือจากต่างประเทศเปล่าเปลืองหมดสิ้นไปมากกว่าเผด็จการแบบอื่น เพื่อเติมเต็มกระเป๋าตังค์ของท่านผู้นำและพวกพ้องบริวารแทนที่จะใช้ตามโครงการช่วยเหลือที่วางไว้จริง ด้วยหวังว่าจะได้ต่ออายุอำนาจของตัวเองออกไป ดังกรณีรัฐบาลอัฟกานิสถานที่ถลุงความช่วยเหลือจากอเมริกาและนานาชาติตะวันตกจนมีอันล่มจมลงอย่างรวดเร็วน่าใจหายราวปราสาททรายเมื่ออเมริกันปลีกตัวทิ้งและถูกกองกำลังทาลิบันรุกโค่นเมื่อเร็วๆ นี้ (https://www.economist.com/asia/2021/08/28/the-afghan-government-was-undone-by-its-own-corruption)

– ทว่าข้อที่แย่ที่สุดก็คือระบอบเผด็จการส่วนบุคคลมีแนวโน้มน้อยที่สุดในบรรดาระบอบอำนาจนิยมทั้งหลายที่จะก่อเกิดกระบวนการสร้างประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จเมื่อมันล่มสลายลง (Barbara Geddes, Joseph Wright, and Erica Frantz, “Autocratic Breakdown and Regime Transitions : A New Data Set”, Perspectives on Politics, 12:2 (2014), 313-331)

ทั้งนี้เพราะเมื่อผู้นำในระบอบนี้เผชิญพลังท้าทายการปกครองของตนก็มัก “พร้อมที่จะตายคาเก้าอี้” (https://twitter.com/ten_nattawut/status/1422441720826916875) ทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบใหม่ยืดเยื้อและเปลืองเลือดเนื้อชีวิตผู้คน

ดังกรณีการสิ้นอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน ในอิรักเมื่อ ค.ศ.2003 และมูอัมมาร์ กัดดาฟี ในลิเบียเมื่อ ค.ศ.2011 เป็นต้น

 

มรดกที่จอมเผด็จการส่วนบุคคลเหล่านี้ทิ้งไว้ข้างหลังคือสถาบันการเมืองการปกครองที่กร่อนกลวงด้วยถูกบิดเบือนฉวยใช้ผิดปกติวิสัยมาต่อเนื่องยาวนานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เกื้อกูลต่อการสร้างประชาธิปไตย บ่อยครั้งภายหลังความล่มสลายของระบอบเผด็จการส่วนบุคคล การเมืองการปกครองจึงเปลี่ยนผ่านไปสู่…

– ระบอบเผด็จการใหม่เช่นระบอบพิบูลสงคราม->ระบอบสฤษดิ์->ระบอบสามทรราชในไทย หรือ

– รัฐล้มเหลว เช่น โซมาเลียหลังระบอบไซอัด บาร์รี หรือ

– ระบอบเผด็จการใหม่ที่ล้มเหลวเช่นระบอบสมเด็จฮุน เซน ในกัมพูชาหลังระบอบเขมรแดงของพอล พต ที่ถูกกล่าวขวัญถึงว่าเป็น “ระบอบล้มเหลวที่ยืนนานที่สุดในโลก”

ดู Charles Dunst, “The Longest Failed Regime in the World”, Los Angeles Review of Books, 6 January 2020, https://lareviewofbooks.org/article/the-longest-failed-regime-in-the-world/

สรุป

หากแม้นบุคลาภิวัตน์ของระบอบอำนาจนิยมลงเอยสำเร็จรูปเป็นระบอบเผด็จการส่วนบุคคลเข้าแล้ว

มันก็พลิกกลับแก้ไขยาก ตราบที่ท่านผู้นำยังนั่งครองตำแหน่งคาเก้าอี้อยู่

ก้าวแรกในการทัดทานต่อต้านจึงได้แก่การร้องทักบุคลาภิวัตน์โดยไวเมื่อมันเริ่มก่อตัวขึ้นก่อนจะสายเกินแก้นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...