โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นำ “รูปหวิว” มาใช้ในสงครามจิตวิทยา สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ผลจริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 มี.ค. 2565 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 09.46 น.
ใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อของกองทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (ตกแต่งกราฟฟิกเพิ่มเติม)

“เจอสายตายั่วยวนของสาวผมบลอนด์เข้าไปอย่างนี้ ทหารหนุ่มกลัดมันที่จากบ้านจากเมือง ห่างไกลไออุ่นจากสาวๆ มานานคงจะใจอ่อนกันบ้างล่ะ (วะ)”

นี่คงเป็นความคิดของฝ่ายปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาของกองทัพสมเด็จพระจักรพรรดิสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นแน่ พวกเขาจึงใช้ภาพเปลือยกระตุ้นตัณหามาขึ้นหน้าใบปลิวประกบข้างข้อความเชิญชวนให้บรรดาทหารสัมพันธมิตรทิ้งอาวุธยอมแพ้แต่โดยดี

บนใบปลิวดังกล่าวมีข้อความภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยได้ว่า

“ตั๋วขอยุติการรบ

ใช้ตั๋วใบนี้เพื่อรักษาชีวิตของท่าน ท่านจะได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดี

จงปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:

1. เดินมายังฝั่งแนวรบของเราพร้อมโบกธงขาว

2. สะพายปืนบนไหล่ซ้าย หันปากกระบอกปืนลงชี้ไปด้านหลัง

3. แสดงตั๋วใบนี้กับทหารยาม

4. พวกคุณจะพากันยอมจำนนกี่คนก็ได้ ด้วยตั๋วใบเดียวกันนี้

กองบัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพญี่ปุ่น

จงร้องเพลงเพื่อสันติภาพ จงภาวนาเพื่อสันติภาพ”

เจอเข้าไปแบบนี้ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรหลายๆ คนคงจะรีบก้มเก็บเป็นแน่ ไม่ว่าทหารรายนั้นจะมีเจตนายอมยกธงขาวจริงๆ หรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าสมัยนู่นไม่ใช่ยุคอินเตอร์เน็ตที่รูปโป๊จะหากันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวหน้า ซึ่งนั่นคงทำให้ทหารหนุ่มหลายนายอดอยากปากแห้งกันมาพอควร

และในอีกทางหนึ่ง หากทหารที่เก็บใบปลิวนี้ขึ้นมาเป็นพวกที่หมดใจจะรบจริงๆ แต่ถูกจับได้ก่อน ก็อาจจะอ้างว่า“นี่ข้าเพียงแต่เก็บรูปโป๊ไว้ดูคลายเหงาเท่านั้น” ก็ยังได้

ผู้เขียนไม่ได้นั่งนึกเอาเองสนุกๆ เพราะผู้เชี่ยวชาญเขาก็มองเห็นคล้ายๆ กัน เช่นพอล ลิเนบาร์เกอร์ (Paul Linebarger) นักวิชาการที่ชำนาญเรื่องเอเชียตะวันออก และสงครามจิตวิทยาบอกว่า ผู้ชายที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มมักให้ความสนใจในเรื่องเพศเป็นปกติอยู่แล้ว การที่ชาวอเมริกันคุ้นเคยกับภาพที่เผยเนื้อหนังของหญิงสาวแต่กลับต้องมาอยู่ห่างไกลจากเรื่องพวกนี้ จึงกลายเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ชาติศัตรูสามารถนำมาแสวงหาประโยชน์ในการทำลายขวัญกำลังใจได้

การใช้ภาพยั่วตัณหาในการทำสงครามจิตวิทยาไม่ได้มีแต่เฉพาะกองทัพญี่ปุ่นเท่านั้น ฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อของหลายกองทัพก็เอามาใช้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเยอรมันที่เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบที่กองทัพญี่ปุ่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างทั้งนี้จากคำกล่าวอ้างของ พ.ท.มาห์มูด คาน ดูร์รานี (Lieutenant Colonel Mahmood Kan Durrani) แห่งกองพลพหวัลปุระ (Bahawalpur Infantry) ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นหน่วยทหารที่รับใช้บริติชอินเดีย แต่ปัจจุบันกลายเป็นกองพลแห่งปากีสถานไปแล้ว

ตอนที่ พ.ท.ดูร์รานี ถูกจับโดยกองทัพญี่ปุ่นในมาลายา เขาอ้างว่าตัวเองไปได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นที่มาให้แนะนำเกี่ยวกับการใช้ใบปลิว ซึ่งหนึ่งในคำแนะนำนั้นก็คือ

“บนใบปลิวควรจะมีภาพของหญิงงามหากเป็นไปได้ ด้วยเป็นวิธีการที่ใช้โดยพวกเยอรมันมาก่อนในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เครื่องมือนี้จะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่า เหล่าทหารจะพากันหลงใหลมัน และจะช่วยเร่งเร้าตัณหาของพวกเขา ในใจของพวกเขาจะพากันจมปลักอยู่กับความรัก จนเกลียดการต่อสู้”

แต่วิธีการนี้มันได้ผลจริงหรือ? เฮอร์เบิร์ต เอ. ฟรีดแมน (Herbert A. Friedman) อดีตทหารผ่านศึกกองทัพสหรัฐฯ บอกว่า แผนแบบนี้ไม่ได้ผลตามที่ฝ่ายที่ทำใบปลิวคาดหวังไว้หรอก ตรงกันข้าม ภาพโป๊กลับสร้างความฮึกเหิม กระตุ้นให้แต่ละคนแสวงหากันมาครอบครองและอยากให้ฝ่ายตรงข้ามโปรยภาพแบบนี้ลงมาเยอะๆ อีกต่างหาก

เพราะนอกจากจะช่วยให้คลายเหงาแล้ว บางทีเวลาเข้าห้องน้ำแล้วหากระดาษชำระไม่ได้ ใบปลิวพวกนี้ก็สามารถนำมาใช้ทดแทนได้เป็นอย่างดี

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ค้นร่องรอยสิ่งเร้ากามารมณ์ชิ้นแรกๆ ในโลก สู่เส้นทาง “หนังโป๊” ยุค AV-เว็บโป๊

อ้างอิง:

“Looking Back: Sex in Psychological Warfare”. Herbert A. Friedman. The British Psychological Society. <https://thepsychologist.bps.org.uk/volume-22/edition-1/looking-back-sex-psychological-warfare>

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...