โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คณะสัตวแพทยศาสตร์ อยากเรียนต่อต้องทำอย่างไร? – รายชื่อสถาบันที่เปิดสอน

Campus Star

เผยแพร่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 04.56 น.
ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็ได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการเรียน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มาฝากกันด้วยค่ะ จะมีเรื่องอะไรบ้างที่น้อง ๆ ควรรู้ ตามมาดูกันได้เลย

เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนจะต้องมีคณะและอาชีพในฝันที่อยากจะทำกันในอนาคตอย่างแน่นอน และหนึ่งในคณะ/อาชีพในฝันที่อยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ที่น้อง ๆ หลายคนก็คงหนีไม่พ้น การเป็นคุณหมอดูแลสัตว์ หรือสัตวแพทย์ นั่นเอง แต่น้อง ๆ รู้กันหรือไม่ว่าการเข้าศึกษาต่อคณะสัตวแพทยศาสตร์จะต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง และเมื่อเข้าไปเรียนแล้วเราจะต้องเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

อยากเรียน คณะสัตวแพทยศาสตร์ ต้องทำอย่างไร?

ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็ได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการเรียนด้านสัตวแพทยศาสตร์มาฝากกันด้วยค่ะ จะมีเรื่องอะไรบ้างที่น้อง ๆ ควรรู้ ตามมาดูกันได้เลย…

บทความเพิ่มเติม > กำหนดการ เกณฑ์ที่ใช้คัดเลือก กสพท. ปี 2563 – จำนวนรับรวม 2,650 ที่นั่ง

คณะสัตวแพทยศาสตร์ เรียนเกี่ยวกับอะไร?

โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ จะศึกษาเกี่ยวกับทักษะและความรู้ในการดูแลสุขภาพของสัตว์ การบำบัดรักษาโรคของสัตว์ประเภทต่าง ๆ และยังรวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ โดยผู้ที่สำเร็จการศึกษาด้านนี้จะได้รับวุฒิการศึกษาเป็น สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ออกไปเป็นหมอรักษาสัตว์ หรือสัตวแพทย์ ที่สามารถวิเคราะห์ วินิจฉัย ชันสูตร ตลอดจนสามารถบำบัด รักษา และป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์ได้

ทั้งนี้เรายังจะได้เรียนรู้วิธีการเพิ่ทผลผลิตด้านปศุสัตว์ การขยายพันธุ์สัตว์ การเลี้ยง และบำรุงพันธุ์สัตว์ ส่วนในด้านสารธารณสุขก็ต้องเรียนรู้วิธีการควบคุมโรคของสัตว์ที่อาจจะติดต่อมาถึงมนุษย์ได้ รวมถึงด้านสุขศาสตร์อาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์อีกด้วย

สาขาวิชาที่เปิดสอน

สาขาวิชาที่เปิดสอนในคณะสัตวแพทยศาสตร์ อาทิ กายวิภาคศาสตร์, จุลชีววิทยา, สรีรวิทยา, เภสัชวิทยา, พยาธิวิทยา, ปรสิตวิทยา, เวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง, เวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์, เวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่า, สัตวแพทยสาธารณสุขศาสตร์, สัตวบาล, สูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยา และวิทยาการสืบพันธุ์สัตว์, ศัลยศาสตร์ และอายุรศาสตร์ ฯลฯ

เรียนกี่ปี แต่ละชั้นปีต้องเรียนอะไรบ้าง?

สำหรับระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนคือ 6 ปี แบ่งออกเป็น ชั้นปีที่ 1 – 3 คือ Pre-clinic และชั้นปีที่ 4 – 6 คือ Clinic ซึ่งมีรายละเอียดน่ารู้ ดังต่อไปนี้

ชั้นปีที่ 1 : Pre-clinic จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไป อาทิ ฟิสิกส์ทางการแพทย์, เคมีทั่วไป, ชีววิทยาทั่วไป และเคมีอินทรีย์ ฯลฯ

ชั้นปีที่ 2 – 3 : Pre-clinic น้อง ๆ จะได้เริ่มเรียนวิชาของคณะสัตวแพทยศาสตร์มากขึ้น โดยในการเรียนจะไม่ได้เรียนเฉพาะวิชาที่เกี่ยวกับการดูแลสุนัขหรือแมวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแล ม้า วัว ปลา ไก่ หมู และสัตว์อื่น ๆ อีกหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งวิชาที่น้อง ๆ จะได้เจอ อาทิ จุลกายวิภาควิทยา, หลักสัตวบาล, หลักสรีรวิทยา และอนามัยสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

ชั้นปีที่ 4 – 6 : Clinic จะเริ่มเข้าสู่วิชาที่เกี่ยวกับการรักษามากยิ่งขึ้น ซึ่งน้อง ๆ กำลังจะก้าวไปเป็นว่าที่สัตวแพทย์กันแล้วค่ะ วิชาที่เรียนก็จะเจาะลึกลงไปอีก อาทิ อายุรศาสตร์ตามระบบอวัยวะ, เทคนิคการวินิจฉัยและการรักษาโรคสัตว์, หลักการศัลยศาสตร์และวิสัญญี, เทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์ของสัตว์, กฎหมายและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และสุขศาสตร์อาหาร ฯลฯ

เกณฑ์คะแนน/คุณสมับติที่ใช้ในการสมัคร

  • ต้องสำเร็จการศึกษาระดับชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า ในแผนการเรียนวิทย์-คณิต
  • ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมรวม (GPAX) ไม่ต่ำกว่า 3.00 (ทั้งนี้คะแนน GPAX แต่ละสถาบันอาจจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยกำหนดนะจ๊ะ)
  • มีคะแนนสอบ GAT, PAT2 (วิทยาศาสตร์)
  • มีผลคะแนนสอบ 9 วิชาสามัญ (ไทย สังคม อังกฤษ คณิต1 ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ)
  • มีผลคะแนนสอบ O-NET

** นี่เป็นเพียงเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกและคุณสมบัติของผู้สมัครในเบื้องต้นเท่านั้นนะจ๊ะ ทั้งนี้ในแต่ละสถาบันการศึกษาอาจจะมีการใช้ผลคะแนนและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป โดยน้อง ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละสถาบันการศึกษาที่ตนเองสนใจศึกษาต่อได้เลยค่ะ

สถาบันการศึกษาที่เปิดสอน อาทิ…

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ฯลฯ

จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?

เมื่อน้อง ๆ เรียนจบแล้วสามารถเลือกประกอบอาชีพได้ทั้งในหน่วยงานรัฐและเอกชน อาทิ หน่วยงานรัฐ ได้แก่ กรมปศุสัตว์, กรมประมง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ ส่วนหน่วยงานเอกชน สามารถประกอบอาชีพในธุรกิจด้านอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ การผลิตอาหารสัตว์ และธุรกิจฟาร์มสัตว์ต่าง ๆ และยังรวมถึงการเป็นสัตวแพทย์ในคลินิกหรือโรงพยาบาลรักษาสัตว์ก็ได้อีกด้วย เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลจาก : www.dek-d.com, www.u-review.in.th

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...