เครือข่าย บุหรี่ไฟฟ้า จี้รัฐทำให้ถูกกฎหมาย ตลาดใต้ดินโต ยิ่งคุมยาก!
*เครือข่าย บุหรี่ไฟฟ้า จี้รัฐทำให้ถูกกฎหมาย นับวันตลาดใต้ดินยิ่งโต คุมยาก! *
วันที่ 27 ธ.ค.นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST)” และเฟสบุ๊ก บุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่เข้าจับกุมกลุ่มผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้า และตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงน้ำยาสำหรับเติมเป็นจำนวนมาก เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า
ถือเป็นการสะท้อนว่านโยบายของรัฐบาลในการควบคุมผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามหรือผิดกฎหมายนั้น ไม่สามารถควบคุมเพราะยังมีผู้ค้ารายใหญ่ในตลาดใต้ดินอีก ทางกลุ่มฯยังคงสนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ลดความเสี่ยงของผู้สูบบุหรี่ รวมไปถึงการจัดเก็บภาษีรายได้ของรัฐด้วย
ซึ่งในการประชุมทบทวนมาตรการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ร่วมกับ นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ละปรับปรุงแก้ไขประกาศกระทรวงพาณิชย์ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆออกมา
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
ตัวอย่างจากประเทศที่เจริญแล้ว
นายมาริษ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในหลายประเทศ โดย ประเทศนิวซีแลนด์ กำลังมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในอาคารได้ เพื่อสนับสนุนผู้สูบบุหรี่ที่ยังเลิกไม่ได้ให้เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกว่า เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือยาสูบไร้ควัน
ส่วนประเทศอังกฤษก็ออกมาตรการสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อการเลิกบุหรี่มวน ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีการประกาศเตือนให้ผู้ปกครอง หน่วยงานสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่รัฐบาล เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเยาวชนจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยจำกัดการขายบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกลิ่นต่างๆ เฉพาะร้านค้าที่มีการตรวจสอบอายุเท่านั้น และห้ามทำการตลาดเพื่อดึงดูดเยาวชน
สะท้อนว่าการที่บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายจะทำให้สามารถออกกฎควบคุมต่างๆได้ ซึ่งรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศศึกษาข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ ทั้งอเมริกา อังกฤษ และนิวซีแลนด์ เพิ่งประกาศอัตราผู้สูบบุหรี่ในประเทศลดลงต่ำสุดในรอบทศวรรษ
ตรงข้ามกับประเทศไทยที่แบนบุหรี่ไฟฟ้ามา 4 ปี อีกทั้งบุหรี่มวนก็ราคาสูงขึ้น แต่จำนวนผู้สูบบุหรี่มวนไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าใต้ดินเติบโต เด็กและเยาวชนเข้าถึงกันได้ง่าย โดยที่รัฐไม่สามารถควบคุมใดๆได้เลย
“รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ ควรลดอคติและหันมาศึกษา อย่างเป็นระบบจะดีกว่าไหม ตัวอย่างจากประเทศต่างๆ ก็มีแล้ว” นายมาริษ ระบุ