โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลการศึกษาชี้วัคซีนของแอสตราเซเนกามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเมื่อรับวัคซีนครบ 2 เข็ม

JS100

อัพเดต 03 ก.พ. 2564 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2564 เวลา 06.19 น. • JS100:จส.100
ผลการศึกษาชี้วัคซีนของแอสตราเซเนกามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเมื่อรับวัคซีนครบ 2 เข็ม

          นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดผู้ร่วมวิจัยวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กับบริษัทแอสตราเซเนกา เปิดเผยผลการวิจัยที่พบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพร้อยละ 76 ในการต่อต้านการติดเชื้อโควิดแบบมีอาการ และสามารถป้องกันได้นาน 3 เดือนนับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเข็มแรก ซึ่งหมายความว่า เมื่อฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วสามารถฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ภายในเวลา 3 เดือนหรือ 12 สัปดาห์ ซึ่งนายแอนดรู พอลลาร์ด หัวหน้าคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เปิดเผยว่า การสร้างภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นหลังจากที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 22 วัน สอดคล้องกับรายงานของบริษัทแอสตราเซเนกาก่อนหน้านี้ที่ว่า การเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มแรกกับเข็มที่ 2 ที่ดีที่สุดคือประมาณ 8-12 สัปดาห์ รัฐบาลสหราชอาณาจักรจึงได้ประกาศขยายเวลาการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ระหว่างเข็มแรกกับเข็มที่ 2 เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่พลเมืองได้มากที่สุดก่อน

          ในรายงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ระบุด้วยว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกจะเกิดภูมิต้านทานโควิดตั้งแต่วันที่ 22 ถึงวันที่ 90 โดยมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อร้อยละ 76 และภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่ในระดับคงที่ในช่วง 3 เดือนแรกหลังได้รับวัคซีนเข็มแรก และเมื่อรับวัคซีนเข็มที่ 2 จะมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 82.4 แต่หากรับวัคซีนเข็มที่ 2 ในช่วงเวลาที่ห่างจากเข็มแรกไม่ถึง 6 สัปดาห์ วัคซีนจะมีประสิทธิภาพลดลงเหลือเพียงร้อยละ 54.9 เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...