'ชวน' ลงพื้นที่บ้านเกิดตรังช่วย 'หมอสุกิจ' หาเสียง ฝาก ปชช.เลือกคนดีเข้าสภา
“ชวน หลีกภัย” ลงพื้นที่บ้านเกิดตรังช่วย “หมอสุกิจ” ปราศรัยหาเสียง ฝากประชาชนเลือกคนดีเข้าสภาปกครองบ้านเมือง
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมงานได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดตรังบ้านเกิด จากนั้นได้ร่วมตระเวนปราศรัยบนรถหาเสียงให้กับ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 14 ด้วยการพบปะหาเสียงไปตามย่านตลาดนัด ชุมชนในหมู่บ้าน ในเขตอ.เมือง และ อ.นาโยงที่อยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1
นายชวน กล่าวว่า ตนเป็นคนเชิญนายแพทย์สุกิจ มาเล่นการเมืองเอง ด้วยเหตุผลว่า เป็นบุคคลที่เก่งมีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับของสังคม เก่งทั้งในสภาและนอกสภา จึงขอร้องให้มาลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ แทนนายประกิจ รัตมณี จากนั้นจังหวัดตรังก็ได้คนดีเข้ามาเป็น ส.ส.ตรัง เป็นความภาคภูมิใจที่อยากให้พี่น้องมีความภาคภูมิใจด้วย นายแพทย์สุกิจไม่ใช่นักการเมืองที่เล่นการพนัน ซื้อเสียง ฉ้อโกง เป็นนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งมาอย่างตรงไปตรงมา จึงขอให้พ่อแม่พี่น้องเลือกคนดีเข้าไปเพื่อจังหวัดตรังจะได้ก้าวหน้า เหมือนพระบรมราโชวาทในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ว่า บ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองเป็นปกติเรียบร้อย จึงไม่ใช่ทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากส่งเสริมคนดีให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง
นายชวน กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งรัฐบาลชุดนี้พยายามถ่วงเวลาได้มาประมาณเกือบ 5 ปี ซึ่งจริงๆ ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งมา 4 ครั้ง แต่จริงๆ แล้ว พล.ต.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเองก็ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งๆแล้วจะมีการตรวจสอบ จะพูดสั่งคนเดียวไม่ได้ เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งจะถูก ส.ส.ตั้งกระทู้ถาม
“สำหรับจังหวัดตรัง มีหลายเรื่องที่จะต้องได้รับการแก้ปัญหา เช่นเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ จะต้องจัดการกันอย่างเด็ดขาด เราถือว่าเจ้าหน้าที่ของเราถ้าไม่ซื้อตำแหน่งจะสามารถจัดการได้เต็มที่แต่ว่า หากซื้อตำแหน่งมาก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของนักเลงอันพาลความสงบในพื้นที่จะไม่เกิดขึ้น และยาเสพติดจะต้องเปลี่ยนนโยบายเช่น ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.เทศบาล อบจ.ร่วมกันมีส่วนรับผิดชอบ เนื่องจากต้องเห็นใจตำรวจๆมีกำลังไม่มากพอ ลำพังคดีที่เกิดขึ้นก็มากอยู่แล้ว จะให้ไปไล่จับยาเสพติดเป็นเรื่องยาก โดยที่ในแต่ละหมู่บ้านไม่ที่ผู้ใหญ่บ้านจะไม่รู้ ว่าลูกหลานใครเสพยา บ้านใครขายยาไม่มีทางเป็นไปได้เพียงแต่รู้แล้วจะแจ้งเจ้าหน้าที่หรือไม่ จัดการหรือปล่อยเลยตามเลย จึงต้องให้เกียรติผู้นำชุมชนท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติด” นายชวน กล่าว