ชี้พื้นฐาน “หุ้นเซมิคอนดักเตอร์” ระยะยาวยังแกร่ง...แนะ ‘ตลาดย่อ-จังหวะทยอยสะสม’ !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 15.41 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดาธุรกิจ “เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors)” เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมานี้ ด้วยประเด็นความสามารถในการผลิตและการขนส่งอุปกรณ์ประมวลผล (ชิป) ของผู้ประกอบธุรกิจไม่เป็นที่เพียงพอต่อความต้องการ
จนทำให้ราคาสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นในการใช้ชิปเข้ามาประกอบราคาพุ่งสูงเป็นเท่าตัว เห็นได้จาก ‘การ์ดจอคอมพิวเตอร์’ ที่ปัจจุบันนอกจากราคาจะพุ่งสูงแล้ว จำนวนสินค้าเองก็ยังไม่เป็นที่พอเพียงแก่ความต้องการ ไม่เพียงเท่านี้ยังส่งไปถึงห่วงโซ่การผลิตสินค้าที่สำคัญในรถ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
ซึ่งนอกจากราคาสินค้า ราคาหลักทรัพย์หรือหุ้นที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์และชิปก็มีการปรับตัวขึ้นจนน่าตกใจก่อนที่จะส่งสัญญาณชะลอตัวลง ซึ่งเป็นที่ส่วนทางกับตลาด
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตลาด “เซมิคอนดักเตอร์” และมุมมองการลงทุนผ่านผู้เชี่ยวชาญสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
หุ้นกลุ่ม “เซมิคอนดักเตอร์”…พื้นฐานยังดี-ไปต่อได้
โดย “อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด ได้ให้มุมมองว่า หุ้นกลุ่ม “เซมิคอนดักเตอร์” ในแง่ของพื้นฐานก็ยังมีความแข็งแกร่งและเติบโตต่อได้ดี ด้วยความขาดแคลนของอุปกรณ์ประมวลผล (ชิป) ในตลาดเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องและซัพพลายไม่เพียงพอต่อความต้องการ
(อิศรา พุฒตาลศรี)
“ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งมาจากกำลังการผลิตในอุปกรณ์ประมวลผล (ชิป) ที่เป็นระดับชั้นดีเยี่ยมของผู้ประกอบการรายเดิม มีการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อนทำให้ใช้ระยะยาวในการผลิตพอสมควรและการจะขยายกำลังการผลิตก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาด้วยเช่นกัน จึงทำให้ในบางครั้งเกิดเป็นปัญหาคอขวดอยู่”
ขณะที่ “ผู้เล่นรายใหม่” หรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมก็เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ถึงเข้าว่าจะมีการลงทุนซื้อเครื่องจักรจากรายอื่นๆ เพื่อจัดตั้งเป็นโรงงาน แต่ก็จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการผลิตสมควร ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการน้อยรายที่จะประสบความสำเร็จ
คาดระยะยาวหุ้นกลุ่ม “เซมิคอนดักเตอร์” น่าสนใจ…ส่วนปัญหา “การขาดแคลนชิป” จะลากยาวแค่กลางปีหน้า
สำหรับปัญหาการขาดแคลนของอุปกรณ์ประมวลผล (ชิป) ได้ส่งผลไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ไปว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า เครื่องมือการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ประเมินว่าจะลากยาวไปถึงปีหน้าหรือปี 65 ในช่วงกลางปี เพราะการขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการต้องใช้เวลาซึ่งอย่างเร็วน่าจะเห็นกำลังการผลิตใหม่ๆ ได้เร็วสุดในช่วงกลางปี 65
“โดยในระยะยาวหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ก็ยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจและมีการเติบโตได้ดี ด้วยความต้องการที่ยังเพิ่มขึ้นสูงได้ต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและตามเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งยิ่งทำให้ผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญจะได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น”
มองราคาหุ้นกลุ่ม “เซมิคอนดักเตอร์” ปรับลง…หลังจากราคาขึ้นมาสูง-ชี้ ‘ย่อเป็นจังหวะสะสม’
ในส่วนเรื่องราคาหุ้น หลังจากที่นักลงทุนเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนของอุปกรณ์ประมวลผล (ชิป) จึงทำให้ได้รับความสนใจและส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูง แต่หลังจากเจอประเด็นการเปลี่ยนผ่านนโยบายการเงินและการคลังสหรัฐฯ ที่เล็งปรับลดวงเงินลงและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่พุ่งขึ้นสูง
“จึงส่งผลให้ ‘ตลาดหุ้นทั่วโลก’ เกิดความผันผวนและหุ้นที่มีมูลค่าปรับตัวสูงรวมถึงหุ้นกลุ่ม ‘เซมิคอนดักเตอร์’ โดนเทขายทำกำไรออกมา ซึ่งก็คาดว่าความผันผวนจะยังคงเป็นไปถึงในกลางเดือน พ.ย. หรือจนกว่าการทำ QE taperingจะมีวงเงินและช่วงระยะเวลาในการทำที่ชัดเจน”
ซึ่งคำแนะนำสำหรับที่นักลงทุนที่สนใจการลงทุนในหุ้นกลุ่ม “เซมิคอนดักเตอร์” ช่วงที่ ‘ตลาดย่อตัวลง’ ก็อาจจะเริ่ม ‘ทยอยเก็บสะสมได้’ เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตลงทุนในระยะยาว แต่อย่างก็ดีอาจจะต้องระมัดระวังเรื่องความผันผวนของตลาดหุ้นในระยะสั้น
“แม้ว่าบรรยากาศการลงทุนอาจจะไม่ได้คึกคักเหมือนกลุ่มหุ้นอื่นๆ จนดูไม่น่าสนใจนัก แต่หากดูจากพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าควรจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าลงทุนและควรมีติดพอร์ตไว้บ้างมากก็น้อย เพื่อโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาว”