โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กินสู้ Covid- 19 เปิดสรรพคุณ 5 อาหารไทยต้านไวรัส

รักบ้านเกิด

อัพเดต 31 มี.ค. 2563 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2563 เวลา 06.26 น. • รักบ้านเกิด.คอม

อาหารไทยหลากหลายเมนู ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย ที่มีฤทธิ์เป็นยาช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและสามารถต้านไวรัสได้

แน่นอนว่า นาทีนี้หลาย ๆ คนก็ต้องเสาะแสวงหาหลากหลายวิธี เพื่อให้ตัวเองห่างไกลจากไวรัสร้ายอย่าง Covid 19 เรียกได้ว่าแทบจะทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ตัวเองนั้นเป็นรายต่อไปและเพิ่มสถิติตัวเลขให้กับประเทศ นอกจากการออกกำลังกายเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ก็คงต้องเป็นเรื่องของอาหารการกิน อย่างการกิน สมุนไพรไทย ที่เป็นส่วนผสมอยู่ใน อาหารไทย ที่เราจะแนะนำวันนี้
ล่าสุดมีข้อมูลจาก นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐศิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก แนะนำผักผลไม้ สมุนไพร 3 กลุ่ม เพื่อเสริมภูมิต้านทานของร่างกายช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ ได้แก่
- กลุ่มเสริมภูมิคุ้มกัน เช่น พลูคาวหรือผักคาวตอง, เห็ดต่างๆ, ตรีผลา(สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม)
- กลุ่มที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ดอกขี้เหล็ก, ยอดมะยม, ใบเหลียง, ยอดสะเดา, มะระขี้นก, ฟักข้าว, ผักเชียงดา, คะน้า, มะรุม, ผักแพว มะขามป้อม, ลูกหม่อน และผักผลไม้หลากสี
- กลุ่มที่มีสารสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เช่น พลูคาวหรือผักคาวตอง กะเพรา หอมแดง หอมหัวใหญ่ มะรุม ใบหม่อน แอปเปิล เปลือกผลของพืชตระกูลส้ม (ส้ม มะนาว มะกรูด ส้มซ่า)
จากตัวอย่างสมุนไพรไทย ผัก และผลไม้ดังกล่าวข้างต้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นส่วนประกอบในเมนู "อาหารไทย" หลากหลายชนิด โดยสมุนไพรเหล่านั้นมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายห่างไกลจากเชื้อไวรัสได้ สำหรับเมนูแนะนำมีดังนี้

- เมี่ยงคำ -
อาหารไทยอย่าง "เมี่ยงคำ" มีส่วนผสมหลักคือ มะนาวหั่นพร้อมเปลือก และหอมแดงสด ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นสมุนไพรที่มีสารเฮสเพอริดิน สารรูติน และวิตามินซี ช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในอวัยวะต่างๆ ได้
- ผัดกะเพรา -
อาหารไทยจานนี้มีส่วนผสมหลักคือ "ใบกะเพรา" ซึ่งถือเป็นผักสมุนไพรอีกอย่างที่คนไทยรู้จักกันดี ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก?ระบุว่าใบกะเพรามีสารโอเรียนทิน (orientin) เป็นสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อของเซลล์ จึงช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยไข้จากเชื้อไวรัสได้
- ต้มยำ -
เมนูอาหารไทยเมนูถัดมาคือ "ต้มยำ" มีส่วนประกอบหลักคือ หอมใหญ่ หอมแดง ซึ่งมีสารสำคัญอย่าง สารเคอร์ซีทิน (quercetin) ที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ อีกทั้งยังมีเห็ดที่มีสารเบต้ากลูแคน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ไม่ป่วยง่าย และมะนาวที่ใส่ในต้มยำมีวิตามินซีที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
- แกงส้ม -
เริ่มจาก "แกงส้มมะรุม" มีมะรุมเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีสารเคอร์ซีติน (quercetin) ที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ส่วนเมนู "แกงส้มผักรวม" ควรใช้ผักหลากหลายสีผสมกัน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี และสารกลุ่มแอนโทไซยานินซึ่งเป็นสารเฟลโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ป่วยง่าย
- น้ำพริกผักต้ม ผักสด -
บ้านเราคุ้นเคยกับอาหารไทยประเภทเครื่องจิ้มกันอยู่แล้ว อย่าง เช่นเมนูน้ำพริกผักต้มหรือผักสด โดยอาจจะเน้นผักสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาในเมนูนี้ให้มากขึ้น เช่น ดอกขี้เหล็ก ยอดมะยม ใบเหลียง ยอดสะเดา มะระขี้นก ฟักข้าว ผักเชียงดา คะน้า มะรุม ผักแพว ผักหลากสี ซึ่งผักเหล่านี้อุดมไปด้วยสารกลุ่มแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารกลุ่มเฟลโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง และมีวิตามินซีสูงด้วย
นอกจากนี้ สมุนไพรอย่างตรีผลา และลูกหม่อน ก็ช่วยได้ สามารถทำเป็นเครื่องดื่มได้ อย่าง ?น้ำตรีผลา? สร้างภูมิคุ้มกันได้ "น้ำลูกหม่อน" มีสารกลุ่มแอนโทไซยานินซึ่งเป็นสารเฟลโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ให้แข็งแรง หรือจะเลือกดื่ม "ชาใบหม่อน" ก็ได้ ในใบหม่อนมีสารเคอร์ซีติน ที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...