โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เรื่องต้องรู้ เงินชดเชยประกันสังคม (คลิป)

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. 2563 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2563 เวลา 07.30 น.

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุป “5 เรื่องต้องรู้ เงินชดเชยประกันสังคม”

1.กรณีมีเหตุสุดวิสัยถึงขนาดที่นายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว และลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตน (ที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน) ไม่สามารถทำงานได้ และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ไม่ว่านายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเองหรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของทางราชการ ให้ลูกจ้าง ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน

2.ให้ลูกจ้างได้ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการ แต่ไม่เกิน 90 วัน

3.ขณะนี้ “สำนักงานประกันสังคม” มีเงินในส่วนกองทุนว่างงานอยู่ 164,000 ล้านบาท ที่จะนำมาดูแล

1) ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ลูกจ้างผู้ทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ หรือพนักงานเอกชน)

2) ผู้ประกันตนต้องมีการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนกรณีจัดส่งเงินส่งทบไม่ต่อเนื่อง ให้พิจารณาการจัดส่งเงินในรอบ 15 เดือน ว่ารวมแล้ว สมทบเงินไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือไม่

ส่วนบางสถานประกอบการที่แม้จะหยุดการทำงาน แต่ยังคงจ่ายเงินให้กับแรงงาน เพื่อรักษาสถานภาพลูกจ้างเอาไว้ ถือเป็นผู้ประกันตนที่ “ไม่เข้าข่าย” ได้รับการเยียวยาจากประกันสังคม เพราะเท่ากับว่าธุรกิจยังมีสภาพคล่อง

4.คาดว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และได้รับเงินชดเชยประมาณ 1 ล้านคน โดยเงินชดเชยที่จะจ่ายให้ เดือนละ 5,045-9,300 บาท

5.คาดว่าในช่วง 3 เดือนนี้ จะใช้เงินจากกองทุนประกันสังคมจ่ายชดเชยให้ผู้ว่างงาน ประมาณ 20,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากสำนักงานประกันสังคม เผยว่า รัฐบาลค้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีเงินค้างจ่ายทั้งหมดสูงถึง 107,000 ล้านบาท ล่าสุดช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลรับปากจะจ่ายหนี้คืนให้ ก้อนแรก 17,000 ล้านบาท และจะทยอยจ่ายคืนในแต่ละปี ๆ

แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ยังไม่มั่นใจว่าเงิน 17,000 ล้านบาท ที่จะจ่ายหนี้ให้ในปีนี้ กองทุนประกันสังคมยังจะได้คืนหรือไม่

"ประชาชาติธุรกิจ" สรุป "5 เรื่องต้องรู้ เงินชดเชยประกันสังคม" .1.กรณีมีเหตุสุดวิสัยถึงขนาดที่นายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว และลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตน (ที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน) ไม่สามารถทำงานได้ และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ไม่ว่านายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเองหรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของทางราชการ ให้ลูกจ้าง ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน.2.ให้ลูกจ้างได้ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการ แต่ไม่เกิน 90 วัน.3.ขณะนี้ "สำนักงานประกันสังคม" มีเงินในส่วนกองทุนว่างงานอยู่ 164,000 ล้านบาท ที่จะนำมาดูแล 1) ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ลูกจ้างผู้ทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ หรือพนักงานเอกชน) และ 2) ผู้ประกันตนต้องมีการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนกรณีจัดส่งเงินส่งทบไม่ต่อเนื่อง ให้พิจารณาการจัดส่งเงินในรอบ 15 เดือน ว่ารวมแล้ว สมทบเงินไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือไม่ .ส่วนบางสถานประกอบการที่แม้จะหยุดการทำงาน แต่ยังคงจ่ายเงินให้กับแรงงาน เพื่อรักษาสถานภาพลูกจ้างเอาไว้ ถือเป็นผู้ประกันตนที่ “ไม่เข้าข่าย” ได้รับการเยียวยาจากประกันสังคม เพราะเท่ากับว่าธุรกิจยังมีสภาพคล่อง.4.คาดว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และได้รับเงินชดเชยประมาณ 1 ล้านคน โดยเงินชดเชยที่จะจ่ายให้ เดือนละ 5,045-9,300 บาท.5.คาดว่าในช่วง 3 เดือนนี้ จะใช้เงินจากกองทุนประกันสังคมจ่ายชดเชยให้ผู้ว่างงาน ประมาณ 20,000 ล้านบาท..แหล่งข่าวจากสำนักงานประกันสังคม เผยว่า รัฐบาลค้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีเงินค้างจ่ายทั้งหมดสูงถึง 107,000 ล้านบาท .ล่าสุดช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลรับปากจะจ่ายหนี้คืนให้ ก้อนแรก 17,000 ล้านบาท และจะทยอยจ่ายคืนในแต่ละปีๆ.แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ยังไม่มั่นใจว่าเงิน 17,000 ล้านบาท ที่จะจ่ายหนี้ให้ในปีนี้ กองทุนประกันสังคมยังจะได้คืนหรือไม่

โพสต์โดย Prachachat – ประชาชาติ เมื่อ วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2020

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...